โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เจาะลึกเทคนิคการตลาดดิจิทัล ต้องทำอย่างมี STEPS”

Marketing Oops

อัพเดต 04 ก.ค. 2560 เวลา 02.21 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2560 เวลา 01.00 น. • Marketing Oops!

STEPS_1

ตามสถิติของเว็บไซต์หางานอย่าง JOBSDB.COM บริษัทในประเทศไทยต้องการพนักงานที่มีทักษะทางด้านดิจิทัลอยู่ 4,800 คน ในขณะที่มีพนักงานที่มีทักษะดิจิทัลอยู่แค่ 700 คน และ 700 คนที่ว่าก็ไม่ได้มีทักษะดิจิทัลที่เก่งจริงๆ

การตลาดดิจิทัลจึงกลายเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับนักการตลาดและผู้ประกอบการอย่างมาก ทำให้ “เอมี่-ณัฐวีร์ ตันติสัจจธรรม” สาวเก่งในอายุเพียง 29 ปี ลุกขึ้นมาสร้างสรรค์สถาบันสอนหลักสูตร Digital Marketing อย่าง “STEPS Training” ที่สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อยกระดับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเมืองไทย

STEPS_2

วันนี้ Marketing Oops! ได้มาสัมภาษณ์แบบ Exclusive กับสาวเก่งคนนี้กับความฝันและวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นจะเป็นส่วนหนึ่งในการติดอาวุธการตลาดดิจิทัลให้คนไทยเป็นผู้ประกอบการและนักการตลาดที่ทัดเทียมกับต่างประเทศ ประสบการณ์และมุมมองของสาวเก่งคนนี้ ต่ออนาคตของวงการดิจิทัลจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องอ่าน!

เตรียมตัวเองเข้าสู่สนามธุรกิจเทรนนิ่งตั้งแต่เด็ก

ถ้าคุณถามเพื่อนๆ ว่าตอนเด็กๆ เสาร์อาทิตย์ทำอะไรบ้าง เพื่อนคุณอาจจะตอบว่าไปเที่ยวบ้าง เรียนพิเศษบ้าง ทำงานบ้านบ้าง

แต่ถ้าคุณถามผู้หญิงคนนี้ คุณจะรู้ว่าถ้าไม่ได้ไปเรียนพิเศษ เธอก็จะใช้เวลาวันหยุดไปช่วยธุรกิจฝึกอบรมของครอบครัว และเข้าร่วมงานสัมมนาเป็นประจำ การได้ฝึกอ่านหนังสือพัฒนาตัวเองและบริหารธุรกิจเป็นภาษาอังกฤษเป็นการซึมซับการเรียนรู้ภาษาและความรู้ด้วยตัวเองมากกว่าเรียนในห้องเรียนที่ครูสอนคนเดียว ในรูปแบบเดียว แต่หวังให้เด็กนักเรียน 40-50 คนเข้าใจอย่างเดียวกันพร้อมกันหมด

ทั้งๆ ที่แต่ละคนเก่งไม่เหมือนกัน และเข้าใจเนื้อหาในรูปแบบที่ต่างกัน

เมื่อเข้าเรียนบริหารธุรกิจระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ความทะเยอทะยาน ความกดดันจากการแข่งขันกับเพื่อนๆ เป้าหมายที่ต้องมี การมองโลก ความรับผิดชอบ การรู้จักเจรจาต่อรอง การนำเสนองาน การทำงานเป็นทีม การตัดสินใจ และยังได้ร่วมงานสัมมนาที่ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอได้มีโอกาสเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ชีวิตจริง

ขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่สำเร็จ: จุดเริ่มต้นของการทำการตลาดบน Facebook และเว็บไซต์

จนกระทั่งเธอได้ทำงานให้กับบริษัทของพรีเมี่ยมและออกบูธในงาน Gift Fair ทำให้ เข้าใจถึงความสำคัญของการทำการตลาดออนไลน์เป็นครั้งแรก

