โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) คืออะไร?

HonestDocs

อัพเดต 09 ต.ค. 2562 เวลา 19.53 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 19.53 น. • HonestDocs
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia Gravis เป็นโรคแพ้ภูมิตนเองเรื้อรังชนิดหนึ่งซึ่งทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง

ความหมายของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) เราสามารถเรียกชื่อโรคนี้ได้สั้นๆว่า "โรค MG"  เป็นโรคแพ้ภูมิตนเองเรื้อรังชนิดหนึ่งซึ่งทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยคำว่า "Myasthenia Gravis" มาจากภาษาละตินและกรีก ซึ่งหมายถึงกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคนี้ในปัจจุบันสามารถทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตได้ยืนยาวเท่าคนปกติ

ความชุกของโรค

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงสามารถเกิดได้กับทุกเชื้อชาติ ทุกเพศและทุกวัย แต่มักพบในผู้หญิงอายุน้อยกว่า 40 ปีและผู้ชายอายุมากกว่า 60 ปี ถึงแม้ว่าโรคนี้จะไม่ใช่โรคติดต่อ หรือไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่อาจพบโรคนี้ในครอบครัวเดียวกันมากกว่า 1 คนได้

สาเหตุของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดจากความผิดปกติในการสื่อสารระหว่างเส้นประสาท และกล้ามเนื้อ ซึ่งเกิดได้จากปัจจัยต่อไปนี้

1. ภูมิคุ้มกัน 

เพราะเส้นประสาทจะสื่อสารกับกล้ามเนื้อ โดยการใช้สารเคมีซึ่งจะถูกจับที่กล้ามเนื้อในตำแหน่งที่เรียกว่า "Nerve-muscular junction" หากคุณเป็นโรคนี้ ร่างกายจะทำการผลิตภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะไปขัดขวางการจับ หรือทำลายตัวรับสารที่เรียกว่า "อะซิทิลโคลีน" (acetylcholine) ที่กล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อได้รับสัญญาณจากเส้นประสาทลดลง และกลายเป็นอ่อนแรงในเวลาต่อมา 

และภูมิคุ้มกันเหล่านี้ยังอาจยับยั้งการทำงานของโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของ Nerve-muscular junction ซึ่งทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงตามมาได้ด้วย

2. ต่อมไทมัส 

ต่อมไทมัส เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน ตั้งอยู่บริเวณหน้าอกส่วนบน ซึ่งอาจเป็นตัวกระตุ้น หรือควบคุมการสร้างภูมิคุ้มกันที่ไปยังยั้งสาร Acetylcholine เพราะต่อมไทมัสในคนปกติมักมีขนาดเล็ก  แต่พบว่าในผู้ป่วยโรคนี้จะมีขนาดใหญ่ นอกจากนั้นอาจมีเนื้องอก (ที่มักไม่ใช่มะเร็ง) เกิดขึ้นภายในต่อมไทมัสของผู้ป่วยโรคนี้

3. พันธุกรรม

ตัวอย่างเช่น ทารกที่มีแม่เป็นโรคนี้ก็อาจเกิดมาเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน แต่จะพบได้น้อย โดยหากได้รับการรักษาในทันที ทารกเหล่านี้มักจะสามารถกลับมาเป็นปกติได้ภายใน 2 เดือนหลังคลอด หรือเด็กบางคนอาจเกิดมาพร้อมกับภาวะ Congenital myasthenic syndrome ซึ่งเป็นโรคที่พบได้น้อยมาก

4. สาเหตุอื่นๆ  

หากโรคนี้ไม่ได้เกิดจากการสร้างภูมิคุ้มกันมายับยั้งสาร Acetylcholine หรือตัวรับที่กล้ามเนื้อแล้ว เราจะเรียกว่า "Antibody-negative myasthenia gravis" ในปัจจัยกลุ่มนี้ โดยภูมิคุ้มกันจะทำงานต่อต้านกับโปรตีนอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Lipoprotein-related protein 4 ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคได้

ปัจจัยที่ทำให้อาการของโรคแย่ลง

ปัจจัยต่อไปนี้จะทำให้โรคแย่ลง มีดังต่อไปนี้

  • ความเหนื่อยเหนื่อย

  • อาการเจ็บป่วย

  • ความเครียด

  • ความร้อน

  • ยาบางกลุ่ม เช่น 

  • Beta blockers (เบต้า บล็อกเกอร์)

    • Quinidine gluconate (ควินิดิน กลูโคเนต)
    • Quinidine sulfate (ควินิดิน ซัลเฟต)
    • Quinine (ควินิน)
    • Phenytoin (เฟนิโทอิน)
    • ยาดมสลบบางชนิด 
    • ยาปฏิชีวนะบางชนิด

การรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia Gravis

มีผู้ป่วยประมาณ 50% ที่โรคสงบหลังจากการตัดต่อมไทมัส

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia Gravis สามารถควบคุมได้ด้วยการรักษาและการบำบัดซึ่งจะช่วยให้ภาวะกล้ามเนื้อ่อนแรงดีขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทจะเป็นคนกำหนดว่าการรักษาในรูปแบบใดเหมาะกันคุณมากที่สุด โดยคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้

  • อายุ
  • ความรุนแรงของโรค
  • ตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่เป็น
  • โรคร่วมอื่นๆ

การใช้ยา

แพทย์อาจสั่งจ่ายยาต่อไปนี้เพื่อช่วยรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia Gravis Anticholinesterase agents เช่น neostigmine และ pyridostigmine (Mestinon) โดยยาในกลุ่มนี้จะช่วยเพิ่มการสื่อสารระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ และเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น

  • ปัญหาทางระบบทางเดินอาหาร
  • คลื่นไส้
  • มีน้ำลายและเหงื่อออกมาก

การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน (Immunosuppressive drugs) เช่น prednisolone, azathioprine, cyclosporine, mycophenolate mofetil และ tacrolimus จะไปยับยั้งการสร้างภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น

อย่างไรก็ตามยาในกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ ดังนั้นแพทย์จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ผลข้างเคียงดังกล่าวประกอบด้วย

  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ปัญหาทางระบบทางเดินอาหาร
  • เพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อ
  • อันตรายต่อตับ
  • อันตรายต่อไต

การผ่าตัด

Mayo Clinic ได้กล่าวว่ามีผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 15% ที่มีเนื้องอกภายในต่อมไทมัส การผ่าตัดต่อมนี้ออก (เรียกว่า thymectomy) จะช่วยลดอาการในผู้ป่วยบางคนและอาจหายขาดได้ในบางคนเพราะมีการปรับสมดุลของภูมิคุ้มกันในร่างกายใหม่ ถึงแม้ว่าจะไม่มีเนื้องอกที่ต่อมไทมัส แต่พบว่าการตัดต่อมออกอาจช่วยให้อาการของโรคดีขึ้น และอาจหยุดยาได้ อย่างไรก็ตามอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นผลของการผ่าตัด และในบางคนอาจพบว่าไม่มีอาการดีขึ้นเลยได้ การผ่าตัดต่อมไทมัส (Thymectomy) สามารถทำได้โดยวิธีการ

ผ่าตัดเปิด (Open surgery) : แพทย์จะทำการตัดกระดูกหน้าอกเพื่อเปิดเข้าสู่ช่องอกก่อนจะตัดต่อมไทมัสออก

การผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) : การผ่าตัดแบบนี้อาจได้ผลดีกว่าเนื่องจาก

  • เสียเลือดน้อย
  • ปวดน้อยกว่า
  • ลดอัตราการตาย
  • ลดระยะเวลาที่ต้องนอนโรงพยาบาลเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิด

การผ่าตัดแบบนี้สามารถทำได้หลายวิธี เช่น

Video-assisted thymectomy แพทย์จะทำการลงแผลเล็กๆ บริเวณลำคอ และใส่กล้องและเครื่องมือลงไปเพื่อทำการตัดต่อมไทมัส หรืออาจเปิดแผลเล็กๆ ที่บริเวณด้านข้างของหน้าอก ก่อนจะใส่เครื่องมือและกล้องลงไปทางแผลดังกล่าวเพื่อทำการตัดต่อมไทมัสออก

การผ่าตัดต่อมไทมัสโดยใช้หุ่นยนต์ช่วย (Robot-assisted thymectomy) การผ่าตัดแบบนี้จะมีการลงแผลหลายตำแหน่งบริเวณด้านข้างของหน้าอก ก่อนจะใช้ระบบหุ่นยนต์ซึ่งประกอบด้วยแขนกล้องและแขนกลในการตัดเอาต่อมไทมัสออกมา

ทางเลือกอื่นในการรักษา

ในช่วงที่อาการป่วยรุนแรงมาก อาจต้องใช้การรักษาด้วยวิธีต่อไปนี้

Plasmapheresis คือหัตถการที่นำส่วนประกอบของเลือดซึ่งมีภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติออกจากเลือด ก่อนที่จะนำกลับเข้าสู่ร่างกาย

การให้ immune globulin ทางเส้นเลือดดำปริมาณสูง จะช่วยปรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผ่านการให้ภูมิคุ้มกันเข้าสู่กระแสเลือด

การปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต

การปรับวิธีการใช้ชีวิตต่อไปนี้อาจช่วยควบคุมอาการของโรคได้

วิธีการรับประทานอาหาร

  • รับประทานอาหารมื้อเล็กๆ ตลอดทั้งวัน
  • รับประทานเมื่อกล้ามเนื้อมีแรง
  • ค่อยๆ เคี้นวอาหาร
  • หยุดระหว่างการกัดแต่ละคำ
  • กินอาหารอ่อน
  • หลีกเลี่ยงอาหารทีต้องเคี้ยวหาก เช่นผลไม้หรือผักสด

ระวังความปลอดภัย

  • ติดตั้งราวจับในบ้านหากต้องการ
  • ทำให้พื้นสะอาดและไม่มีพรมเผยอขึ้นมา
  • กวาดใบไม้ หิมะ และขยะอื่นๆ ออกจากทางเท้าหรือทางขับรถ

การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือต่างๆ : การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เช่นแปรงสีฟันไฟฟ้า ที่เปิดกระป๋องอัตโนมัติจะช่วยให้คุณไม่ต้องออกแรงมากเกินไป

ใช้ที่ปิดตา : หากคุณมีการเห็นภาพซ้อน คุณอาจใช้วิธีการปิดตาข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อช่วยในการเขียน การอ่าน หรือการดูโทรทัศน์

วางแผนล่วงหน้า : เตรียมการวางแผนการทำงานบ้านต่างๆ ให้อยู่ในช่วงที่คุณมีพลังงานมากที่สุด และพักผ่อนเมื่อต้องการ

การพยากรณ์โรคของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia Gravis

การรักษาโรคนี้ในผู้ป่วยส่วนมากจะช่วยลดอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ ทำให้สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ผู้ป่วยบางคนอาจมีช่วงสงบของโรคและอาจไม่ต้องใช้ยาในช่วงนั้น ซึ่งถือเป็นเป้าหมายของการตัดต่อมไทมัส อ้างอิงจากสถาบันความผิดปกติทางระบบประสาทและเส้นเลือดสมอง (National Institute of neurological Disorders and Stroke) พบว่าผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดประมาณ 50% จะทำให้โรคสงบและอาจสงบได้ถาวร

ภาวะแทรกซ้อนของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

แม้ว่าภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้ส่วนมากจะสามารถรักษาได้ แต่มีบางภาวะที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ประกอบด้วย

  • Myasthenic crisis หรือกล้ามเนื้อกะบังลงอ่อนแรง เป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิต เนื่องจากกระทบต่อการหายใจ และจำเป็นต้องได้รับการรักษาทันทีเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถหายใจเองได้
  • เนื้องอกที่ต่อมไทมัส ซึ่งมักไม่ใช่มะเร็ง แต่สามารถพบได้ประมาณ 15% ของผู้ป่วยโรคนี้
  • การทำงานของต่อมไทรอยด์ที่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป 
  • โรคที่เกี่ยวข้องกับการแพ้ภูมิตนเองโรคอื่นๆ เช่น ข้ออักเสบชนิดรูห์มาติก (Rheumatoid arthritis) หรือโรคลูปัส (Lupus)

👨‍⚕️⚕️👩‍⚕️⚕️ ค้นหาโรค อาการ ยา โรงพยาบาล คลินิก และอ่านบทความสุขภาพ เขียนโดยคุณหมอหรือผ่านการรีวิวจากคุณหมอแล้ว ที่ www.honestdocs.co และ www.honestdocs.id 

💪❤️ ไม่พลาดข้อมูลดีๆ ที่จะทำให้คุณแข็งแรงขึ้นทั้งกายและใจ คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์ @honestdocs หรือแสกน QR Code ด้านล่างนี้ และยังติดตามเราได้ที่ Facebook และ Twitter วันนี้

📱📰 โหลดแอป HonestDocs สำหรับ iPhone หรือ Android ได้แล้ววันนี้! จะอ่านบทความ จะเก็บบทความไว้อ่านทีหลัง หรือจะแชร์บทความให้คนที่เราเป็นห่วง ก็ง่ายกว่าเดิมเยอะ

เปรียบเทียบดีลสุขภาพ ทำฟัน และความงาม จาก รพ. และคลินิกกว่า 100 แห่ง พร้อมจองคิวผ่าน HonestDocs คุณหมอมือถือได้เลยวันนี้ ถูกกว่าไปเอง

ขอบคุณที่วางใจ ทุกเรื่องสุขภาพอุ่นใจ ให้ HonestDocs (ออเนสด็อกส์) คุณหมอมือถือ ดูแลคุณ ❤️

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...