โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ฟาสต์แฟชั่น" จีนปักหมุดไทย "เออเบิ้ลรีวีโว่" ผุดช็อปยักษ์ท้าชนเจ้าตลาด

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2561 เวลา 04.19 น.

ฟาสต์แฟชั่นเบอร์ 1 จีน “เออเบิ้ล รีวีโว่” เคลื่อนทัพบุกไทย ปักธงสาขาแรก ไอคอนสยาม จัดเต็มพื้นที่ 3 ชั้น กว่า 1 พัน ตร.ม. ใหญ่สุดในอาเซียน ชูจุดแข็ง ราคา-ดีไซน์-ความเร็ว เพียง 10 วันตั้งแต่ออกแบบจนถึงหน้าร้าน ไม่หวั่นตลาดแข่งแรง เชื่อเป็นแบรนด์เอเชีย รู้อินไซต์ลูกค้าดีกว่า คาด 3 ปี มีครบ 10 สาขา พร้อมลอนช์อีคอมเมิร์ซทำตลาดควบคู่กลางปีหน้า

เออเบิ้ล รีวีโว่ (Urban Revivo) หรือยูอาร์ แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นสัญชาติจีน หลังจากประสบความสำเร็จกับการทำตลาดในประเทศ ด้วยสาขากว่า 200 แห่ง ครอบคลุมกว่า 60 เมืองของจีน กำลังขยับขยายความสำเร็จของธุรกิจออกมายังนอกประเทศ ทั้งภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และอเมริกาในอนาคต ด้วยเป้าหมายการเป็นแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นระดับโกลบอล ล่าสุด ยูอาร์ได้เข้ามาเปิดช็อปในไทยครั้งแรก และวางเป้าหมายให้ไทยเป็นคีย์มาร์เก็ตของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต ด้วยศักยภาพของตลาด กำลังซื้อของผู้บริโภค ความตื่นตัว และความสนใจในแฟชั่นที่ไม่แพ้ที่ใดในโลก

ย้ำไทยคือคีย์มาร์เก็ต

นายลีโอ หลี่ ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออเบิ้ล รีวีโว่ แฟชั่น (กว่างโจว) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทิศทางของเออเบิ้ล รีวีโว่ หรือยูอาร์ มีความต้องการที่จะเติบโตนอกประเทศมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาได้ทำสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภค จนกลายเป็นแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นอันดับ 1 ในจีน ด้วยสาขากว่า 200 แห่ง กว่า 60 มณฑล โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพค่อนข้างสูง ทั้งในด้านของเศรษฐกิจ กำลังซื้อ และประเทศไทย ถือเป็นหน้าต่างของแฟชั่นในภูมิภาคนี้ จากความสนใจในเรื่องแฟชั่น การแต่งตัว ที่ทันสมัย มีการใช้จ่ายกับเรื่องดังกล่าวค่อนข้างสูง จากข้อมูลจะพบว่าค่าเฉลี่ยที่คนไทยใช้จ่ายในด้านแฟชั่นสูงกว่าสิงคโปร์ที่มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าด้วยซ้ำ

บริษัทจึงตัดสินใจเข้ามาเปิดสาขาในไทยเป็นครั้งแรก ที่ไอคอนสยาม บนพื้นที่กว่า 1 พันตารางเมตร ครอบคลุมทั้งหมด 3 ชั้น เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ถือเป็นสาขาใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีสินค้าครบครันทั้งผู้หญิง ผู้ชาย วัยรุ่น และแอ็กเซสซอรี่ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อายุราว 18-25 ปี

“เราวางตัวเองเป็นฟาสต์แฟชั่นที่เข้าถึงได้ ราคาประมาณ 300-500 หยวน หรือ 1,400-2,300 บาท มีโพซิชั่นใกล้ ๆ กับ ซาร่า เอ็มเอ็นจี เจาะกลุ่มวัยรุ่น และคนทำงานเป็นหลัก”