“เคยไปออกบูธในงาน Gift Fair ข้างๆ เห็นร้านแบรนด์สมุดเครื่องเขียนของเกาหลี ร้านนั้นขายดีมาก มีคนยืนมุงเต็มไปหมด ในขณะที่บูธของเรานั่งตบยุง พอดีเห็นร้านนั้นมีป้ายเชิญให้คนมากด Follow ร้านของเขาบน Facebook มีคนสนใจมาถามสินค้าบน Facebook เราถึงเพิ่งเข้าใจว่าก็ร้านของเราดันไปสื่อสารผิดที่ เราเลยลองทำแบรนด์ลง Facebook ดูบ้าง ก็มีคนถามเข้ามาว่าร้านของเรามีเว็บไซต์หรือไม่ เขาไม่ได้ถามหาแค่ Social Media แต่บริษัทของเรามีงบน้อยที่จะจ้างคนพัฒนาเว็บไซต์ เราก็เลยทำได้แค่เรียนรู้เว็บไซต์จากซัพพลายเออร์ ตอนนั้นคนมองว่าการทำเว็บไซต์นั้นต้องลงทุนสูงและไม่ได้ประโยชน์อะไร เราก็เลยต้องนำเว็บไซต์ตัวอย่างมาพรีเซนต์ ต้องหาลูกค้าเอง ศึกษาเอง พัฒนาเว็บเอง เลยรู้ว่าทำเว็บไซต์ทำอย่างไร สุดท้ายก็ได้เจ้าที่ทำเว็บไซต์ได้ตามงบที่มีและขายของได้ ทำให้การทำงานเป็นเรื่องที่ท้าทาย”

อย่าให้ใครมาบอกว่าคุณเด็กเกินไปที่จะประสบความสำเร็จ

สมัยก่อนถ้าคุณนึกถึงวิทยากรพูดตามงานสัมมนา คุณต้องนึกถึงคนอายุราว 40 ปี จบปริญญาเอก ใส่สูทใส่แว่น เป็นค่านิยมของเมืองไทยที่ทำให้คนที่ฝันอยากเป็นวิทยากรตั้งแต่เด็กต้องท้อแท้ ได้แต่ทำงานหาประสบการณ์ต่อไป ไม่เว้นแต่สาวเก่งคนนี้ก็มีเหตุการณ์มาพิสูจน์ใจในช่วงอายุ 24 – 25 ปีเช่นกัน

แต่นี่คือสิ่งทำให้คุณณัฐวีร์ตัดสินใจไม่ทำงานประจำและหันมาทำธุรกิจเทรนนิ่งสายการตลาดดิจิทัล

STEPS_3

“ทุกครั้งที่ได้งาน ก็มักจะมีโอกาสที่คุณพ่อส่งเราไปสัมมนาทุกครั้ง จนสุดท้ายก็ได้งานที่เอเจนซี่เจ้าหนึ่ง แต่ก่อนทำงานก็ขอไปเข้าสัมมนาดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่ต่างประเทศ 1 อาทิตย์ แล้วจะกลับมา แต่พอเข้างานนี้ เราเปลี่ยนความคิดไปเลย เราได้เจอคนหลายชาติ เค้าคิดอีกแบบหนึ่ง ในงานมีมีเวิร์คช็อปทำ Copywriting ทำคอนเทนต์ ทำโมเดลธุรกิจ ทำ Sales Funnel ก่อนกลับ ก็ได้เจอผู้บริหารหลักทรัพย์รายใหญ่ของมาเลเซีย เราบอกเขาไปว่าเราจะกลับไปทำงานประจำ เพราะเราเด็กเกินไป เขาก็บอกว่าใครบอกว่าคุณเด็กเกินไปที่จะประสบความสำเร็จ? ใคร? เป็นใคร? แล้วก็ทิ้งท้ายกับเราว่าอย่าได้กลับไปทำงานประจำ ให้ทำสิ่งที่เราอยากทำจริงๆเถอะ”

กลายเป็นจุดที่ทำให้เธอ “Kick Off” เปิดตัวธุรกิจเทรนนิ่งพัฒนาทักษะการตลาดดิจิทัลในปี 2014

อะไรคือโจทย์ใหญ่ที่ SMEs และบริษัทยักษ์ใหญ่ต้องแก้?

