โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“ลางสาดหอม” ไม้ผลดั้งเดิมที่คนสมุยร่วมกันอนุรักษ์

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 19 ส.ค. 2565 เวลา 03.46 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2565 เวลา 21.00 น.

ราวเดือนกันยายน-ตุลาคม ทุกปีที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นช่วงของลางสาดที่ได้เวลาออกสู่ตลาดอย่างคึกคัก โดยเฉพาะพันธุ์ลิปะใหญ่ เป็นพันธุ์ดั้งเดิมของเกาะสมุย เรียกขานกันในพื้นที่ว่า ลางสาดหอมสมุย ที่ปลูกมาพร้อมกับมะพร้าว มีจุดเด่นตรงรสหวาน หอม ลูกใหญ่ เนื้อผลสีน้ำผึ้ง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งแม้จะนำไปปลูกที่อื่นก็ไม่อร่อยเท่าที่สมุย

แต่น่าเสียดายไม้ผลดั้งเดิมประจำถิ่นชนิดนี้ที่บรรพบุรุษปลูกตกทอดกันมาเป็นเวลานับร้อยปีนับวันจะลดลงเนื่องจากมีผลไม้ทางเลือกหลายชนิดที่ได้รับความนิยม จึงเป็นความกังวลของชาวสมุยเกรงว่าหากไม่ร่วมมือกันปลูกเพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์กันไว้ ในอนาคตอาจไม่มีเหลือให้ลูกหลานได้ภูมิใจ

ในฐานะคนสมุย อย่าง คุณเศวต วิชัยดิษฐ์ ก็มีความกังวลเรื่องดังกล่าวอยู่ไม่น้อย จึงชักชวนชาวสมุยเปิดโครงการขยายพันธุ์ลางสาดขึ้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อต้องการอนุรักษ์ลางสาดพันธุ์ลิปะใหญ่ ซึ่งเป็นพันธุ์เก่าแก่ของเกาะสมุยไว้ เพื่อให้เป็นไม้ผลอัตลักษณ์ของเกาะสมุย สร้างความภูมิใจให้แก่ชนรุ่นต่อไป

จุดเด่นของลางสาดพันธุ์นี้คือ ความหอม หวาน ผลใหญ่ เนื้อขาวสีน้ำผึ้ง อันเกิดจากต้นลางสาดได้สารอาหารสมบูรณ์ที่เกิดจากทรัพยากรธรรมชาติบนเกาะสมุย และที่สำคัญพื้นที่ของตำบลลิปะใหญ่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ เมื่อมีน้ำหลากเข้าพื้นที่จะพัดโคลนทะเลเข้ามาทับถมทุกปี

ลางสาดลิปะใหญ่ ปลูกและขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดที่เลือกจากต้นที่ให้ผลผลิตสมบูรณ์ที่สุด จากนั้นนำเมล็ดมาล้างด้วยน้ำเปล่าลอกให้เหลือแต่เมล็ดด้านใน นำไปผึ่งลมให้แห้ง (ห้ามตากแดด) ประมาณ 2-3 วัน ขณะเดียวกันให้เตรียมแปลงเพาะ ด้วยการใช้ปุ๋ยหมักมูลสัตว์คลุกกับหน้าดิน หว่านเมล็ดลงในแปลงเพาะ กลบด้วยปุ๋ยหมักอีกชั้นประมาณ 1 นิ้ว แล้วใช้หญ้าหรือฟางคลุมเพื่อรักษาความชื้น รดน้ำทุกวัน ประมาณ 15 วัน จะเริ่มมียอดโผล่

จากนั้นรดน้ำต่อไปอีก ประมาณ 2 เดือน จึงได้ต้นกล้า แล้วย้ายต้นกล้าไปปลูกอีกแปลงที่ได้เตรียมดินใส่ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก เป็นโรงเรือนที่มุงด้วยซาแรนเพื่อไม่ให้ต้นกล้าโดนแดดมาก ใช้เวลาดูแลต้นกล้า ประมาณ 12 เดือน จะได้ต้นกล้าสูงประมาณ 1 ศอก ให้ขุดใส่ถุงดำก่อน โดยรดน้ำทิ้งไว้ ประมาณ 2 เดือน เพื่อให้รากปรับสภาพ แล้วจึงย้ายไปปลูกในแปลงจริง

โดยพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกลางสาด 25 ต้น ปลูกระหว่างต้นมะพร้าว ให้ลางสาดอยู่ข้างกล้วยเพื่อให้ใบกล้วยบังแดด ขุดหลุมลึก 1 ศอก กว้างครึ่งศอก ใช้ปุ๋ยหมักที่ผสมคลุกหน้าดินใส่รองก้นหลุมประมาณครึ่งหลุม นำต้นลางสาดที่อยู่ในถุงดำใส่ลงในหลุม ต้องให้ปากถุงดำอยู่ต่ำกว่าปากหลุม ประมาณ 3-5 นิ้ว แล้วตัดถุงดำออก เติมปุ๋ยหมักลงไปอีกในถึงปากหลุม ใส่ปุ๋ย สูตรเสมอ 15-15-15 สักกำมือ โรยรอบโคนห่างสักศอก แล้วตัดหญ้าหรือใช้ทางมะพร้าวคลุมโคนต้น เพื่อรักษาความชื้น ให้รดน้ำ 2-3 วัน ต่อครั้ง รดพอชุ่ม เมื่อผ่านไป 1 ปี ใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 ในปริมาณกำมือ ห่าง 1 ศอก ใส่ปีละ 2 ครั้ง