เร็ว-โลคอลไลซ์

นายลีโอยังระบุต่อไปอีกว่า ด้วยศักยภาพดังกล่าวทำให้ไทยเป็นที่หมายปองของแบรนด์ต่าง ๆ ส่งผลให้การแข่งขันสูงขึ้นตามไปด้วย โดยแบรนด์ยูอาร์ ได้เตรียมที่จะใช้จุดแข็งของแบรนด์คือเรื่องของดีไซน์การออกแบบ คุณภาพสินค้า ในราคาที่เข้าถึงได้ และความเร็ว ที่เป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขัน และตอบสนองกับความต้องการของผู้บริโภค

โดยกระบวนการตั้งแต่ออกแบบ ไปจนถึงการมีโปรดักต์วางไว้ที่ร้านจะใช้เวลาเพียง 10 วัน ทำให้แบรนด์สามารถผลิต หรือมีสินค้าที่อยู่ในกระแส เป็นที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้น ซึ่งภายในช็อปจะมีสินค้าใหม่เข้ามาอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ทุก ๆ วันอังคารและวันศุกร์รวมถึงกลยุทธ์โลคอลไลซ์ ไม่ว่าจะเป็นการทำความเข้าใจผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่น ที่มีความต้องการในด้านของแบบ ดีไซน์ สี หรือไซซ์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้แบรนด์ได้เข้าไปนั่งในใจของผู้บริโภค ซึ่งในระยะแรกของการเปิดร้าน ยังคงมีการเก็บข้อมูล และนำไปศึกษาทุกอาทิตย์ เพื่อวิเคราะห์หาความชอบของลูกค้าคนไทย นำไปสู่การออกคอลเล็กชั่นต่อไปให้โดนใจมากขึ้น

“ความเร็วและการโลคอลไลซ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ทำให้เราชนะแบรนด์คู่แข่งในจีนได้ จีนเป็นตลาดที่ใหญ่มาก แต่ละมณฑลมีความต้องการไม่เหมือนกัน นอกจากจะรู้ความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดีแล้ว เราก็มีศักยภาพที่จะปรับเปลี่ยนตามนั้นได้ทันที ตลอดจนทีมงานที่ซัพพอร์ต ทุกคนมีความรู้ความสามารถมาก”

เตรียมบุกอีคอมเมิร์ซ

นายลีโอเพิ่มเติมว่า ในระยะแรกจะเน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักผ่านสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะ KOL (key opinion leader) หรืออินฟลูเอนเซอร์ เพื่อสื่อสารถึงตัวตนของแบรนด์ พร้อมกับวางแผนที่จะขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าภายใน 3 ปี จะมีสาขาทั้งหมด 10 แห่ง ตลอดจนการเซตอัพแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของผู้บริโภคให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่คนไทยให้ความสนใจ และกำลังเติบโตเป็นอย่างมาก คาดว่าจะให้บริการได้ภายในช่วงกลางปีหน้าเป็นต้นไป

“แม้จะพึ่งเปิดตัวได้ประมาณ 1 เดือน แต่ผลตอบรับของเราดีกว่าที่คาดคิดเอาไว้ เป็นครั้งแรกที่มาเปิดที่ไทย ลูกค้าอาจจะยังไม่รู้จักเรามาก แต่ช่วงนี้คงเป็นการเรียนรู้เพื่อปรับตัว และคิดว่าปีต่อ ๆ ไป เราจะขยายสาขามากขึ้น มีผลประกอบการที่ดีขึ้น และเป็นที่รู้จักมากขึ้น”

ตั้งเป้าโกลบอลแบรนด์

หัวเรือใหญ่ยูอาร์ระบุเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของแบรนด์ต้องการเป็น first Chinese global brand ในกลุ่มฟาสต์แฟชั่น ซึ่งหลังจากที่บริษัทได้เริ่มขยายตัวไปในต่างประเทศเมื่อปีที่ผ่านมาที่สิงคโปร์ ก็ได้เข้าไปปักธงในอังกฤษเป็นแห่งที่ 2 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และไทยเป็นแห่งที่ 3 โดยในอนาคตมองการขยายตัวไปทั่วโลก ทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ซึ่งจะผลักดันให้แบรนด์ยูอาร์มีสาขาทั้งหมด 400 แห่ง ภายในปี 2563 เติบโตเกือบ 1 เท่า จากปัจจุบันที่มีสาขากว่า 200 แห่ง

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat
.
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...