โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มหาศาสนเภท เหตุขัดแย้งที่ทำให้มี "Pope" 3 พระองค์ในเวลาเดียวกัน สู่จุดเสื่อมศาสนจักร

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 ก.ย 2567 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2567 เวลา 00.35 น.

“มหาศาสนเภท” เหตุขัดแย้งที่ทำให้มี “พระสันตะปาปา” หรือ “Pope” ถึง 3 พระองค์ในเวลาเดียวกัน สู่จุดเสื่อมของ “ศาสนจักร”

“พระสันตะปาปา” หรือ Pope เป็นตำแหน่งผู้นำของศาสนจักร ในช่วงยุคกลางเคยมีอำนาจอย่างมากเหนือชาติต่าง ๆ ในยุโรป กระทั่งเกิดเหตุการณ์สำคัญสองเหตุการณ์ที่นำมาสู่ความเสื่อมอำนาจของพระสันตะปาปา หนึ่งในนั้นคือ “มหาศาสนเภท”

ปลายศตวรรษที่ 13 เรื่อยมาจนถึงต้นศตวรรษที่ 14 พระสันตะปาปาโบนิเฟซที่ 8 (Pope Boniface VIII) (ดำรงตำแหน่งระหว่าง ค.ศ. 1294-1303) ทรงขัดแย้งอย่างรุนแรงกับพระเจ้าฟิลิปที่ 4 แห่งฝรั่งเศส (Philip IV of France) เนื่องจากศาสนจักรเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่ในดินแดนฝรั่งเศส สามารถเก็บผลประโยชน์อย่างมหาศาลส่งไปยังกรุงโรม แต่กษัตริย์ฝรั่งเศสต้องการรายได้เหล่านั้นเพื่อนำไปใช้ในการทำสงครามขยายอิทธิพลและดินแดน แน่นอนว่า ศาสนจักรไม่อาจยินยอมเรื่องนี้ได้ แต่พระสันตะปาปาโบนิเฟซที่ 8 ก็ไม่อาจต้านทานอิทธิพลของฝรั่งเศสได้

กษัตริย์ฝรั่งเศสจึงพยายามแทรกแซงศาสนจักร ครั้นเมื่อพระสันตะปาปาโบนิเฟซสิ้นพระชนม์ และพระสันตะปาปาพระองค์ต่อมาคือ พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 11 (Pope Benedict XI) ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาไม่ถึง 1 ปีก็สิ้นพระชนม์ ค.ศ. 1305 จึงได้มีการเลือกพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่คือ พระสันตะปาปาคลีเมนต์ที่ 5 (Pope Clement V) (ดำรงตำแหน่งระหว่าง ค.ศ. 1305-1314) ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศส ทรงตกอยู่ใต้อำนาจของฝรั่งเศสจนต้องเสด็จไปประทับที่เมืองอาวีญง บริเวณทางตอนใต้ของฝรั่งเศส

อย่างไรก็ตาม เมืองอาวีญงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนฝรั่งเศส แต่เป็นของดยุคแห่งอองชู (Duke of Anjou) ซึ่งเป็น “Vassal” ที่ขึ้นตรงต่อพระสันตะปาปาแห่งกรุงโรม

นับแต่นั้นสมัยของพระสันตะปาปาคลีเมนต์ที่ 5 เป็นต้นมา มีการเลือกตั้งพระสันตะปาปาอีก 6 พระองค์ ซึ่งล้วนแต่เป็นชาวฝรั่งเศสทุกคนก็ประทับอยู่ที่เมืองอาวีญง นั่นจึงเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของการตกอยู่ใต้อำนาจของฝรั่งเศส ช่วงเวลานี้จึงเรียกว่า การจองจำแห่งบาบิโลเนียน (Babylonian Captivity) (หรือ Avignon Papacy)