เมื่อเข้าสู่ปีที่ 7 ลางสาดจะเริ่มมีดอกและผสมเกสร ให้ทำความสะอาดโคนต้น แล้วเปิดเพื่อตากหน้าดินให้แห้ง ใช้เวลาประมาณ 15 วัน จนใบมีลักษณะเหี่ยวเฉา อย่างถ้าเปิดโคนต้น วันที่ 1 มีนาคม ให้ทิ้งไว้จนถึง วันที่ 15 มีนาคม เมื่อเห็นว่าใบเหี่ยวเฉา ใส่ปุ๋ย สูตร 16-16-16 เพื่อเปิดตาดอก แล้วเริ่มให้น้ำทุกวันสม่ำเสมอ ประมาณ 15 วัน จะเริ่มแทงช่อดอก ประมาณ วันที่ 1-10 เมษายน พอวันที่ 15 เมษายน ดอกจะบาน แล้วประมาณเดือนพฤษภาคมจะเห็นมีผลขนาดเท่าหัวไม้ขีด จากนั้นจึงใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 เพื่อบำรุงทุกส่วนของต้น โดยจำนวนปุ๋ยที่ใส่ ให้ดูตามลักษณะอายุต้น โดยเฉลี่ยถ้าต้นอายุ ประมาณ 8-10 ปี จะใส่ประมาณกำมือ โรยรอบทรงพุ่ม

“ถ้าลางสาดแทงช่อเดือนเมษายน จะสุกพร้อมเก็บผลผลิตได้ ประมาณ วันที่ 1-10 กันยายน หรือประมาณ 5-6 เดือน หลังออกดอก ซึ่งไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย ให้รดน้ำอย่างเดียว ทั้งการรดน้ำต้องดูสภาพอากาศด้วย อย่างไรก็ตาม ก่อนเก็บผลผลิตควรงดให้น้ำล่วงหน้า 5-7 วัน”

คุณเศวต ชี้ว่าลางสาดแต่ละต้นจะสุกไม่พร้อมกัน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการแทงช่อดอก ดังนั้น เมื่อถึงช่วงเวลาเก็บใช้วิธีสุ่มชิมผลในแต่ละต้น เพื่อดูว่าพร้อมเก็บได้หรือยัง วิธีเก็บใช้บันไดพาดต้น ใช้มีดตัดที่ก้านช่อผลอย่างระมัดระวัง ปริมาณผลผลิตต่อต้น ถ้าอายุเฉลี่ย 8-10 ปี ได้ประมาณ 30-50 กิโลกรัม ถ้าอายุต้นเกิน 10 ปี จะได้ประมาณ 70-80 กิโลกรัม ต่อต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาด้วย

อย่างไรก็ตาม ความแก่พร้อมเก็บไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าจะส่งไปขายที่ไหน ถ้าขายในเกาะ จะเก็บประมาณ 90% แต่ถ้าขนส่งไปขายที่อื่น จะเก็บที่ความสุก 80% เพื่อให้สุกพอดีเมื่อถึงปลายทาง ทั้งนี้ระยะเวลาเริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่เดือนกันยายนไปจนถึงปลายเดือนตุลาคม

เจ้าของสวนลางสาดบอกเพิ่มเติมอีกว่า การปลูกลางสาดไม่ถูกรบกวนจากโรคหรือแมลงศัตรูเลย จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารป้องกัน ถือเป็นลางสาดไร้สาร นับเป็นข้อดีในเรื่องความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ราคาขายลางสาด แบ่งตามคุณภาพเป็น 3 ระดับ คือ A B และ C กำหนดราคาขาย ตั้งแต่ 50, 60 และ 70 บาท ต่อกิโลกรัม ตามเกรด คุณเศวต ชี้ว่า ราคาขายลางสาดตอนนี้สูงกว่าเมื่อก่อน เนื่องจากผลผลิตในตลาดน้อยลงมาก แล้วเป็นที่พอใจของชาวบ้าน เพราะการปลูกลางสาดมีต้นทุนไม่สูง

คุณเศวต วิตกว่าการปลูกลางสาดที่สมุยจะลดลงไปเรื่อย เพราะมีไม้ผลชนิดอื่นที่ปลูกแข่งขันกัน แล้วยังกังวลว่าถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป ในอนาคตอาจไม่เห็นลางสาดเกาะสมุยแน่ ดังนั้น เขาจึงมีแนวทางอนุรักษ์ฟื้นฟูการปลูกลางสาดสมุยให้กลับมาอีก ด้วยการตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการขยายพันธุ์ลางสาด พร้อมกับทำหน้าที่เป็นประธานศูนย์ฯ เพื่อจัดโครงการและถ่ายทอดความรู้ด้านเกษตรในพื้นที่

“ลางสาดที่สมุย ยังไงก็ขายได้ ขายดีราคาสูงด้วย เพราะผลผลิตมีเพียงปีละครั้ง ปลูกกันน้อย ลูกค้าส่วนมากเป็นชาวสมุยและนักท่องเที่ยว เวลามีผลผลิตลูกค้าจะแย่งกันซื้อ เพราะจุดเด่นของลางสาดสมุยคือ ลูกใหญ่ เนื้อมาก หวาน หอม ลูกขาว น้ำใส ถ้าสุกเต็มที่เนื้อผลจะมีสีน้ำผึ้ง และในช่วงปลายปีหากท่านผู้อ่านมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวเกาะสมุย อย่าลืมแวะไปชิมลางสาดหอมเกาะสมุยกัน” คุณเศวต กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณเศวต วิชัยดิษฐ์ โทรศัพท์ 086-120-4118

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2564

สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน รวดเร็วทันใจอ่านได้ในทุกๆ 15 วัน สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ คลิกลิ้ง https://shorturl.asia/0zJwQ - Line: @matichonbook หรือ สำนักพิมพ์มติชน เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ติดต่อฝ่ายขาย 02-589-0020 ต่อ 3354

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...