PTTOR พร้อมขึ้น TOP 5 บจ.รายได้สูงสุดทันทีหลังเทรด
เป็นข่าวใหญ่ไปแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับการแถลงความพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR ธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มปตท. จากการแถลงข่าว ผู้บริหารของ PTTOR แสดงถึงความพร้อมที่จะเข้าจดทะเบียน พร้อมทั้งโชว์ตัวเลขรายได้ของบริษัทในปี 2561 ที่สูงถึง 5 แสนล้านบาท
ตัวเลขรายได้นี้หากนำมาเปรียบเทียบกับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปัจจุบันพบว่า จะทำให้ PTTOR ขึ้นแท่น 1 ใน 5 บริษัทที่มีรายได้สูงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ โดยสถิติปัจจุบันพบว่า 5 อันดับแรก ของบริษัทที่มีรายได้สูงสุด
รายได้ปี 61 กำไร
PTT 2.36 ล้านล้านบาท 1.19 แสนล้านบาท
CPF 5.67 แสนล้านบาท 1.5 หมื่นล้านบาท
PTTGC 5.29 แสนล้านบาท 4.00 หมื่นล้านบาท
CPALL 5.27 แสนล้านบาท 2.09 หมื่นล้านบาท
SCC 5.05 แสนล้านบาท 4.47 หมื่นล้านบาท
การเข้าจดทะเบียนในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทำให้ PTTOR ก้าวสู่การเป็นมหาชนเต็มตัว แต่ในอีกด้านหนึ่งเป็นการปลดตัวเองออกเป็นบริษัทเอกชนที่มีความพร้อมเข้าสู่การแข่งขัน ในขณะที่ปตท. ที่เป็นแม่ของ PTTOR ยังคงเป็นรัฐวิสาหกิจเช่นเดิม แต่จะงมีสภาพการเป็นโฮลดิ้ง คอมพานีเต็มรูปแบบ
สำหรับธุรกิจ PTTOR แบ่งออกได้ 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) และกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ โดยมีกลุ่มธุรกิจสนับสนุนช่วยผลักดันให้ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก สามารถดำเนินธุรกิจให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลุ่มธุรกิจน้ำมัน ครองส่วนแบ่งตลาดรวมน้ำมันเป็นอันดับ 1 ในประเทศมากว่า 26 ปี โดยมีธุรกิจที่โดดเด่น ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันฯ ทั่วประเทศกว่า 1,850 แห่ง ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น ภายใต้แบรนด์ พีทีที ลูบริแคนท์ส (PTT Lubricants) มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในประเทศถึง 10 ปี และส่งออกไปจำหน่ายแล้วกว่า 40 ประเทศทั่วโลก
กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) บริษัท คือ ผู้บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ภายในสถานีบริการน้ำมันฯ เป็นรายแรกของประเทศ โดยมีร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) ปัจจุบันมีจำนวนสาขาภายในประเทศรวมกว่า 2,800 สาขา นอกจากนี้ ยังได้นำธุรกิจ Non-Oil มาเพิ่มความหลากหลาย เช่นร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ ชานมไข่มุกเพิร์ลลี่ ที เท็กซัส ชิคเก้น ฮั่วเซ่งฮง ติ่มซำ ศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ (FIT Auto) ฯลฯ อีกทั้งยังมีบัตรพีทีที บลูการ์ด (PTT Blue Card)
กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ ได้นำรูปแบบทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จภายในประเทศ ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ และศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ ไปต่อยอดโดยปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ ปัจจุบัน โออาร์ มี สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ในประเทศ ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเมียนมา รวมกว่า 280 แห่ง ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน ในประเทศ ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น และโอมาน รวมกว่า 200 สาขา ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ กว่า 70 สาขา รวมถึงศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ อีกด้วย