รวบอดีตภรรยาเจ้าของร้านทอง - ตำรวจบ้านโป่ง จ้างวานฆ่าอดีตสามี
วานนี้ (10 ก.ค.62) ตำรวจกองปราบปราม สามารถจับ ร.ต.อ.ภาคภูมิ หรือ หยอง ทองแจ้ง อายุ 48 ปี รอง สว.ป.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และ น.ส.เพชรรัตน์ ตั้งสิริเมธาพร 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันจ้างวาน หรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้มีนายอนุพันธ์ ทวีสิทธิศักดิ์ เจ้าของร้านทองแสงเจริญ ใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ได้เข้ามาร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ที่กองบังคับการปราบปราม ว่า
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 เม.ย.62 ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 3 คน ใช้เหล็กฝั่งน็อตรุมตี ที่ลานจอดรถห้างโลตัส สาขาบ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยมีคนร้ายอีกคนทำหน้าที่คุมเชิงใช้ปืนจี้ ข่มขู่ลูกน้องในร้านทองที่มาด้วย และพยายามจะเข้าช่วยเหลือ
กระทั่งมีคนในห้างโลตัส ออกมาดูจำนวนมากคนร้ายจึงพากันหลบหนีไป หลังเกิดเหตุลูกน้องได้พาไปรักษาตัว เบื้องต้นพบสมองบวม มีอาการตับฉีก ม้ามฉีก กระดูกซี่โครงหัก แขนหัก รักษาตัวอยู่หลายเดือนจนอาการเริ่มดีขึ้น
หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้ไปแจ้งความที่ สภ.บ้านโป่ง จนจับกุมตัวผู้ที่ก่อเหตุได้ 4 คน และมีการซัดทอดต่อว่า ร.ต.อ.ภาคภูมิ ตำรวจ สภ.บ้านโป่ง เป็นผู้บงการ
แต่เวลาลาล่วงเลยมาเกือบ 3 เดือน คดีกลับไม่คืบ ยังไม่มีการออกหมายจับนายตำรวจที่ถูกซัดทอด
ผู้เสียหาย จึงมาร้องขอให้กองปราบปราม ช่อยเหลือทำคดีนี้ เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากผู้จ้างวานเป็นคนมีสี รับราชการอยู่ในพื้นที่
พร้อมเล่าถึงต้นเหตุการก่อเหตุว่า นายอนุพันธุ์ ได้อย่าร้างกับ น.ส.เพชรรัตน์ ที่อยู่กินกันมาเกือบ 20 ปี มีบุตรด้วยกัน 2 คน
โดยนายอนุพันธ์ ได้ยกร้านทองให้กับภรรยา เพื่อใช้ทำมาหากิน
ต่อมา ร.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับนายอนุพันธ์ ได้เข้ามาดูแลช่วยเหลือ น.ส.เพชรรัตน์
แต่ไม่นาน นายโกมลรัตน์ รุ่งเรือง ซึ่งเป็นน้องชาย ก็ถูกคนร้าย 2 คน ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุเกิดจาก เอารถของนายอนุพันธ์
แต่จากการสอบปากคำ ร.ต.อ.ภาคภูมิ และ น.ส.เพชรรัตน์ ทั้งคู่ให้การปฏิเสธบงการทำร้ายร่างกาย นายอนุพันธุ์
แต่อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้นำตัวทั้งคู่ไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว
เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นข้าราชการในพื้นที่ เกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยาน เบื้องต้นศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ ผู้ต้องต้องหาเป็นข้าราชการในพื้นที่ จึงเห็นตามคำร้องของพนักงานสอบสวน