โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร 9 ชนิดที่ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ

issue247.com

อัพเดต 04 ก.พ. 2562 เวลา 05.41 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. 2562 เวลา 00.00 น.

อาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และสารอาหารอื่นๆสามารถทำให้ผิวพรรณของคุณเปล่งประกายสดใสได้อย่างน่าทึ่งโดยเฉพาะเมื่อปฏิบัติควบคู่กับการป้องกันแสงแดดและบำรุงผิวเป็นประจำ งั้นเรามาเริ่มรับประทานอาหาร 9 ชนิดนี้กันดีกว่าเพื่อผิวสวยสดใสแบบไร้ฟิลเตอร์

 

1. ผลไม้ตระกูลส้ม

ส้ม เกรปฟรุ๊ต เลมอน และมะนาว..สามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มค็อกเทลแสนอร่อยแถมยังทำให้ผิวสวยได้อีกด้วย วิตามินซีจะช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนเพื่อให้ผิวเรียบเนียน ดังนั้นการบริโภควิตามินจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม นอกจากนี้วิตามินซียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ริ้วรอย และผิวคล้ำเสีย ทางที่ดีคุณควรรับประทานวิตามินซีหรือนำมาบำรุงผิวหน้าในรูปแบบของเซรั่ม

 

2. บลูเบอร์รี่

สีม่วงเข้มของบลูเบอร์รี่จะบ่งบอกได้ถึงปริมาณของสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงมากไม่ว่าจะเป็นแอนโทไซยานินซึ่งมีฤทธิ์ต้านมะเร็งและไบโอฟลาโวนอยด์ซึ่งมีสรรพคุณต่อต้านการอักเสบ การรับประทานบลูเบอร์รี่จะช่วยขับสารพิษเช่นอนุมูลอิสระออกจากผิว

 

3. ชาเขียว

ชาเขียวร้อนจะมีคาเทชินซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบและต้านมะเร็งรวมถึงช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังผิวหนัง (สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำชาจะเริ่มเสื่อมคุณภาพเมื่อเย็นลง ดังนั้นควรดื่มขณะที่ยังร้อนอยู่) การศึกษาปี 2007 ในวารสาร Nutritional Biochemistry พบว่าการดื่มชาเขียววันละ 2-6 ถ้วยจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งผิวหนังได้ (แต่อย่าใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ทาครีมกันแดด)

 

4. น้ำมันดอกคำฝอย

กรดไขมันโอเมก้า 6 ในน้ำมันดอกคำฝอยจะทำหน้าที่เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ซึ่งทำให้ผิวนุ่มเนื่องจากมีการกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ภายในผิว นอกจากนี้ยังช่วยเยียวยาผิวโดยเฉพาะถ้าคุณมีผิวแห้ง การศึกษาปี 2018 พบว่าน้ำมันดอกคำฝอยก็มีสรรพคุณต่อต้านการอักเสบด้วย

 

5. น้ำซุปกระดูก

น้ำซุปกระดูกอุดมไปด้วยคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนในร่างกายที่มีมากที่สุดและสามารถพบได้ในผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น แม้ว่าคอลลาเจนที่คุณรับประทานเข้าไปจะไม่เปลี่ยนเป็นคอลลาเจนในผิวหนังของคุณ แต่การศึกษาจากวารสาร Skin Pharmacology and Physiology พบว่าการบริโภคคอลลาเจนจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังได้จริงๆ รวมถึงทำให้ผิวดูมีสุขภาพดีและอ่อนนุ่มยิ่งขึ้นด้วย

 

6. ปวยเล้ง

การศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Cancer พบว่าการรับประทานผักปวยเล้งและผักใบเขียวชนิดอื่นๆจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งเซลล์สความอส (โรคมะเร็งผิวหนังที่พบได้บ่อยเป็นอันดับสอง) วิตามินอีและเบต้าแคโรทีนในผักปวยเล้งจะปกป้องเซลล์ผิวหนังจากอนุมูลอิสระ (ที่อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังและริ้วรอยแห่งวัย เช่น ผิวหมองคล้ำและความเหี่ยวย่น) นอกจากนี้น้ำในผักจะแทรกซึมเข้าไปในเยื่อหุ้มเซลล์ซึ่งช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งและริ้วรอยลดลง

 

7. มันหวาน

มันหวานสามารถทำให้ริ้วรอยลดลงได้เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินซีเช่นเดียวกับส้ม อันที่จริงการศึกษาในวารสาร Clinical Nutrition พบว่าอาสาสมัครที่รับประทานวิตามินซีประมาณสี่มิลลิกรัม (ประมาณมันหวานลูกเล็กครึ่งผล) ทุกวันติดต่อกันสามปีจะมีริ้วรอยเหี่ยวย่นลดลงราวร้อยละ 11 เนื่องจากสารเบต้าแคโรทีนมีส่วนสำคัญที่ทำให้ผิวพรรณอ่อนเยาว์

 

8. มะเขือเทศ

ไลโคปีนสารพฤกษเคมีที่ทำให้มะเขือเทศมีสีแดงจะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่ทำให้ผิวเหี่ยวย่นอันเกิดจากรังสีอัลตราไวโอเลต ร่างกายของคุณจะได้รับสารอาหารที่เป็นเกราะป้องกันแสงแดดจากผักสุกทั้งหลาย มะเขือเทศสุกหรือซอสพาสต้าเพียงครึ่งถ้วยจะมีไลโคปีน 16 มิลลิกรัม การรับประทานมะเขือเทศควบคู่กับการทาครีมกันแดดจะทำให้ผิวของคุณมีสุขภาพดี

 

9. ปลาทูน่ากระป๋อง

แซนด์วิชทูน่าสุดโปรดของคุณมีเคล็ดลับอยู่หนึ่งอย่างนั่นคือซีลีเนียมซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงอีลาสติน โปรตีนที่ทำให้ผิวของคุณตึงและเรียบเนียน สารต้านอนุมูลอิสระชนิดนี้ยังช่วยป้องกันแสงแดดและยับยั้งอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสียูวีไม่ให้ไปทำลายเซลล์ได้อีกด้วย กรดไขมันโอเมก้า 3 จากปลาทูน่าจะช่วยบำรุงคอลลาเจน ต่อต้านการอักเสบ และทำให้ผิวกระชับ ทั้งนี้การรับประทานปลาทูน่าประมาณสามออนซ์หรือครึ่งกระป๋องต่อวันก็เพียงพอต่อความต้องการแล้ว

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...