SMEs ต้องการประหยัดงบแต่การขยายฐานลูกค้า ฟังดูไม่น่าเป็นไปได้เลยหากทำการตลาดกับลูกค้าขาประจำและบอกต่อผ่านเพื่อนและญาติพี่น้องอย่างเดียว หากใครทำธุรกิจที่บ้านก็จะรู้ว่าคนรุ่นหนึ่งอยากให้พนักงานทำงานแบบเดิมๆ แต่คนรุ่นสองอยากทำงานในรูปแบบใหม่ๆเพื่อขยายฐานธุรกิจ ยิ่งใครอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองแล้ว การตลาดดิจิทัลจะมาตอบโจทย์ของ SMEs ทั้งหมดเพราะนอกจากจะมีต้นทุนต่ำกว่าการเปิดหน้าร้านแล้ว ยังเป็นเรื่องของความภาคภูมิใจในตัวเองด้วย

ส่วนองค์กรใหญ่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องงบเหมือน SMEs แต่มีปัญหาเรื่องขาดคนที่มีทักษะ

STEPS_4

“SMEs มีขนาดเล็ก ปรับตัวง่าย แต่คนระดับบนในบริษัทใหญ่จะไม่เข้าใจ ยังคิดว่าเคยทำแบบนี้มาแล้วมันสำเร็จ แต่กว่าจะปรับตัวเปิดรับสิ่งใหม่ก็สายไปแล้ว งานออนไลน์ในบริษัทจะมีรายละเอียดเยอะกว่าออฟไลน์ แต่ขาดคนมาทำงาน บริษัทส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาเรื่องของงบแต่มีปัญหาขาดคนที่มีทักษะ ขาดคน หาคนไม่ได้ นักการตลาดอายุ 30 ปีกว่าหนังสือการตลาดยังไม่ได้มีพูดเรื่องของการตลาดออนไลน์ พอพวกนี้เข้ามาทำงานด้านนี้ ก็ต้องรับงานหนัก”

สิงคโปร์เตรียมคนให้มีทักษะดิจิทัลตั้งแต่อายุ 15 ปี แล้วประเทศไทยอยู่ที่ไหน?

ตามสถิติของเว็บไซต์หางานอย่าง JOBSDB.COM บริษัทต้องการพนักงานที่มีทักษะทางด้านดิจิทัลอยู่ 4,800 คน ในขณะที่พนักงานที่มีทักษะดิจิทัลอยู่แค่ 700 คน

ตลกร้ายก็คือ 700 คนที่ว่าก็ไม่ได้มีทักษะดิจิทัลที่เก่งจริงๆ

“สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะการศึกษาในบ้านเราส่วนใหญ่แต่ก่อนยังไม่มีสอน นอกจากหลักการพื้นฐานอย่าง 4P และการวางแผนการสื่อสารการตลาดแบบออฟไลน์ แต่ไม่รู้จักการใช้ Influencer ออนไลน์ การทำ Search Engine Optimization การวางแผนเพิ่มจำนวนคนดูในสื่อออนไลน์ ศัพท์เทคนิคอย่าง CPR และ CPC จึงต้องเรียนรู้และฝึกฝนเอาเอง ในขณะที่สิงคโปร์เตรียมพร้อมคนให้มีทักษะดิจิทัลตั้งแต่อายุ 15 ปี ประเทศไทยจึงขาดแคลนพนักงานที่เก่งทักษะด้านนี้จริงๆ”

เธอจึงมองว่าอีก 2-5 ปีข้างหน้าประเทศไทยจำเป็นต้องมี HR Center สำหรับฝึกอบรมคนให้พร้อมทำการตลาดดิจิทัล มีความรู้และทักษะที่เท่าทันต่างประเทศ ให้เริ่มเข้าใจว่าการทำการตลาดดิจิทัลไม่ใช่แค่ทำบน Social Media ไม่ใช่แค่ทำโฆษณาบน Facebook ไม่ใช่ใช้แต่คำว่า Digital 4.0 โดยที่ไม่เข้าใจความหมายของมัน และไม่ใช่แค่ทำวีดีโอให้เกิดกระแสไวรัลเท่านั้น

ทำไม “ประสบการณ์การเรียนรู้” ถึงสำคัญที่สุด?

