โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

14 ตุลาคม "วันสัตว์เลี้ยงตัวอ้วน" เจ้านายพึงตระหนัก ตุ้ยนุ้ย น่ารัก เสี่ยงโรคเพียบ!

Khaosod

อัพเดต 14 ต.ค. 2563 เวลา 08.10 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2563 เวลา 08.10 น.

ใครๆ ต่างก็ชอบสัตว์เลี้ยงอ้วนน่ารัก จ้ำม้ำ น่าฟัดเต็มไม้เต็มมือมือ แต่หารู้ไม่ว่าความอ้วนที่สัตว์เลี้ยงกำลังเผชิญนั้น จะส่งผลร้ายต่อสุขภาพในอนาคต ทำให้วันที่ 14 ตุลาคม เป็นวัน "สัตว์เลี้ยงอ้วน" เพื่อเตือนเหล่าเจ้านายว่าควรดูแลสัตว์เลี้ยงให้แข็งแรงอยู่เสมอ

สัตว์เลี้ยง คือ สัตว์ที่ถูกควบคุมโดยมนุษย์ ในเรื่องการให้อาหาร การคุ้มครองดูแล การผสมพันธุ์ของสัตว์ตามต้องการได้ และสร้างความผูกพันต่อกันระหว่างคนกับสัตว์ จึงเรียกว่าสัตว์เลี้ยง

มนุษย์เริ่มทำการเลี้ยงสัตว์เมื่อประมาณ 2 หมื่นปีมาแล้ว โดยมีการนำเอาสุนัขป่าตัวเมียมาขุน เพื่อที่จะได้นำลูกสุนัขไปรับประทานและต่อมา ก็ใช้เริ่มใช้สุนัขป่าเพื่อช่วยล่าสัตว์ ก่อนที่จะเริ่มนำสัตว์ประเภทอื่นมาเป็นสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นแพะ แกะ หรือวัว แต่เมื่อไม่นานมานี้มนุษย์ได้นำสัตว์มาเลี้ยงภายในบ้าน เพื่อความปลอดภัย หรือความบันเทิงก็ตาม จำนวนของสัตว์เลี้ยงก็เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณในทุกๆ ปี

ในปัจจุบันสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ที่คนมักนำมาเป็นสัตว์เลี้ยงคงจะหนีไม่พ้นสุนัข และแมว ผู้คนส่วนใหญ่มักเลี้ยง และดูแลพวกมันอย่างดี ให้กินอาหารเท่าที่มันต้องการ จนลืมนึกถึงโภชนาการที่มันต้องการจริงๆ ทำให้คนส่วนใหญ่หารู้ไม่ว่าความรักที่มอบให้กับเหล่าสัตว์เลี้ยงที่มากเกินไปนั้น อาจจะส่งผลร้ายต่อสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราในอนาคต

Association for Pet Obesity Prevention (APOP) หรือ "สมาคมป้องกันโรคอ้วนในสัตว์เลี้ยง" ที่ก่อตั้งโดยดร. เออร์นีวอร์ด เมื่อปี 2548 โดยมีภารกิจหลักเพื่อสำรวจโรคอ้วนในสัตว์เลี้ยง และสร้างความตระหนักถึงปัญหา และผลกระทบที่จะเกิดในสัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักเกิน

สมาคมป้องกันโรคอ้วนในสัตว์เลี้ยง ได้สำรวจพบว่า สัตว์แพทย์ส่วนใหญ่มักจะเจอปัญหาสัตว์เลี้ยงอ้วน และมักจะแนะนำให้เจ้าของควบคุมอาหาร และให้พาสัตว์เลี้ยงไปออกกำลังกายให้มากขึ้น ซึ่งปัญหาหลักของเจ้าของสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่คือเจ้าของที่มักจะง่วน อยู่กับการเลือกอาหารสัตว์ที่ดี แต่ลืมนึกถึงปริมาณโภชนาการที่สัตว์เลี้ยงควรได้รับ

ในปี 2018 ประมาณ 60% ของแมวและ 56% ของสุนัขในสหรัฐอเมริกามีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน ซึ่งคิดจากคะแนนสภาพร่างกาย โดยที่สัตว์เลี้ยงตัวอ้วนจะมีคะแนนสูงกว่า 4 คะแนน คิดเป็นจำนวนสุนัขเกือบ 49 ล้านตัวและแมวมากกว่า 50 ล้านตัว ทำให้สัตว์เลี้ยงตัวอ้วนเหล่านี้เสี่ยงที่จะเผชิญกับโรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบ เมื่ออายุมากขึ้นก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นความดันโลหิตสูง และมะเร็ง

สัตว์เลี้ยงอ้วนดูอย่างไร?

หากสัตว์เลี้ยงอยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน สามารถคลำกระดูกซี่โครงได้โดยมีไขมันส่วนเกินปกคลุมหลัง ทำให้หลังแบนเป็นกระดาน เอวหาย มองเห็นเป็นทรงกลม ตั้งแต่หัวไหล่ เอว สะโพก ท้องเริ่มย้อยเมื่อมองจากด้านข้าง

หากสัตว์เลี้ยงอยู่ในภาวะอ้วน จนเสี่ยงต่อการเกิดโรค จะมองไม่เห็นชายโครง คลำก็ไม่พบ มีก้อนไขมันปกคลุมมากมาย หลังนูนเต็มไปด้วยไขมัน เมื่อมองจากด้านบนลงมาจะพบว่า หัวไหล่เล็กแต่บริเวณเอวและสะโพกใหญ่มาก ท้องย้อย ลงพุงอย่างเห็นได้ชัด

แก้ปัญหาสัตว์เลี้ยงอ้วนอย่างไร?

หากพบว่าสัตว์เลี้ยงอยู่ในภาวะที่มีน้ำหนักมากเกินไป สิ่งแรกที่ต้องทำคือการปรับพฤติกรรมในการให้อาหารซึ่งผู้เลี้ยงต้องมีวินัยกับตัวเอง และสัตว์เลี้ยง ในอาหารในปริมาณที่เหมาะสม แบ่งอาหารที่จะให้สัตว์เลี้ยงกินในแต่ละวันออกเป็นมื้อเล็กๆ วันละ 2-4 มื้อ ไม่ควรวางอาหารทิ้งไว้ เมื่อสัตว์เลี้ยงกินอาหารประมาณ 10-15 นาที ให้เก็บชามอาหารทันที และอย่าให้อาหารนอกมื้อเด็ดขาด

ที่มา : nationaltoday / petobesityprevention

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...