โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เคล็ดลับบริหารประกันชีวิต เมื่อ “เงินช็อต”

Wealth Me Up

เผยแพร่ 09 พ.ย. 2562 เวลา 02.41 น. • Wealth Me Up

 

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

เงินช็อต…เอาไงกับประกันชีวิตดี?

เมื่อขาดสภาพคล่อง หลายคนตัดสินใจโยนกรมธรรม์ทิ้ง

อย่าเพิ่งคิดแบบนั้น เพราะยังมีทางเลือกอื่นนะ…

 

ส่งประกันชีวิตมาหลายปี จู่ๆ ขาดสภาพคล่องทางการเงิน คิดจะโยนทิ้งกรมธรรม์เหรอ?

อย่าเพิ่งวู่วาม เพราะยังมีทางออกที่ดีกว่านั้น…

 

ทางออกแรก คือ ขอรับเงินสด กรณีนี้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยจะสิ้นสุดทันที จำนวนเงินสดที่ได้รับคืนจะเป็นไปตามจำนวนที่ระบุในตารางเวนคืนเงินสดที่แนบอยู่ท้ายกรมธรรม์ประกันภัย

 

แต่หากต้องการให้กรมธรรม์อยู่ต่อไป ก็ยังมีทางออกเพิ่มอีก คือ ขอใช้สิทธิตามกรมธรรม์ ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาภาระทางการเงินได้ ด้วยการทำแบบนี้

 

เปลี่ยนระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย

เช่น จากรายปีเป็นรายเดือน ให้จำนวนเงินต่องวดที่จ่ายลดลง

 

กู้เงินตามกรมธรรม์เพื่อนำมาชำระค่าเบี้ยประกันภัย

ซึ่งมูลค่าเงินสดจะเกิดขึ้นเมื่อชำระเบี้ยประกัน2 ปีขึ้นไป ยิ่งชำระเบี้ยมาแล้วหลายปีจะมีมูลค่าเงินมากขึ้น พอให้กู้จ่ายค่าเบี้ยรอดไปได้อีกปี หลังจากนั้นเมื่อมีรายได้เพิ่มค่อยไปจ่ายเงินกู้ค่าเบี้ยพร้อมดอกเบี้ยกรมธรรม์ตามที่ระบุเอาไว้

 

ลดทุนประกันภัยหรือยกเลิกสัญญาเพิ่มเติมบางรายการ

เพื่อลดจำนวนเบี้ยประกันให้เหมาะสมกับสภาวะทางเศรษฐกิจของผู้ถือกรมธรรม์

 

เปลี่ยนแบบประกันให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย

 

ขอใช้สิทธิขยายระยะเวลาเอาประกันภัยออกไป

เพียงเท่านี้กรมธรรม์ที่มีอยู่ก็จะไม่ขาดอายุ

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เงินช็อตจนไม่มีเงินส่งเบี้ยประกัน ก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิตต้องถามตัวเองก่อนว่า พร้อมหรือไม่

 

การทำประกันชีวิต แท้จริงแล้วไม่มีหลักเกณฑ์ตายตัวว่าควรเริ่มต้นทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม บางคนอาจเริ่มทำประกันชีวิตให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด หรือบางคนเริ่มทำประกันชีวิตช่วงเริ่มต้นทำงาน บ้างก็ตัดสินใจทำประกันชีวิตช่วงวัยใกล้เกษียณ

 

ที่สุดแล้ว การทำประกันชีวิตขึ้นอยู่กับความพร้อมทางการเงิน หรือความสามารถชำระเบี้ยประกันของแต่ละคน ดังนั้น วัยที่ควรเริ่มต้นทำประกันชีวิต คือ วัยที่พร้อม ซึ่งความพร้อมในที่นี้อาจหมายถึงความพร้อมสำหรับตัวเอง หรือความพร้อมสำหรับทำประกันภัยให้คนที่รักก็ได้

 

ขณะเดียวกัน พึงระลึกไว้เสมอว่า แบบประกันชีวิต ไม่ว่าแบบใดก็ตาม หากมีทุนประกันเท่ากัน การทำประกันระยะยาว เบี้ยจะต่ำกว่าระยะสั้น และเริ่มทำประกันตั้งแต่อายุยังน้อย เบี้ยประกันจะถูกกว่า

 

หากมองการทำประกันชีวิตเป็นการออมทรัพย์ประเภทหนึ่งที่ช่วยสร้างวินัยการออมที่ดี จากแนวคิดที่กล่าวมา ยิ่งเริ่มทำประกันชีวิตเร็วเท่าไรก็ยิ่งเก็บเงินได้เร็วขึ้นด้วย

 

 

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...