โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บ้านน้องตังค์ ฟาร์มบีเกิ้ล น้องหมาอารมณ์ดี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 10 ก.ค. 2563 เวลา 06.28 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2563 เวลา 06.28 น.

การเลี้ยงสุนัขในปัจจุบัน มีหลายวัตถุประสงค์ ในแต่ละการเลี้ยงย่อมขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงว่าต้องการเลี้ยงเพื่อวัตถุประสงค์ใด หากต้องการเลี้ยงเพื่อจำหน่าย การคัดเลือกสายพันธุ์ให้ได้มาตรฐาน เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ แต่หากเลี้ยงสำหรับเป็นเพื่อนเล่นหรือเฝ้าบ้าน นิสัยของสุนัขเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาประกอบด้วยเช่นกัน

ดังเช่น ครอบครัว “หนูหริ่ง” ที่แรกเริ่มเห็นความสำคัญของสุนัขเป็นเพื่อน เริ่มเลี้ยงจากสุนัขพันธุ์ทาง ให้อาหาร ดูแลเอาใจใส่ ให้วัคซีน และการรักษาพยาบาลตามกำลัง ด้วยความรักที่มี ประสบการณ์การเลี้ยงสุนัขสะสมทำให้เข้าใจความต้องการของสุนัขมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่ง ปี 2548 ครอบครัวหนูหริ่ง นำโดย คุณชาตรี หนูหริ่ง และภรรยา สนใจสุนัขพันธุ์ปั๊ก จึงซื้อมาเลี้ยงเป็นเพื่อนเล่นในบ้าน แต่เพราะด้วยใจรักจึงซื้อมาเลี้ยงในครั้งเดียวพร้อมกัน 3 ตัว

ไม่นาน เจ้าสุนัขพันธุ์ปั๊กก็ผสมพันธุ์และตั้งท้อง ประจวบเหมาะกับในเวลาเดียวกัน ภรรยาของคุณชาตรีก็ตั้งครรภ์ คุณชาตรีจึงให้ภรรยาลาออกจากงานประจำมาเลี้ยงลูก ส่วนลูกสุนัขพันธุ์ปั๊กก็ส่งข้อความประกาศขายลงผ่านนิตยสารสัตว์เลี้ยง ซึ่งหลังลงประกาศไปไม่นาน ก็มีคนสนใจติดต่อมาขอซื้อลูกสุนัขพันธุ์ปั๊กไปหมด

ด้วยเหตุนี้ ทำให้คุณชาตรีและภรรยาเห็นช่องทางของการเพาะสุนัขขาย จึงปรับพื้นที่บริเวณบ้านเป็นฟาร์มเล็กๆ ไว้รองรับจำนวนสุนัขที่จะเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังปรับพื้นที่บริเวณสวนไผ่ ซึ่งห่างจากบ้านพักไปไม่ไกลนัก ล้อมรั้วและทำกรงสุนัขไปพร้อมๆ กันด้วย

“ผ่านไป 1 ปี ผมซื้อบีเกิ้ลมาเลี้ยง ครั้งนี้เลือกจากที่เพาะเลี้ยงที่ได้คุณภาพและมาตรฐาน เพราะตั้งใจเพาะจำหน่าย ส่วนปั๊กก็ยังเป็นสายพันธุ์ที่มีคนสนใจ จึงตั้งใจเพาะจำหน่ายทั้งสองสายพันธุ์”

โดยประวัติของสุนัขสายพันธุ์ “บีเกิ้ล” เป็นสุนัขที่มีความฉลาดเฉลียว สุภาพ เป็นมิตร ไม่ดุร้าย หรือเฉื่อยชาเกินไป ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีความตื่นตัวสูง ช่างประจบ จึงเหมาะเลี้ยงภายในครอบครัว และด้วยนิสัยเช่นนี้จึงทำให้ บีเกิ้ล ไม่เหมาะเป็นสุนัขเฝ้าบ้าน

คุณชาตรี เริ่มเลี้ยงสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลครั้งแรก จำนวน 3 ตัว เพศเมียทั้งหมด เพื่อนำมาเป็นแม่พันธุ์ ในช่วงแรกนำแม่พันธุ์ไปผสมยังฟาร์มที่ได้มาตรฐานสายพันธุ์ เมื่อติดลูก จึงประกาศขายผ่านนิตยสารสัตว์เลี้ยงและได้รับการตอบรับจากผู้สนใจเลี้ยงสุนัขเช่นเคย

ความตั้งใจทำฟาร์มสุนัขของคุณชาตรีและภรรยา เริ่มเป็นรูปร่างขึ้น เมื่อพิจารณาจากความต้องการของลูกค้าและตลาดการค้าสุนัขแล้ว ยังมีสายพันธุ์อื่นอีกที่ลูกค้าสนใจ จึงเพิ่มสายพันธุ์เพาะจำหน่าย จากปั๊ก บีเกิ้ล เพิ่มอีก 3 สายพันธุ์ คือ ชิวาวา ปอมเมอเรเนียน และ แจ็ครัสเซล เทอเรีย รวม 5 สายพันธุ์ แต่ที่มีจำนวนมากที่สุด คือ บีเกิ้ล คุณชาตรี ให้เหตุผลที่มีบีเกิ้ลมากกว่าสายพันธุ์อื่น เพราะความชอบส่วนตัวประการหนึ่ง และอีกประการ คือ บีเกิ้ล เป็นสุนัขที่เลี้ยงง่าย ปัญหาระหว่างการเพาะเลี้ยงไม่มี

