โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นานาทัศนะตำนานรัก "มะเมียะ" กับ "เจ้าน้อยศุขเกษม" สังคมไทยคิดเห็นอย่างไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 ส.ค. 2567 เวลา 07.06 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2567 เวลา 01.00 น.
เจ้าอุตรการโกศล (ศุขเกษม ณ เชียงใหม่) หรือเจ้าน้อยศุขเกษม ถ่ายภาพกับเจ้าบัวชุม ณ เชียงใหม่ ผู้เป็นภรรยา (ภาพจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

นานาทัศนะตำนานรัก “มะเมียะ” กับ “เจ้าน้อยศุขเกษม” สังคมไทยคิดเห็นอย่างไร?

ตำนานความรักคลาสสิกในสังคมไทยเรื่องหนึ่งคงหนีไม่พ้นเรื่อง “มะเมียะ” ที่ผู้เขียนอย่างคุณปราณี ศิริธร ณ พัทลุง เผยแพร่ลงในหนังสือ “เพ็ชรล้านนา” และ “ชีวิตรักเจ้าเชียงใหม่” กระทั่งดังเป็นพลุแตกเมื่อจรัล มโนเพ็ชร นำมาแต่งเป็นเพลงจนตำนานรักเรื่องนี้เป็นที่จดจำของผู้คนมาจนถึงทุกวันนี้

คุณธเนศวร์ เจริญเมือง ได้สรุป “ทัศนะอันหลากหลาย ว่าด้วยความรักของหมะเมียะ-เจ้าศุขเกษม” ในสังคมไทย โดยแบ่งออกเป็น 7 ประการ สรุปได้ดังนี้

หนึ่ง ทัศนะว่าด้วยมรสุมการเมือง ผิดประเพณี รักนิรันดร พม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ การมีภรรยาเป็นคนสัญชาติอังกฤษย่อมเป็นปัญหาทางการเมือง อังกฤษอาจเข้าแทรกแซงได้ เพราะอังกฤษเล็งที่จะขยายอิทธิพลเข้าไปในล้านนาอยู่แล้ว และรัฐบาลสยามก็ย่อมไม่สบายใจ ปัญหาฐานะทางชนชั้นที่ต่างกัน รักของหนุ่มสาวคู่นี้จึงเป็นไปไม่ได้ รักแท้จึงสร้างความเจ็บปวดไปชั่วชีวิต นี่คือคำอธิบายของคุณปราณีในหนังสือชีวิตรักเจ้าเชียงใหม่

สอง ทัศนะว่าผิดประเพณี รักนิรันดร โดยจรัล มโนเพ็ชร นำเรื่องตำนานความรักนี้มาแต่งเป็นเพลง อธิบายว่าเจ้าศุขเกษมเป็นราชบุตรที่มีอนาคตการเมืองสำคัญ แต่มะเมียะเป็นพม่า จึงไม่อาจรักกันเพราะผิดประเพณี จึงต้องแยกทางกันไป แต่เจ้าศุขเกษมก็หักใจไม่ได้ ต้องตรอมในความทุกข์จนสิ้นชีวิต ส่วนมะเมียะก็บวชชีจนสิ้นชีวิต

สาม ทัศนะว่าการล่าอาณานิคมระดับภูมิภาคและการดิ้นรนของล้านนา สยามไม่พอใจที่เจ้านายเชียงใหม่แอบส่งลูกหลานไปเรียนต่อในดินแดนศัตรู เจ้านายเชียงใหม่ส่วนหนึ่งอยากเห็นโลกกว้าง และอยากหาทางออกใหม่ให้แก่ล้านนา ส่วนสยามก็เกรงว่าล้านนาจะมีใจออกห่าง

เมื่อเรื่องนี้ถูกเปิดเผย สยามจึงไม่พอใจ เจ้านายเชียงใหม่จึงต้องบังคับให้รักของหนุ่มสาวสิ้นสุดลง ไม่ใช่เรื่องผิดประเพณี เพราะโดยทั่วไป เจ้าศักดินาไม่ให้ความสำคัญเรื่องเชื้อชาติหรือฐานะของฝ่ายหญิง ส่วนความรักยิ่งใหญ่นั้นเหมือนกับสำนักคิดที่ 2 นี่คือความคิดเห็นของคุณธเนศวร์

สี่ ทัศนะที่ว่าฝ่ายชายไม่ได้รักจริง นี่คือความคิดของลูกหลานส่วนหนึ่งของเจ้าหญิงบัวชุม เจ้าศุขเกษมรักมะเมียะจริง แต่เมื่อจากกัน เจ้าศุขเกษมสมรสกับเจ้าบัวชุม เจ้าศุขเกษมก็หมดความรักต่อมะเมียะ มีชีวิตสมรสแบบปกติกับเจ้าบัวชุม และเจ้าบัวชุมไม่เคยพูดเรื่องรักแท้ของเจ้าศุขเกษมให้คุณปราณีฟัง (สารธาร. เจ้าชายเชียงใหม่ตรอมใจตายเพราะหมะเมียะจริงหรือ?. พลเมืองเหนือ. 17-23 พฤศจิกายน 2546, หน้า 32-33.)