หากใครที่กำลังทำธุรกิจเทรนนิ่งฝึกอบรมจะเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะงบที่บริษัทจะตัดเป็นอย่างแรกคืองบการฝึกอบรมพัฒนาพนักงาน เธอจึงมองว่าการทำธุรกิจแบบนี้ ประสบการณ์การเรียนรู้ของคนเรียนนั้นสำคัญที่สุด

STEPS_5

“การทำธุรกิจนี้ยากเพราะบริษัทไทยส่วนใหญ่เขาจะตัดงบเทรนนิ่งอย่างแรก มันท้าทายมาก เราเลยมีทางเลือกสองทาง คือถ้าไม่เลิกทำ ก็ต้องทำให้เขาเห็นคุณค่า แล้วเราก็เลือกอย่างหลัง เราเชื่อว่าถ้าเราทำสินค้าให้ดี ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ให้ดี มีการประเมินและพัฒนาตลอด คนก็จะเห็นคุณค่าของการฝึกอบรมในที่สุด วัฒนธรรมของบริษัทจึงสำคัญมาก ถ้าเกิดว่าคุณคิดว่าเป้าหมายของบริษัทคือการทำกำไรสูงสุด คุณก็จะทำงานผิดทาง พนักงานก็จะทำงานในอีกรูปแบบหนึ่ง มันต้องฝังวัฒนธรรมการเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด ถ้าเขาเรียนรู้ได้มากขึ้น เขาก็จะเรียนรู้ได้มากขึ้น เมื่อเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำแล้วมูลค่าหรือผลตอบแทนก็จะตามมา”

เรียนรู้การตลาดดิจิทัล ต้องเรียนแบบมี “STEPS”

STEPS คือขั้นบันไดที่คนจะได้เติบโตทีละขั้น เธอจึงใช้ชื่อนี้ เพราะป็นชื่อที่ฟังง่าย พร้อมกับวิสัยทัศน์ที่ว่า หากใครอยากเรียนรู้เกี่ยวกับการตลาดดิจิทัล ก็อยากให้นึกถึง STEPS Training พอเข้ามาก็จะมีการประเมินผลว่าความรู้เรื่องดิจิทัลอยู่ในระดับไหน แล้วเราจะจัดหลักสูตรที่เหมาะสมให้สำหรับคนนั้น

STEPS_6

“หน้าที่ของ STEPS คือเปิดมุมมองใหม่ให้คนที่จะทำงานในสายดิจิทัลเห็นว่ามันมีมากกว่าการเอาเงินไปให้เอเจนซี่ แล้วบอกว่า เอาไปทำอะไรก็ได้นะ ไปทำหนังให้เรื่องหนึ่ง มันไม่ใช่แค่ยิงโฆษณาบน Facebook เราต้องทำให้เขาได้ไอเดีย และต้องลงมือทำอะไรสักอย่างได้แล้ว รู้ว่าทักษะในด้านดิจิทัลที่จะไปเสนอกับเจ้านายและทีมของเขามีอะไรบ้าง สิ่งที่เขาต้องไปคุยกับเอเจนซี่มีอะไรบ้าง อันนี้คือหน้าที่ของเรา เราต้องทำให้เนื้อหามันง่ายขึ้น เพราะบางคนเป็นหัวหน้า เขากลัวคำว่า Digital เพราะมันคือเรื่องใหม่ กลัวว่ามันยาก เป็นเทคนิค แต่เราไม่เน้นเทคนิค เราไม่เปิดสอนทำโฆษณาบน Facebook ไม่งั้นมันจะไปเร็วมาก มันง่าย แต่คุณต้องเข้าใจกลยุทธ์กับแนวคิดของมันก่อน แล้วเรื่องเทคนิคค่อยว่ากันทีหลัง”

