โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อยากช่วยโลก เริ่มที่กินแมลง : เมื่อ ‘หนอนแมลงวันลาย’ จะเป็นความมั่นคงทางอาหารในอนาคต

The MATTER

อัพเดต 03 ก.ย 2562 เวลา 12.12 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2562 เวลา 10.24 น. • Byte

เสียงหึ่งๆๆๆๆ วนเวียนอยู่รอบหัวคุณจนน่ารำคาญ  ราวกับว่าแมลงสะกดรอยตามติดไปทุกที่ แต่ในอนาคตเสียงแมลงที่น่ารำคาญเหล่านี้อาจเป็นเสียงแห่งความหวัง คุณอาจจะต้องเปิดใจให้กับแมลงเร็วขึ้น ณ จุดที่ระบบนิเวศโลกอยู่ภายใต้ภาวะหัวเลี้ยวหัวต่อจากพฤติกรรมมนุษย์ แมลงจะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาปากท้อง ช่วยรักษาความมั่นคงทางอาหาร ต่อกรปัญหาพลาสติก และเป็นพลังงานทางเลือกที่ปล่อยกากของเสียน้อยอย่างชาญฉลาด

แมลงกินได้ (edible insect) กำลังได้รับความสนใจจากสถาบันวิจัยทั่วโลก พวกมันสามารถนำไปพัฒนาเป็นพลาสติกชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นพลังงานชีวมวล และแน่นอนแมลงจะเป็นอาหารจานเยี่ยมของคุณในมื้อถัดๆ ไป

หนึ่งในบริษัทที่บุกเบิกการแปรรูป 'แมลงวัน' ที่ถึงขนาดทำเป็นฟาร์มอยู่ใจกลางกรุงลอนดอนคือบริษัท Entocycle ที่มีเป้าหมายท้าทายว่า จะพยายามผลักดันให้เกิดการส่งออกอาหารที่แปรรูปจากแมลงวันไปทั่วโลก โดยทำลายความรู้สึกน่ารังเกียจนั่นลงเสีย (แวะชมได้ที่ www.entocycle.com ถ้าคุณไม่รังเกียจหน้า homepage ที่มีหนอนแมลงวันดิ้นดุกดุ๋ย ซึ่งคิดว่าเขาตั้งใจให้คุณเจอแมลงยุบยับตั้งแต่หน้าแรกที่เข้าไปเพื่อ 'ปรับทัศนคติ' เบื้องต้น)

This is the future of protein. "นี่คือโปรตีนแห่งอนาคต"

แค่ประโยค Intro แรกในหน้าเว็บก็ทำให้เรารู้สึกกำลังก้าวไปสู่อาณาเขตแห่งความท้าทายใหม่ ฟาร์ม Entocycle เลี้ยงแมลงวันสายพันธุ์คัดพิเศษชื่อว่า 'Black soldier fly' หรือบ้านเรารู้จักกันในชื่อ 'หนอนแมลงวันลาย'  หรือ 'หนอนแม่โจ้' ที่มีการเพาะเลี้ยงกันสักพักแล้วในกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือและอีสาน ซึ่งพัฒนาสายพันธุ์โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้

แต่ทำไมบริษัท Entocycle ถึงสนใจแต่สายพันธุ์หนอนแมลงวันลาย มีหลายปัจจัยที่ทำให้พวกมันเป็นพระเอกในอุตสาหกรรมอาหารและพลังงานทดแทน เนื่องจากขนาดตัวใหญ่กว่าแมลงวันบ้านทั่วไป แต่เคลื่อนไหวเชื่องช้า หากเลี้ยงเพียง 2 สัปดาห์จะมีขนาดใหญ่ได้ถึง 5,000 เท่า ไม่เป็นพาหะโรคให้กับมนุษย์ ไม่เป็นศัตรูพืช รวมถึงเป็นผู้ย่อยสลายตามธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพ

แต่ช่วงที่เราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด คือช่วงที่ยังเป็นตัวหนอน  (Larvae) ซึ่งสามารถทำให้แห้งแล้วป่นเป็นอาหารสัตว์ ช่วยลดการใช้ถั่วเหลืองได้หลายตันเนื่องจากให้พลังงานโปรตีนสูง (เกษตรกรไทยเราทำแบบนี้มานานแล้ว) นอกจากนั้น หนอนแมลงวันลายยังเป็นนักย่อยสลายตัวยง พวกมันกินขยะของมนุษย์ได้เกือบทุกประเภทที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก ตัวมันเองยังสามารถแปรรูปเป็นวัตถุดิบตั้งต้นเพื่อผลิตพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ หรือการใช้ประโยชน์ที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุดคือการ  'กิน' พวกมันดื้อๆ นี่แหละ

hermetia illucens

หนอนแมลงวันลายสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายประเภท เนื้อของมันสามารถนำมาบดแล้วทำให้สุกได้ หากทาขนมปังแล้วจะมีรสชาติและเนื้อสัมผัสคล้ายเนยถั่ว ซึ่งเป็นรสกลางๆ ที่ปรุงเพิ่มหรือดัดแปลงเป็นรสชาติอื่นได้ สามารถทำเป็นเนื้อโปรตีนเลียนแบบเนื้อสัตว์ หรือโปรตีนเกษตรที่น่าตาดูดีจนคุณลืมไปเลยว่าพวกมันเคยเป็นแมลง

มีการคาดการณ์ว่าในปีค.ศ. 2050 ประชากรโลกต้องการโปรตีนมากถึง 2 เท่าจากปริมาณในปัจจุบัน ดังนั้นโปรตีนจากแมลงจึงเป็นความหวังใหม่ อย่างน้อยพวกมันก็จะถูกแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ เพื่อลดการใช้ผลผลิตทางการเกษตรซึ่งพึ่งพาทรัพยากรสูง ลดการแผ้วถางพื้นที่ในการปลูกพืชที่ให้ผลผลิตต่ำ

ไม่นานมานี้ในปีค.ศ. 2017 สหภาพยุโรปมีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรใช้โปรตีนแมลงในอุตสาหกรรมสัตว์ได้มากขึ้น โดยอนุญาตให้ใช้เพื่อเลี้ยงในฟาร์มปลาสำหรับบริโภคได้ และคาดว่าในปีค.ศ. 2020 จะขยายผลไปถึงฟาร์มหมูและไก่ด้วยเช่นกัน โดยจะสามารถส่งออกได้โดยไม่ติดข้อบังคับความปลอดภัยอาหารของ EU ธุรกิจเลี้ยงแมลงกินได้จึงเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างสดใส ท้าทาย และโดดเด่น อย่างน้อยก็อาจจะก้าวเป็นธุรกิจกระแสหลักภายใน 10 ปีข้างหน้าได้อย่างสบายๆ

แมลงนักย่อยสลายที่ยั่งยืน

ทุกๆ วันจะมีอาหารเหลือทิ้งจำนวนมากที่ทิ้งๆ ขว้างๆ ไม่ได้บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ขยะสดเหล่านี้แท้จริงแล้วมีคุณค่ามาก แต่เมื่อทิ้งไว้จะปล่อยก๊าซมีเทน (methane) ปริมาณมหาศาลที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก ขยะสดเน่าเปื่อยจึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน แม้จะฝังกลบในดินแล้วก็ตาม มีการประเมินว่าหากนำปริมาณมีเทนที่เกิดจากกากอาหารเหลือทิ้งของทั้งโลกมารวมกัน จะมีปริมาณมีเทนเข้มข้นเทียบเท่ากับประเทศทั้งประเทศที่ปล่อยภาวะเรือนกระจกอันดับ 3 รองจากจีนและสหรัฐอเมริกา

แมลงกินได้โดยเฉพาะแมลงวันลายจึงเป็นตัวเลือกน่าสนใจของกระบวนการย่อยสลาย เพราะหนอนเหล่านี้เมื่อทำการย่อยสลายกากอาหารจะไม่ปล่อยมีเทนออกมา  เนื่องจากร่างกายหนอนจะเปลี่ยนองค์ประกอบคาร์บอนให้กลายเป็นโปรตีนที่อยู่ในเนื้ออ้วนๆ ของพวกมัน และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพียงนิดหน่อยเท่านั้น

ปีที่ผ่านมา ทีมวิจัยจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์พบว่า การย่อยสลายขยะของหนอนแมลงวันลายนั้นปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการทำปุ๋ยหมักชีวภาพถึง 47 เท่า และที่เจ๋งไปกว่านั้นเราไม่ได้แค่ปุ๋ย แต่ได้อาหารทดแทน (โปรตีนในตัวหนอน) ด้วย จากการย่อยสลายด้วยเหล่าหนอนแมลงวันลาย ทำให้เกิดห่วงโซ่คุณค่าของกระบวนการรีไซเคิลที่ครบวงจรและน่าจะเป็นทางออกที่คุ้มค่าที่สุด ณ ขณะนี้

Macro photograph of a soldier fly. In its adult form, this insect does not have a mouth, and derives its energy from what was stored in the larva stage.

หนอนแมลงวันลายยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในการนำไปผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ (biofuel) เมื่อนำหนอนมาบด แล้วปรับด้วยสูตรทางเคมีให้เข้ากับเครื่องยนตร์ดีเซล สามารถทำให้เครื่องจักรมีประสิทธิภาพการเผาไหม้ดีขึ้น 20% และปล่อยไอเสียในระดับต่ำ

หรือคุณยังสามารถนำโปรตีนของหนอนไปผสมกับกลีเซอรอล (glycerol) ของเหลวหนืดที่ปราศจากกลิ่น ไม่มีสี มีกลิ่นหวาน และปลอดสารพิษ เพื่อนำไปทำเป็นแผ่นบางๆ คล้ายพลาสติก เพื่อใช้แทนถุงพลาสติกในอุตสาหกรรมอาหารได้ โดยใช้เวลาย่อยสลายในธรรมชาติไม่นาน ส่วนในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางที่มีการใช้สารไคทิน (chitin) ที่มักได้จากเปลือกหอย กุ้ง ปู ซึ่งสามารถแปรรูปเป็นยาสีฟัน ครีมทาหน้าลดริ้วรอย แชมพูสระผม ก็ยังเปลี่ยนมาใช้ไคทินที่ได้จากหนอนทดแทนซึ่งมีอรรถประโยชน์ยืดหยุ่นกว่า และคงสภาพผลิตภัณฑ์ได้นานกว่าจากสัตว์ทะเล

ธุรกิจฟาร์มหนอนกินได้ อาจจะกลายเป็นธุรกิจที่ Disrupt ในทุกอุตสาหกรรมอย่างน่าตื่นเต้น เป็นธุรกิจที่บูมอย่างยั่งยืนในช่วงที่โลกต้องการพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แม้ปัจจุบันประชากรแมลงทั่วโลกกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่เรากลับต้องการพวกมันมากที่สุด

โลกที่ปราศจากแมลงจึงอาจเป็นโลกที่ไม่น่าอยู่นัก ซึ่งหากคุณเปิดใจให้พวกมันหน่อยอาจจะได้เปรียบกว่าคนอื่นๆ เพราะพวกเราจะอยู่ได้ด้วยแมลง!

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.entocycle.com/

Black Soldier Fly Biowaste Processing

Black soldier fly larvae for organic waste treatment - prospects and constraints

Illustration by Kodchakorn Thammachart

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...