“แกร็บ” ประกาศรับเงินลงทุน 1.46 พันล้านเหรียญ จากกองทุนซอฟต์แบงก์ วิชัน ฟันด์
นายแอนโธนี ตัน ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของแกร็บ เปิดเผยว่า ซอฟต์แบงก์และวิชัน ฟันด์ ซึ่งเป็นผู้ลงทุนเชิงกลยุทธ์ของเรามาอย่างยาวนานยังคงให้การสนับสนุนแกร็บอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลงทุนครั้งนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของเราในการพัฒนาระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะซูเปอร์แอพอันดับ 1 ในภูมิภาคได้เป็นอย่างดี ในอนาคตเรามุ่งมั่นที่จะยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายล้านคน ด้วยการมอบโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นผ่านแพลตฟอร์มของเรา รวมถึงมอบทางเลือกและความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้ของเรามากขึ้น
นายเดวิด เทเวนอน หุ้นส่วนที่ปรึกษาด้านการลงทุนของซอฟต์แบงก์ เปิดเผยว่า เราได้ทำงานร่วมกับแกร็บมาเป็นระยะเวลาหลายปี โดยมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีผู้ใช้งานเป็นผู้ขับเคลื่อน การลงทุนครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถค้นหาโอกาสใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น ทั้งในด้านการบริการเดินทางแบบออนดีมานด์ บริการการจัดส่งพัสดุและอาหาร รวมถึงบริการทางการเงินต่างๆ ไปพร้อมกับขยายการเจริญเติบโตแพลตฟอร์มแบบออฟไลน์สู่ออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นายหมิง มา ประธานบริษัทแกร็บ เปิดเผยว่า ได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นในรอบการระดมทุนล่าสุดเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นในด้านของเงินลงทุนและคุณภาพของหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ที่ต้องการสนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของแกร็บ เรายังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายใหม่อย่างต่อเนื่องและมีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อนรับพันธมิตรที่มาจากบริษัทชั้นนำจากอุตสาหกรรมต่างๆ ในระดับโลกที่จะมาลงทุนร่วมกับเราในปี 2562 นี้
แกร็บ ตั้งใจที่จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปพัฒนาเพื่อต่อยอดวิสัยทัศน์ในการเป็นซูเปอร์แอพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายคือการเพิ่มบริการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน การเข้าถึงที่ง่ายขึ้น และการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ยังวางแผนที่จะขยายบริการต่างๆ ทั้งบริการทางการเงิน การจัดส่งอาหาร การจัดส่งพัสดุ การทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล และการเปิดตัวบริการใหม่ที่เคยประกาศไว้เมื่อปี 2561 ภายใต้กลยุทธ์โอเพ่นแพลตฟอร์มในชื่อ แกร็บแพลตฟอร์ม ซึ่งประกอบด้วย แอพดูหนังออนไลน์ที่ร่วมมือกับฮู้ก (HOOQ) บริการดูแลสุขภาพออนไลน์ซึ่งร่วมมือกับผิงอันกู้ดด็อกเตอร์ (Ping An Good Doctor) ประกันภัยซึ่งร่วมมือกับจงอันอินเตอร์แนชั่นแนล (ZhongAn International) และบริการจองโรงแรมออนไลน์ซึ่งร่วมมือกับบุกกิ้งโฮลดิงส์ (Booking Holdings)
นอกจากนี้ แกร็บยังวางแผนที่จะนำเงินทุนที่ได้รับในครั้งนี้มาลงทุนในอินโดนีเซียเป็นหลัก ซึ่งเป็นตลาดที่แกร็บเป็นผู้นำในด้านบริการรถโดยสารแบบออนดีมานด์ โดยคิดเป็น 60% ของตลาดรถโดยสารแบบขับเคลื่อนสองล้อ และ 70% ของตลาดรถโดยสารแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ธุรกิจของแกร็บในอินโดนีเซียมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในปี 2561 แกร็บจะใช้เงินทุนใหม่นี้ในการกระตุ้นการขยายธุรกิจของแกร็บฟู้ดและแกร็บเอ็กซ์เพรส รวมถึงการเปิดตัวบริการใหม่ๆ ในประเทศ ทั้งนี้ แกร็บยังมีส่วนผลักดันตลาดธุรกรรมทางการเงินแบบดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย ผ่านความร่วมมือกับโอโว่ (OVO) และโทโกพีเดีย (Tokopedia)
สำหรับบริการแกร็บฟู้ดนั้น มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในอินโดนีเซีย โดยให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 178 เมืองจากเดิมเพียง 13 เมืองเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยมีปริมาณบริการการจัดส่งเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่าในปี 2561 ล่าสุดในเดือนมกราคม 2562 นี้ แกร็บฟู้ดกลายเป็นผู้ให้บริการจัดส่งอาหารรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของอินโดนีเซีย จากผลสำรวจของคานทาร์ (Kantar) ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจวิจัยด้านการตลาดที่ได้ระบุว่า แกร็บเป็นบริการจัดส่งอาหารที่ผู้ตอบแบบสอบถามใช้บริการบ่อยที่สุด และเพิ่มขึ้นจาก 25% ในเดือนเมษายนปี 2561
ในด้านภาพรวมของกลุ่มธุรกิจ ธุรกิจด้านบริการรถโดยสารของแกร็บเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งนับตั้งแต่การควบรวมกิจการกับอูเบอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนธันวาคม 2561 รายได้ของแกร็บในส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึงเกือบ 2 เท่า ในขณะที่รายได้ของแกร็บฟู้ด เพิ่มขึ้น 45 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน นับว่า แกร็บฟู้ดเป็นผู้ให้บริการจัดส่งอาหารในระดับภูมิภาคเพียงรายเดียว ที่มีธุรกิจอยู่ใน 6 ประเทศใน 199 เมืองของภูมิภาค สำหรับแกร็บไฟแนนเชียลนั้น ในปี 2561 แกร็บไฟแนนเชียลกรุ๊ปได้กลายเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่มีใบอนุญาตให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ใน 6 ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมีนาคม 2561 และมีการทำธุรกรรมรายเดือนเพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่า จนถึงเดือนธันวาคม 2561 ในช่วงเวลาเดียวกัน แกร็บเอ็กซ์เพรสยังเพิ่มปริมาณการจัดส่งแบบด่วนและจัดส่งแบบภายในวันเดียวกันมากกว่า 3 เท่าในระดับภูมิภาคและมีบริการครอบคลุม 150 เมืองแล้วในปัจจุบัน
ขณะที่ ปีที่ผ่านมา แกร็บมีการขยายตัวทางธุรกิจที่สำคัญผ่านความร่วมมือกับบริษัทที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมระดับโลก เช่น โตโยต้า ฮุนได ไมโครซอฟท์ และมาสเตอร์การ์ด แกร็บได้ลงนามความร่วมมือกับองค์กรต่างๆในระดับประเทศและระดับภูมิภาค อาทิ เซ็นทรัลกรุ๊ปและธนาคารกสิกรไทยในประเทศไทย, โอโว่ ธนาคารบีทีเอ็น และธนาคารแมนดิในประเทศอินโดนิเซีย, ธนาคารยูไนเต็ดโอเวอร์ซีส์ของสิงคโปร์ รวมถึงเอสเอ็มอินเวสเมนต์ของฟิลิปปินส์ โมคาของเวียดนาม และธนาคารเมย์แบงค์ของมาเลเซีย
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว