โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แรกเริ่มมีกิจการไฟฟ้าในกรุงเทพฯ แสงสียุคตั้งต้นส่งผลต่อวิถีชีวิตในเมืองอย่างไรบ้าง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 06 พ.ย. 2563 เวลา 05.09 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2563 เวลา 10.39 น.
วัดชนะสงคราม ภาพถ่ายสมัยรัชกาลที่ 5 บริเวณหน้าวัดมีรถรางไฟฟ้าวิ่งบนถนนจักรพงษ์

แม้กรุงเทพจะไม่ใช่เมืองที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงามแต่ก็เต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจของแสงสียามค่ำคืนซึ่งเหมาะกับการเฉลิมฉลองในวาระต่างๆ เป็นอย่างดี ในยามกลางวันนั้นกรุงเทพเป็นเมืองที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนและการจราจรที่ติดขัดแต่ในยามราตรีนั้นกรุงเทพคือเมืองที่มีชีวิตชีวาที่สุดแห่งหนึ่งของโลกจนมีคำกล่าวที่ว่า “กรุงเทพคือเมืองที่ไม่เคยหลับใหล”

สำหรับกรุงเทพนั้น ในฐานะเมืองหลวงของประเทศไทยและยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสียามค่ำคืนที่น่าเย้ายวนใจนั้นมีที่มาอย่างไร กรุงเทพกลายเป็นเมืองแสงสียามค่ำคืนตั้งแต่เมื่อใด?

บทความชิ้นนี้พยายามแสดงให้เห็นพัฒนาการของการเป็นเมืองกลางคืนของกรุงเทพในยุคแรกเริ่มของประวัติศาสตร์สังคมไทย กรุงเทพในอดีตนั้นไม่ใคร่จะมีกิจกรรมในยามค่ำคืนมากมายนัก เพราะด้วยขนาดของเมืองที่ไม่ใหญ่โต ประกอบกับเทคโนโลยีที่ยังไม่ก้าวหน้าโดยเฉพาะในเรื่องไฟฟ้า ผู้คนต้องอาศัยแสงไฟจากตะเกียงในยามค่ำคืน นี่คือปัจจัยที่ทำให้กิจกรรมทางสังคมของกรุงเทพในยามค่ำคืนจำกัดตัวอยู่แต่ในอาณาบริเวณที่อยู่อาศัยของผู้คนเท่านั้น

จากการศึกษาของ วีระยุทธ ปีสาลี ในหนังสือ “กรุงเทพฯ ยามราตรี” (จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน ปี 2557) ได้ชี้ให้เห็นว่า เมื่อล่วงเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประชากรในกรุงเทพเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการขยายตัวของเมืองให้กว้างออกไปด้วยการขุดคลองผดุงกรุงเกษมขึ้นเป็นคูพระนครชั้นนอกในปี พ.ศ. 2397 ทำให้พื้นที่เมืองกรุงเทพขยายออกไปอีกเกือบเท่าตัว ด้วยเหตุนี้ภูมิทัศน์ของมืองกรุงเทพจึงมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่

นอกจากนี้ ผลจากการทำสนธิสัญญาเบาวริ่งในปี 2398 ได้ทำให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำการค้าขายในกรุงเทพมากขึ้นจนเกิดเป็นชุมชนชาวตะวันตกทางตอนใต้ของพระนครต่อเนื่องจากชุมชนชาวจีนที่สำเพ็ง ชาวตะวันตกนี้เองที่มีบทบาทในการเรียกร้องให้มีการตัดถนนขึ้นในกรุงเทพคือถนนเจริญกรุงตอนนอกพระนครในปี พ.ศ. 2404 โดยมีเหตุผลทางด้านสุขภาพเป็นสำคัญ เพราะกรุงเทพไม่มีเส้นทางให้ขี่รถและขี่ม้าไปเที่ยวตากอากาศ

สนธิสัญญาเบาวริ่งยังนำมาซึ่งความเป็นสมัยใหม่ของกรุงเทพอีกด้วย การค้าเสรีและการยอมรับความรู้และเทคโนโลยีจากโลกตะวันตกส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาประเทศให้ไปสู่สังคมสมัยใหม่ สภาวะสมัยใหม่ของสังคมไทยจึงผูกพันอยู่กับอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และด้วยสภาวะสมัยใหม่นี้เองที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กรุงเทพกลายเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาในยามค่ำคืน

วีระยุทธ กล่าวไว้ในหนังสืออีกว่า ชนชั้นนำของสยามเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ยอมรับเอาสภาวะสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของความทันสมัยในสายตาของชาวตะวันตก และเพื่อสร้างความเหนือกว่าและแตกต่างจากชนชั้นอื่นๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการบริโภควัตถุสิ่งของจากตะวันตก การสะสมงานศิลปะ การแต่งกาย การรับประทานอาหาร การพักผ่อนตากอากาศ หรือการมีรสนิยมการใช้ชีวิตประจำวันแบบตะวันตก สิ่งที่น่าสนใจก็คืออิทธิพลตะวันตกนี้ก็ได้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กรุงเทพกลายเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาในตอนกลางคืนและโดยมากจะเริ่มจากกลุ่มชนชั้นนำของสยาม

ในงานศึกษาทางประวัติศาสตร์หลายชิ้นพยายามชี้ให้เห็นว่าชีวิตกลางคืนของกรุงเทพนั้นเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 2500 เนื่องจากการพัฒนาประเทศในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และอิทธิพลของวัฒนธรรมอเมริกันในยุคสงครามเย็น ประจักษ์พยานที่สำคัญก็คือ การเติบโตของธุรกิจสถานบันเทิงในยามค่ำคืนในกรุงเทพที่ผุดพรายขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ทั้งภัตตาคาร โรงภาพยนตร์ ไนต์คลับ สถานอาบอบนวด แต่วีรยุทธพยายามแสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้วกรุงเทพฯ เริ่มกลายเป็นเมืองกลางคืนมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 2460 แล้วแม้จะไม่ได้มีขนาดใหญ่แต่ก็มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง

เทคโนโลยีที่สำคัญอย่างไฟฟ้าได้มีส่วนสำคัญที่ทำให้กิจกรรมในยามค่ำคืนเกิดขึ้นได้ในกรุงเทพ กิจการการไฟฟ้าที่เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2432 ทำให้กรุงเทพยามกลางคืนมีแสงสว่างมากขึ้น หลังจากนั้นพัฒนาการของกิจการการไฟฟ้าในช่วงทศวรรษที่ 2430-2480 ทำให้กรุงเทพสว่างไสวด้วยแสงไฟฟ้าควบคู่กับแสงสว่างจากเครื่องตามประทีบ การติดตั้งไฟฟ้าตามถนนต่างๆ ช่วยทำให้รูปร่างของกรุงเทพยามค่ำคืนปรากฏตัวขึ้นสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของเมืองอีกด้วย

แม้จะมีแสงไฟในยามค่ำคืนแต่ความปลอดภัยก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้คนออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านในเวลากลางคืน เมืองกลางคืนย่อมมีปัญหาสาธารณะอย่างเช่นอาชญากรรมและความรุนแรง แต่การจัดระบบการแก้ไขเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยก็ทำให้ผู้คนออกมาใช้ชีวิตในเวลากลางคืนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

โดยสรุป ชีวิตกลางคืนของกรุงเทพนั้นเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับสภาวะสมัยใหม่ที่เข้ามาในสังคมไทยช่วงรัชกาลที่ 4 ความเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงกายภาพ เทคโนโลยี และความคิดของผู้คนโดยเฉพาะชนชั้นนำได้ทำให้กรุงเทพฯ เริ่มกลายเป็นเมืองกลางคืนและมีพัฒนาการของชีวิตกลางคืนมาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของชีวิตกลางคืนของกรุงเทพนั้นยังมีอีกมากมาย โปรดอ่านต่อในหนังสือ “กรุงเทพฯ ยามราตรี” โดย วีระยุทธ ปีสาลี

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...