“ปัจจุบัน ผมมีแม่พันธุ์บีเกิ้ล แยกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์เลี้ยงไว้บริเวณสวนไผ่ ส่วนบริเวณบ้านจะเป็นที่สำหรับแม่สุนัข สุนัขตั้งท้อง สุนัขเด็ก หรือสุนัขป่วย เท่านั้น”

ในแต่ละวัน คุณชาตรี ซึ่งมีงานประจำจะออกไปทำงาน ส่วนภรรยาจะเป็นแรงงานหลักในการดูแลสุนัขทั้ง 5 สายพันธุ์

ความสะอาดของคอกจำเป็นที่สุด คุณชาตรีบอก ฉะนั้น ในทุกเช้าตรู่จะปล่อยให้สุนัขทุกตัววิ่งเล่น มีอ่างใส่น้ำขนาดใหญ่ไว้ให้ สุนัขจะวิ่งเล่นบนพื้นดินและเล่นน้ำในอ่างน้ำขนาดเล็ก บางตัวจะลงไปคลุกน้ำเล่นหรือคลุกดินเล่นก็ปล่อยให้เล่นตามธรรมชาติ เพื่อให้สุนัขมีความสุขเต็มที่ ระหว่างปล่อยสุนัข จะทำความสะอาดคอก ซึ่งภายในคอกจะนำแคร่ไม้ไผ่วาง เพื่อให้สุนัขขึ้นไปนอนบนแคร่ ส่วนพื้นล่างของคอกเป็นปูนกึ่งพื้นดิน สำหรับทำความสะอาดง่าย หากสุนัขขับถ่าย ส่วนแคร่ไม้ไผ่ซึ่งเป็นที่นอนของสุนัข หลังทำความสะอาดโดยการขัดแล้ว จะปล่อยให้แห้ง ซึ่งธรรมชาติของไม้ไผ่จะแห้งง่าย ไม่หมักหมมกลิ่นไว้กับตัวไม้ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นที่นอน นอกจากนี้ ไม้ไผ่ยังเป็นไม้ที่เก็บความอุ่นได้มาก เมื่อสุนัขนอนบนไม้ไผ่จะได้รับความอบอุ่น โอกาสป่วยจากความเย็นของพื้นปูนไม่มี นอกจากนี้ ไม้ไผ่ ยังเป็นวัสดุราคาถูกและหาได้ง่ายตามท้องตลาด

ขนาดของแคร่ไม้ไผ่ ใช้เป็นที่นอนของสุนัข มีขนาดกว้าง 1.30 เมตร ยาว 2 เมตร

หลังทำความสะอาดที่นอนและคอกเรียบร้อย ปล่อยให้แห้ง จากนั้นนำสุนัขทุกตัวเข้าคอก เปิดพัดลมให้ทุกคอกทุกวัน ยกเว้นเวลากลางคืน ฝนตก หรืออากาศเย็น

เวลาประมาณ 15.00 น. จะให้อาหาร สุนัขแต่ละตัวจะมีจานใส่อาหารสุนัขเท่าจำนวนสุนัขภายในคอก เช่น ภายในคอกมีสุนัข 5 ตัว จะมีจานอาหารวางไว้ 5 จาน แต่ละวันให้อาหารเพียงมื้อเดียวเท่านั้น

สุนัขปกติที่ไม่ใช่แม่สุนัข ลูกสุนัข สุนัขตั้งท้อง สุนัขป่วย จะได้รับอาหารเพียงวันละมื้อ นอกจากนั้น จะได้รับอาหารเสริมตามแต่ความต้องการของสุนัขช่วงนั้นๆ เช่น สุนัขตั้งท้อง จะได้รับแคลเซียม นม และยาบำรุงเลือดเพิ่ม ส่วนลูกสุนัข จะให้นมแพะเป็นอาหารเสริมจากนมแม่ และให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปเมื่อลูกสุนัขเริ่มมีฟันขึ้น เคี้ยวอาหารเม็ดสำเร็จรูปได้เอง ปริมาณอาหารสำหรับแม่สุนัขในระยะแรก อาจให้ไม่มากนัก เพราะสุนัขตั้งท้องใหม่ๆ จะมีอาการแพ้ เมื่อเริ่มปรับสภาพได้ราว 1-2 สัปดาห์แรกของการตั้งท้อง แม่สุนัขจะกินอาหารได้ตามปกติ ช่วงนั้นต้องเพิ่มอาหารเป็น วันละ 2 มื้อ เช้าและเย็น และเริ่มให้อาหารเสริมตามที่กล่าวข้างต้นได้

