โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กระทรวงพาณิชย์ ลองสูตรใหม่ โยกทูต ตปท.นั่งพาณิชย์ จว.ดันค้าชายแดน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 07.52 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2562 เวลา 05.09 น.

สถานการณ์การส่งออกในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมายังคงติดลบ 2.7% ส่งผลให้ภาคเอกชนหลายสถาบันปรับลดตัวเลขเป้าหมายการส่งออกปีนี้ว่าจะติดลบเกิน 1%

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการหารือผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ยังคงยืนยันเป้าหมายปี 2562 ว่าจะขยายตัว 3% โดยประเมินจากการสั่งซื้อที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งจะเป็นไตรมาสที่มีการสั่งซื้อมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าขณะนี้มีปัจจัยเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวนและแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี ที่เข้ามากระทบต่อการส่งออกเกินกว่าที่ได้เคยประเมินกันไว้

มาตรการในการดูแลการส่งออกขณะนี้ได้มอบให้ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้มีการตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์เรื่องสงครามการค้า และปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน
และการส่งออก ขณะเดียวกัน กระทรวงก็มีนโยบายมุ่ง “ส่งเสริมการค้าชายแดน” กับประเทศเพื่อนบ้าน
ในกลุ่มอาเซียนมากขึ้น

โยกทูตพาณิชย์คุมชายแดน

ล่าสุดได้โยกย้ายทูตพาณิชย์จากต่างประเทศกลับมารับตำแหน่งพาณิชย์จังหวัด เพื่อช่วยวางมาตรการผลักดันการค้าชายแดน เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และจัดกิจกรรมเพื่อผลักดันการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์คนแรกที่ย้ายกลับมา คือ นายผกายเนติ์ เล่งอี้ ประจำสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา กลับมารับตำแหน่งพาณิชย์ จ.กาญจนบุรี

“ขณะนี้ตลาดอาเซียนเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 25% ของการส่งออกทั้งหมด และหากวิเคราะห์ลึกลงไปกลุ่มอาเซียน CLMV มีสัดส่วนการค้าสูงมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เราให้ความสำคัญตรงจุดนี้ แนวทางส่งเสริมการค้าชายแดนตอนนี้เราดึงทูตพาณิชย์ที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน คือ ทูตพาณิชย์จากเมียนมา กลับมาเป็นพาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งนี่ไม่ใช่การทำโทษ แต่เราจะสะท้อนว่าให้ความสำคัญกับการค้าชายแดนมากขึ้น”

นำร่องใช้ริงกิตดอลลาร์สิงคโปร์

ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าได้ส่งเสริมให้การค้าชายแดนสามารถใช้เงินสกุลท้องถิ่นค้าขายระหว่างกัน เช่น นำร่องได้ในเงินสกุลริงกิต และดอลลาร์สิงคโปร์ก่อน เพราะทั้งสองตลาดมีสกุลเงินที่มีเสถียรภาพมากที่สุด นอกจากนี้ได้แก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้าชายแดน เช่น การขยายระยะเวลาเปิดให้บริการด่านชายแดน ก็มีการดำเนินการมากขึ้นในหลาย ๆ ด่าน การเตรียมเปิดด่านผ่านแดนถาวรสะพานแห่งที่ 2 ฝ่ายไทยมีความพร้อมมาก และอยู่ระหว่างรอความพร้อมของฝ่ายเมียนมา

ชงวาระร้อน รมว.คนใหม่

นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า หากมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ทางกระทรวงพร้อมดำเนินงานตามนโยบายต่าง ๆ ทันที โดยขณะนี้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมรายงานและเสนอมาตรการสำคัญเร่งด่วนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ทันทีที่รับตำแหน่งเพื่อไม่ให้การทำงานสะดุด ทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การดูแลราคาสินค้าเกษตร และการจัดกิจกรรมส่งออก

ส่วนนโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศเรื่องการเจรจาเอฟทีเอ ทางกระทรวงจะต้องรายงานสรุปสถานะการเจรจาในกรอบต่าง ๆ เช่น กรอบอาเซียน หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจในภูมิภาค (RCEP) ส่วนเอฟทีเอทวิภาคี
อย่างไทย-อียู นั้นเตรียมเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ รับทราบถึงข้อดี-ข้อเสียในแต่ละด้าน เพราะเรื่องนี้จะถือเป็นประเด็นเชิงนโยบายหากรัฐมนตรีพิจารณาและมีนโยบายอย่างไรก็พร้อมที่จะดำเนินการ”

ต่อกรณีที่งบประมาณประจำปี 2563 อาจล่าช้าจากปกติ 1 ไตรมาสนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้วางแผนรับมือไว้โดยจัดสรรงบประมาณปี 2562 เพื่อใช้ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องไปพลางก่อน ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดปัญหาชัตดาวน์ และไม่จำเป็นต้องของบประมาณกลางปีฉุกเฉิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...