โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกือบตาย! งมหาโดรนโดนชอร์ตตกน้ำ จ๊ะเอ๋ไอ้เข้ 2 เมตร ต่างฝ่ายต่างว่ายน้ำหนี ไม่ได้มีตัวเดียว

Khaosod

อัพเดต 18 ม.ค. 2564 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2564 เวลา 14.21 น.

ทีมล่าจระเข้ ขึ้นบินโดรนสำรวจ พลาดโดนสายไฟชอร์ตตกน้ำ ลงงมหา จู่ๆ ไปจ๊ะเอ๋กับจระเข้ใต้น้ำ ต่างฝ่ายต่างว่ายหนี คาดไม่ได้มีตัวเดียว ชาวบ้านเห็นเพียบ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน


วันที่ 18 ม.ค.64 นายอนุชา หอยสังข์ นายอำเภอท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เดินทางลงพื้นที่วางแผนหาวิธีการจับจระเข้ หลังจากชาวบ้านไปตกปลา บริเวณลำคลองท่าสาร-บางปลา หมู่ 9 ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี แต่กลับไปพบจระเข้ ยาวประมาณ 2 เมตร ลอยตัวอยู่ในน้ำ เมื่อช่วงสายวานนี้ (17 ม.ค.) โดยวันนี้ได้ร่วมกับ นายเฉลิมพนธ์ หงษ์ยนต์ ประธานชมรมกู้ภัยทางน้ำ ภาค 7 หรือโก๊ใหญ่ นักประดาน้ำชื่อดังเมืองกาญจน์ และ นายนิรุทธ์ ชมงาม ฉายามือปราบอสรพิษ นักจับงูพิษด้วยมือเปล่าชื่อดังระดับประเทศ โดยมี นายก อบต.ตะคร้ำเอน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือ

โดยวันนี้ออกสำรวจสภาพพื้นที่บริเวณริมฝั่งของลำห้วยอย่างละเอียด และประสานกรมชลประทาน ให้ปิดประตูส่งน้ำลงในลำคลอง เมื่อแผนการดังกล่าวสำเร็จ ก็จะนำเรือยนต์ออกลาดตระเวนสำรวจไปตามลำคลองในช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากหากไฟส่องสว่างไปกระทบกับดวงตาของจระเข้ ก็จะทราบและสามารถจับจระเข้ได้ในทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเฉลิมพนธ์ ได้นำโดรนมาบินสำรวจพื้นที่ลำคลองทางอากาศ รอบแรกบินเหนือน้ำได้เพียงแค่ประมาณ 10 เมตร เพราะไม่สามารถบินต่ำได้มากกว่านี้ เนื่องจากมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมอยู่หนาแน่น โดยบินสำรวจตามลำคลองในรัศมี 1 กิโลเมตร ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ

จากนั้น นายเฉลิมพนธ์ ได้นำโดรนบินสำรวจรอบที่สอง แต่เมื่อบินไปไกลประมาณ 900 เมตร ปรากฎว่าโดรนบินไปใกล้กับสายไฟฟ้าแรงสูง กระแสไฟจึงเกิดชอร์ตจนโดรนระเบิดตกลงไปในลำคลอง หลังจากนั้น นายเฉลิมพนธ์ และ นายศักดิ์ชัย ได้ร่วมกันดำน้ำเพื่อค้นหา ที่ความลึกประมาณ 4 เมตร ระหว่างดำน้ำอยู่นั้น ปรากฏว่าสายตาเหลือบมองไปเห็นจระเข้กำลังว่ายอยู่ใต้ท้องน้ำ สร้างความตกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก จึงรีบว่ายน้ำขึ้นฝั่งเพื่อเอาตัวรอดในทันที

นายศักดิ์ชัย เล่าวว่า ตนกับ นายเฉลิมพนธ์ ดำน้ำลงไปค้นหาโดรน ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ 3 รอบ โดยรอบที่ 3 เท้าของตนไปเตะโดนวัตถุอะไรบางอย่าง จึงหันหน้าไปมองดู ปรากฏว่าเป็นจระเข้ กำลังนอนอยู่ในโพรงดินใต้น้ำ ขณะนั้นตนรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากจึงรีบว่ายน้ำขึ้นฝั่งทันที ส่วนจระเข้ก็ว่ายน้ำหนีด้วยเช่นกัน จากการสังเกตพบว่าจระเข้ที่พบมีขนาดลำตัวใกล้เคียงกับที่ชาวบ้านพบ และนอกจากนี้ยังมีโพรงอยู่ใต้ท้องน้ำห่างออกไปประมาณ 10 เมตร จึงเชื่อได้ว่าจระเข้ที่พบไม่น่าจะมีเพียงแค่ตัวเดียว

ขณะเดียวกัน นายเทิดศักดิ์ จันทร์ที่สุด อายุ 19 ปี คนงานก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ที่ตั้งแคมป์พักอยู่ริมคลองในท้องที่ ต.ดอนชะเอม ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่าง ต.ดอนชะเอม กับ ต.ตะคร้ำเอน ที่อยู่ห่างจากจุดที่คนตกปลาพบจระเข้ในท้องที่ หมู่ 9 ประมาณ 8-9 กิโลเมตร เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ได้ตนเจอจระเข้ เห็นครั้งแรกเมื่อประมาณปลายเดือนธันวาคม และมักจะพบเห็นทุกๆ สัปดาห์ คาดว่ามีประมาณ 3-4 ตัว โดยมีขนาดลำตัวยาวกว่า 2 เมตร

ขณะที่ นายชัยวัฒน์ อินทร์ธิทัน คนเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง ซึ่งเฝ้าเครื่องสูบน้ำ อยู่ริมตลิ่ง ในท้องที่หมู่ 9 ต.ตะคร้ำเอน ได้สังเกตเห็นจระเข้ ว่ายทวนกระแสน้ำขึ้นไป ห่างจากจุดที่พบจุดแรก ช่วงประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะเป็นตัวเดียวกัน

โดย นายนิรุทธ์ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับทราบจากผู้พบเห็นจระเข้ คาดว่าน่าจะมีมากกว่า 1 ตัว เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วจระเข้จะไม่ว่ายน้ำไปไกลจากจุดที่พบมากนัก แต่จากจุดที่ชาวบ้านพบมีระยะทางห่างกันมาก จึงเป็นไปได้ว่าน่าจะมีมากกว่า 1 ตัว แต่ก็จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ก็ยังคงพยายามหาวิธีในการติดตามค้นหาจระเข้ตัวนี้อย่างใกล้ชิด คาดว่ายังคงวนเวียนอยู่ในละแวกดังกล่าว ทั้งนี้หากใครพบเห็นโทรแจ้ง อำเภอท่ามะกา ผู้นำชุมชน ประมงจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิ หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งเตือนให้งดลงเล่นน้ำและหาปลาในช่วงนี้จนกว่าจะสามารถจับจระเข้ได้ หรือจนกว่าจะมั่นใจได้ว่าภายในลำคลองไม่มีจระเข้หลงเหลืออยู่แล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...