ซึ่งถ้าเข้ามาเรียนใน STEPS Training คุณจะลืมบรรยากาศต้องมานั่งฟังเลคเชอร์ไปเลย เพราะที่นี่ทุกคนต้องเรียนรู้กันใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ทำให้เปิดใจรับเนื้อหาและไอเดียใหม่ๆผ่านการเล่นเกมส์และทำเวิร์คช็อปทบทวนเนื้อหาที่ได้เรียนในหลักสูตร ไปเลย ไม่ต้องกลับไปทวนที่บ้าน รู้จักว่า Paid Media คืออะไร Non-Paid Media คืออะไร ต้องซื้ออย่างไร จะทำการตลาด ต้องฟอร์มทีมอย่างไร มีคำถามคัดคนเข้าทีมอะไรบ้าง เรียนจบเอาไปใช้ได้ทันที เอางานไปบรีฟและสอนการตลาดดิจิทัลให้เจ้านายและคนในทีมได้ ประหยัดเงินในการฝึกอบรมในบริษัทอีก

ฉะนั้นธุรกิจการฝึกอบรมจึงต้องทุ่มทุนไปกับสถานที่ คนบรรยาย พนักงาน เพื่อเสริมบรรยากาศในการเรียนรู้ ให้แต่ละคนได้รับประสบการณ์ตามที่ตัวเองถนัด ตอบโจทย์อย่างที่แต่ละคนเป็น และคุ้มค่ากับการเรียน

STEPS_7

หลักสูตรของ STEPS TRAINING

ปัจจุบันมี 2 หลักสูตรได้แก่

1. Digital Marketing for SMEs: เป็นหลักสูตร 3 วันติดกันเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs ทำยอดขายทะลุเป้า ผ่านการกำหนดทิศทางของแบรนด์ รู้จักลูกค้า ฝึกวางแผน ทำคอนเทนต์ ทำงบประมาณ ติดต่อเจรจากับเอเจนซี่ ประเมินผลการทำงานและวิเคราะห์กรณีศึกษาทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวแบบจัดเต็ม

2. Digital Marketing Specialist Certification: หลักสูตร 36 ชั่วโมงเต็มกับเทรนเนอร์มาก ประสบการณ์และฝีมือ คุณจะได้รู้จักกับแนวคิดและกลยุทธ์ของการตลาดดิจิทัลที่ไม่ใช่แค่ Social Media อย่างเดียว แต่รู้จักการทำการตลาดผ่าน Influencer, Content และ Search Engine การทำคอนเทนต์ให้สร้างสรรค์ การทำ E-Commerce รวมถึงฟอร์มทีมการตลาดดิจิทัลให้ได้ทีมที่ใช่ด้วย

และอีกไม่นาน STEPS TRAINING ก็กำลังจะเตรียมเปิดอีก 2 หลักสูตรได้แก่การสร้างดิจิทัลแบรนด์ที่ไม่ใช่ให้คุณรู้จักแต่เอกลักษณ์และคาแรคเตอร์ของแบรนด์ แต่รู้จักการแก้ความเจ็บปวดของลูกค้าและวางเรื่องราวของแบรนด์สำหรับ SMEs

และหลักสูตร 3 วันสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่อยากทำงานในสายดิจิทัลให้มาปูพื้นฐานทำความรู้จัก Digital Landscape Position ผ่านการทำเวิร์คช็อปและการนำเสนองานต่อเอเจนซี่ หากใครมีแวว เอเจนซี่เตรียมคว้าตัวไว้ได้เลย หากใครสนใจหลักสูตรทั้งหมด สามารถติดตามได้ที่ http://stepstraining.co/

STEPS_8

สุดท้ายแล้ว ต่อให้ความรู้ดีๆ มีตัวช่วยอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ตอนนี้ นอกจากเราจะไม่เท่าทันผู้ประกอบการและนักการตลาดต่างประเทศแล้ว ยังพลาดโอกาสที่จะได้ทำงานในสายการตลาดดิจิทัลด้วย เพราะทุกวันนี้หาคนเก่งเรื่องนี้มาทำงานยากจริงๆ

การตลาดดิจิทัลได้กลายเป็นตัวชี้ชะตาความเป็นอยู่ของบริษัทและภาคธุรกิจทั้งประเทศไปแล้ว

แหล่งที่มา

สัมภาษณ์คุณณัฐวีร์ ตันติสัจจธรรม ที่ The Hive พระโขนง วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2560

อ่านบทความทั้งหมด ที่ MarketingOops.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...