ในช่วงเย็น หลังให้อาหาร เวลา 15.00 น. แล้ว จะปล่อยให้สุนัขวิ่งเล่น ประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วพาเข้าคอกพักผ่อน

สำหรับปัญหาโรคของสุนัขพันธุ์บีเกิ้ล คุณชาตรี บอกว่า พบน้อยมาก โดยเฉพาะเมื่อทำวัคซีนตามโปรแกรมของสุนัขไม่ขาด ปัญหาโรคที่อาจเกิดกับสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลแทบไม่มี แต่สิ่งที่จำเป็นไม่ควรขาด คือ การถ่ายพยาธิให้กับสุนัขทุก 3 เดือน และการให้ยาฆ่าเห็บหมัด ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่อาจทำให้สุนัขป่วยเป็นโรคต่างๆ ได้ สำหรับการถ่ายพยาธิในสุนัข เมื่อสุนัขอายุประมาณ 25-30 วัน จะเริ่มถ่ายพยาธิให้กับลูกสุนัขติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน จากนั้นเมื่อลูกสุนัขอายุ 45 วัน ควรถ่ายพยาธิอีกครั้ง และเริ่มถ่ายพยาธิทุกๆ 3 เดือน ส่วนการให้ยาฆ่าเห็บหมัดควรให้ทุกเดือน ขึ้นกับความสะดวกของผู้เลี้ยงว่าจะให้แบบฉีด กิน หรือหยดผ่านผิวหนัง

ดังนั้น หากวัคซีนตามโปรแกรมครบ ถ่ายพยาธิทุก 3 เดือน และให้ยาฆ่าเห็บหมัดทุกเดือน บีเกิ้ล ก็จะเป็นสุนัขที่ไม่มีโอกาสเจ็บป่วย

การอาบน้ำ คุณชาตรี เน้นว่า บีเกิ้ลเป็นสุนัขขนสั้น การรักษาผิวหนังทำได้ง่าย เมื่อขนสั้นการอาบน้ำจึงไม่จำเป็นต้องอาบบ่อยนัก ซึ่งบ้านน้องตังค์ฟาร์มจะอาบน้ำให้สุนัขเดือนละ 2 ครั้ง เท่านั้น และหลังอาบน้ำ ไม่ต้องเป่าขน ปล่อยให้วิ่งเล่นไม่นานขนที่สั้นก็จะแห้งง่าย ไม่ต้องใช้ไดร์เป่าเหมือนสุนัขขนยาวพันธุ์อื่น

ในการคลอดของสุนัขพันธุ์บีเกิ้ล ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ผู้เลี้ยงควรมีความพร้อม หากจำเป็นต้องช่วยเหลือแม่สุนัขในวันคลอด โดยเฉพาะสุนัขท้องแรกและสุนัขที่คลอดลูกสุนัขหลายตัว โดยควรเตรียมอุปกรณ์ช่วยคลอด เช่น ถุงมือ แอลกอฮอลล์ สำลี น้ำอุ่น กรรไกร ที่ดูดเสมหะ เป็นต้น

อุปกรณ์เหล่านี้ เมื่อสุนัขคลอดลูก ผู้เลี้ยงจะให้การช่วยเหลือแม่สุนัขได้โดยการตัดรกหุ้มตัวลูกสุนัข ตัดสายสะดือ เช็ดตัว ดูดเสมหะ และนำลูกสุนัขไปไว้ในที่อบอุ่นด้วยการเปิดไฟ ความร้อนไม่เกิน 100 วัตต์ เพื่อให้ลูกสุนัขได้รับความอบอุ่นหลังคลอด เมื่อแม่สุนัขคลอดลูกสุนัขครบทุกตัว ให้ทำความสะอาดบริเวณเต้านมด้วยน้ำอุ่น แล้วนำลูกสุนัขไปให้กินนมแม่สุนัขได้ทันที

“ระยะ 2-3 วันแรก ควรดูแลแม่สุนัขและลูกสุนัขอย่างใกล้ชิด เพราะโอกาสที่แม่สุนัขอาจเผลอทับลูกสุนัขตายมีสูง เพราะขนาดลูกสุนัขเล็กมาก”

เมื่อถามความนิยมของผู้สนใจเลี้ยงสุนัขพันธุ์บีเกิ้ล คุณชาตรี บอกว่า ลูกสุนัขที่มี 3 สี คือ สีขาว น้ำตาล และดำ จะได้รับความนิยมมากกว่าลูกสุนัขที่มีสีเพียง 2 สี คือ สีขาวและน้ำตาล แต่ถึงอย่างไร ลูกสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลก็มีผู้ซื้อต้องการ ไม่ว่าจะมีสีใด คลอดมาก็จำหน่ายหมดได้เช่นกัน

ในทุกวันของบ้านน้องตังค์ ฟาร์มบีเกิ้ล จะเปิดให้ชมได้ตลอด เพียงแค่โทรศัพท์แจ้งวันเวลาเข้าชมล่วงหน้า ที่คุณชาตรี หนูหริ่ง โทร. 089-832-3701 และ 088-528-0098 หรือชมภาพสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลผ่านเฟซบุ๊กที่ www.facebook.com/tungdogfarm

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...