กระทั่งถึงสมัยของพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 11 (Pope Gregory XI) (ดำรงตำแหน่งระหว่าง ค.ศ. 1370-1378) ได้เสด็จกลับไปประทับที่กรุงโรม ยุคสมัยแห่งการจองจำนี้จึงสิ้นสุดลง แต่พระคาร์ดินัลหลายคน โดยเฉพาะพระคาร์ดินัลชาวฝรั่งเศส ไม่พอใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้

แม้พระสันตะปาปาจะย้ายกลับไปยังกรุงโรม แต่สถานะของพระสันตะปาปากลับยิ่งตกต่ำลงเรื่อย ๆ เพราะยังคงถูกแทรกแซงอำนาจจากฝ่ายอาณาจักร เห็นได้จากภายหลังที่พระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 11 สิ้นพระชนม์ใน ค.ศ. 1378 หมู่พระคาร์ดินัลก็เกิดความแตกแยกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายพระคาร์ดินัลชาวอิตาเลียน กับฝ่ายพระคาร์ดินัลชาวฝรั่งเศส ที่ต้องการสนับสนุนคนเชื้อชาติตัวเองให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปา ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็มีอาณาจักรต่าง ๆ ในยุโรปสนับสนุนอยู่ด้วย

ฝ่ายหนึ่งได้แต่งตั้ง พระสันตะปาปาเออร์บันที่ 6 (Pope Urban VI) ชาวอิตาเลียน ประทับที่กรุงโรม อีกฝ่ายหนึ่งแต่งตั้งพระสันตะปาปาคลีเมนต์ที่ 7 (Antipope Clement VII) ชาวฝรั่งเศส ประทับที่เมืองอาวีญง จนนำมาสู่เหตุการณ์ที่เรียกว่า “Great Schism” (Western Schism หรือ Papal Schism) หรือ “มหาศาสนเภท” คือการแตกแยกครั้งยิ่งใหญ่แห่งศาสนจักร

สายพระสันตะปาปาที่กรุงโรม ตามลำดับดังนี้

  • พระสันตะปาปาเออร์บันที่ 6 (Pope Urban VI) (ดำรงตำแหน่งระหว่าง ค.ศ. 1378-1389)
  • พระสันตะปาปาโบนิเฟซที่ 9 (Pope Boniface IX) (ดำรงตำแหน่งระหว่าง ค.ศ. 1389-1404)
  • พระสันตะปาปาอินโนเซนต์ที่ 7 (Pope Innocent VII) (ดำรงตำแหน่งระหว่าง ค.ศ. 1404-1406)
  • พระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 12 (Pope Gregory XII) (ดำรงตำแหน่งระหว่าง ค.ศ. 1406-1415)

สายพระสันตะปาปาที่เมืองอาวีญง ตามลำดับดังนี้

  • พระสันตะปาปาคลีเมนต์ที่ 7 (Antipope Clement VII) (ดำรงตำแหน่งระหว่าง ค.ศ. 1378-1394)
  • พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 13 (Antipope Benedict XIII) (ดำรงตำแหน่งระหว่าง ค.ศ. 1394-1423)

ต่อมาพระคาร์ดินัลเล็งเห็นว่าปัญหานี้เรื้อรังมานาน ปัญหามหาศาสนเภทต้องยุติลงเสีย จึงได้จัดประชุมที่เมืองปิซา เมื่อ ค.ศ. 1409 ผลสรุปว่า ได้ประกาศขับพระสันตะปาปาทั้งสองพระองค์ทั้งที่กรุงโรม (พระสันตะปาปาอินโนเซนต์ที่ 7) และที่เมืองอาวีญง (พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 13) ออกจากตำแหน่ง และได้เลือกตั้งพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่คือ พระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 5 (AntiPope Alexander V) (ดำรงตำแหน่งระหว่าง ค.ศ. 1409-1410) และเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ไม่นานจากนั้น พระสันตะปาปาจอห์นที่ 23 (Antipope John XXIII) (ดำรงตำแหน่งระหว่าง ค.ศ. 1410-1415) จึงได้ดำรงตำแหน่งสืบต่อเป็นพระสันตะปาปาที่เมืองปิซา