ห้า ทัศนะชายเสเพล นี่คือการเปิดเผยของเจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ ที่เล่าว่าเจ้าศุขเกษมไม่ตั้งใจเรียน ชอบแต่สาว ๆ ผู้ใหญ่จึงให้กลับบ้าน และเมื่อพามะเมียะมาเชียงใหม่ก็ไปด้วยกันไม่ได้ จึงแยกทางกัน ส่วนเจ้าศุขเกษมนั้นชอบดื่มสุราเป็นนิสัย ตามที่คุณสมฤทธิ์ ลือชัย ระบุในบทความ “มะเมี๊ยะ เรื่องเก่าที่ต้องมองใหม่” ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับธันวาคม พ.ศ. 2555 เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ระบุว่า

“ได้ข่าวจากเชียงตุงว่า…ไปเฮียนหนังสือมันก็บ่เฮียน ไปเมาสาวเหียะ ถ้ามีลูกมีเต้าจะเยี๊ยะจะได เพราะว่าเขาต้องมาสืบความเป็นเจ้าหลวงต่อนะ มันบ่เฮียนหนังสือ เอามันกลับมาเหียะ ก็เลยเอากลับมา มาก็มากันสองคน คนหนึ่งปลอมเป็นผู้ชายมาคือมะเมี๊ยะ มาแล้วก็บอกว่ามันอยู่กันบ่ได้เลย ก็เลยบอกว่าให้เอาอีมะเมี๊ยะไปส่งเหียะ”

ในทัศนะของคุณสมฤทธิ์เห็นว่าเรื่อง “ชายเสเพล-กีดขวางรัก เพราะเป็นพม่า-ไพร่-จน และไม่มีปัญหาการเมือง” ที่ไม่เชื่องานเขียนของคุณปราณี สงสัยในตัวคุณปราณี บวกกับแนวคิดข้อที่ 2-3-4 เจ้าศุขเกษมเป็นคนมีนิสัยไม่ดี ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ได้มีรักเดียว แต่หลายรัก ชอบดื่มสุรา ส่วนมะเมียะเป็นพม่าซึ่งคนไทใหญ่ไม่ชอบและไม่ไว้ใจ ทั้งยังเป็นไพร่และยากจน จึงถูกครอบครัวของเจ้าศุขเกษมขัดขวาง คุณสมฤทธิ์ เห็นว่างานเขียนของคุณปราณีเป็นนิยาย มิใช่เรื่องจริง มะเมียะมิได้กลับไปบวชชีตามที่มีการกล่าวอ้าง

หก แนวคิดเรื่องกู่ของมะเมียะที่วัดสวนดอก (กู่เจ้านายฝ่ายเหนือวัดสวนดอกเป็นที่รวบรวมพระอัฐิของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่และพระประยูรญาติ) คุณธเนศวร์ได้พบกู่หลังเดียวที่วัดสวนดอกมีรูปทรงแบบพม่า แตกต่างจากกู่อื่น ๆ ทั้งหมด แต่ไม่ปรากฏชื่อของผู้เสียชีวิต ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากกู่ของเจ้าศุขเกษม และได้ทราบว่ามีสมาชิกสกุล ณ เชียงใหม่ บางคนนำคณะแสดงละครโทรทัศน์เรื่องมะเมียะมากราบบูชากู่นี้ ก่อนการถ่ายทำละครใน พ.ศ. 2537 แนวคิดนี้สนับสนุนแนวคิดที่ 2 และ 3 โดยเชื่อว่ามีคนส่วนหนึ่งของราชสกุล ณ เชียงใหม่ที่เห็นว่า แม้ยามชีวิตกายต้องพรากจากกัน แต่หลังจากสิ้นชีวิต เถ้าถ่านสังขารมาอยู่ใกล้ชิดกันได้

เจ็ด ทัศนะที่ปฏิเสธเรื่องกู่ของมะเมียะ ด้วยอ้างเหตุผลว่า กระดูกของคนนอกราชสกุลเจ้านายฝ่ายเหนือไม่ได้รับอนุญาตให้มาอยู่ที่บริเวณนั้น ไม่เคยปรากฏหลักฐาน และสถานที่ดังกล่าวมีคนเฝ้าดูตลอดเวลา จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครลักลอบเข้าไปสร้างกู่ที่ฝ่าฝืนกฎนั้นได้ แต่ก็มีผู้เห็นแย้งว่า ไม่เคยมีใครมาเฝ้ากู่ สมัยก่อนยิ่งไม่มีใครสนใจดูแลเช่นปัจจุบันนี้ และกู่ทรงพม่านี้ก็สร้างมานาน มิใช่ของใหม่ อีกทั้งยังแย้งว่า จะหาคำอธิบายอย่างไรว่าเหตุใดถึงมีกู่ทรงพม่าเพียงกู่เดียวในวัดสวนดอก แล้วผู้สร้างต้องการสื่ออะไร?

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ธเนศวร์ เจริญเมือง. (พฤษภาคม, 2556). 110 ปีแห่งรัก : หมะเมียะ-เจ้าน้อยศุขเกษม (พ.ศ. 2446-2556). ศิลปวัฒนธรรม. ปีที่ 34 (ฉบับที่ 7) : หน้า 141-144.

สมฤทธิ์ ลือชัย. (ธันวาคม, 2555) มะเมี๊ยะ เรื่องเก่าที่ต้องมองใหม่.ศิลปวัฒนธรรม. ปีที่ 34 (ฉบับที่ 2) : หน้า 154-169.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 สิงหาคม 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นานาทัศนะตำนานรัก “มะเมียะ” กับ “เจ้าน้อยศุขเกษม” สังคมไทยคิดเห็นอย่างไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...