นับได้ว่าในระหว่าง ค.ศ. 1410-1415 เป็นช่วงเวลาที่ศาสนจักรมีพระสันตะปาปาถึง 3 พระองค์พร้อมกันในสามที่ คือกรุงโรมมีพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 12, เมืองอาวีญงมีพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 13 และเมืองปิซามีพระสันตะปาปาจอห์นที่ 23

อย่างไรก็ตาม ภายใต้แรงกดดันจากจักรพรรดิซีกิสมุนท์แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ แห่งราชวงศ์ลักเซมเบิร์ก ทรงบีบให้พระสันตะปาปาจอห์นที่ 23 เรียกประชุม “สภากองสตองซ์” (Council of Constance) เพื่อแก้ไขปัญหาของศาสนจักรหลาย ๆ ประการ รวมถึงกรณีพระสันตะปาปานี้ด้วย

ใน ค.ศ. 1414 สภากองสตองซ์ได้รับหมายลาออกจากตำแหน่งของพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 12 จากนั้นจึงได้ปลดพระสันตะปาปาจอห์นที่ 23 ออกจากตำแหน่ง และยกเลิกการอ้างสิทธิ์ของพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 13 และต่อมาในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1417 ได้เลือกพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ คือ พระสันตะปาปามาร์ตินที่ 5 (Pope Martin V) (ดำรงตำแหน่งระหว่าง ค.ศ. 1417-1431) ความแตกแยกนี้จึงได้ยุติลง

นับตั้งแต่การคุมขังแห่งบาบิโลเนียนจนถึงมหาศาสนเภทเป็นระยะเวลากว่าร้อยปีที่ทำให้ศาสนจักรแตกแยก ถูกแทรกแซงจากฝ่ายอาณาจักร ทำให้อำนาจของพระสันตะปาปาลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงยุคกลางก่อนหน้านั้นหลายร้อยปี เรื่องนี้ทำให้ประชาชนเสื่อมความศรัทธาต่อศาสนจักรไม่น้อย กระทั่งเข้าสู่ช่วงต้นของศตวรรษที่ 16 เมื่อมาร์ติน ลูเธอร์ ทำการปฏิรูปศาสนา นั่นจึงทำให้ศาสนจักรเริ่มเข้าสู่ยุคเสื่อมถอยในที่สุด

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : สำหรับวังของพระสันตะปาปาในอาวีญงยังคงเป็นสมบัติของสันตะปาปาจนกระทั่งการปฏิวัติฝรั่งเศสเมื่อ ค.ศ. 1789 จึงถูกยึดโดยพวกปฎิวัติ ต่อมาถูกดัดแปลงเป็นค่ายทหารและคุกภายใต้การบริหารของจักรพรรดินโปเลียน

อ้างอิง :

Abby Sewell. (2018). Inside One of the World’s Largest Gothic Palaces, from https://www.nationalgeographic.com/travel/destinations/europe/france/Avignon/historic-center-papal-palace-world-heritage-site. Access 2 January 2020.

historyextra.com. Why did the papacy move to Avignon in the 14th century?, from https://www.historyextra.com/period/medieval/why-papacy-pope-residence-move-avignon-france-14th-century. Access 2 January 2020.

The Editors of Encyclopaedia Britannica. (2019) Western Schism, from https://www.britannica.com/event/Western-Schism. Access 2 January 2020.

. (2017). Avignon papacy. from https://www.britannica.com/event/Avignon-papacy. Access 2 January 2020.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 มกราคม 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มหาศาสนเภท เหตุขัดแย้งที่ทำให้มี “Pope” 3 พระองค์ในเวลาเดียวกัน สู่จุดเสื่อมศาสนจักร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...