โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

'เจ้าหญิงสะลิน' อดีตว่าที่ราชินีคู่บัลลังก์กษัตริย์พม่า ที่ถูกพระนาง 'ศุภยาลัต' ขัดขวาง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
(จากซ้าย) พระนางศุภยาจี พระนางศุภยาลัต และพระเจ้าธีบอ ของพม่า

เจ้าหญิงสะลินแห่งพม่า อดีตว่าที่ราชินีคู่บัลลังก์ ที่ถูกพระนางศุภยาลัตขัดขวาง

เจ้าหญิงสะลิน (บ้างเรียกสะลินพญา บ้างเรียกสลีน) เป็นพระราชธิดาใน “พระเจ้ามินดง” กษัตริย์พม่า แห่งราชวงศ์คองบอง ประสูติแต่มเหสีลินบิน (บ้างเรียกสะลินบิน บ้างเรียกลินบินพญา) ซึ่งเป็นพระมเหสีขั้นต่ำที่สุด

เจ้าหญิงสะลิน เป็นคนโปรดของ พระเจ้ามินดง เป็นพระราชธิดาที่ทรงรักใคร่มากที่สุดในบรรดาพระราชโอรสพระราชธิดาทั้งปวง โดยทรงมีพระราชโองการรับสั่งไว้ว่า รัชทายาทที่จะรับราชสมบัติเป็นกษัตริย์ภายภาคหน้าต่อจากพระองค์ จะต้องรับเจ้าหญิงสะลินเป็นพระมเหสีเอก

ชาวต่างชาติที่รับราชการในราชสำนักพม่ากล่าวชื่นชมถึงพระสิริโฉมอันงดงามของเจ้าหญิง ที่พรั่งพร้อมด้วยมารยาทเรียบร้อย และมีการศึกษาดีกว่าพระราชธิดาองค์ใด ๆ ของพระเจ้ามินดง พวกฝรั่งพากันเรียกขานเจ้าหญิงว่า “เซลินา โซเฟีย”

ในหนังสือ ราชินีศุภยาลัต จากนางกษัตริย์สู่สามัญชน ได้บันทึกถึงเจ้าหญิงสะลินว่า

“…มีเรื่องประหลาดเล่าขานถึงเจ้าหญิงองค์นี้อธิบายเหตุผลที่พระเจ้ามินโดงรักพระธิดาผู้นี้มากกว่าลูกคนอื่น ๆ ว่ากันว่าเจ้าหญิงคือพระราชมารดาของพระองค์กลับชาติมาเกิด ตอนที่ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ องค์หญิงจะพูดและแสดงท่าทางราวกับเป็นเช่นนั้น ทรงรู้ในสิ่งต่าง ๆ ที่มีแต่พระมารดาของพระเจ้ามินโดงเท่านั้นที่สามารถรู้ได้

เจ้าหญิงจดจำเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มีแต่พระมารดาของพระเจ้ามินโดงเท่านั้นสามารถจดจำได้ และเมื่อมีอายุราว 4 ขวบ เจ้าหญิงถูกพาไปที่ตำหนักต่าง ๆ ของสมเด็จย่าผู้ล่วงลับเพื่อทดสอบความจริง นับแต่พระมารดาของพระเจ้ามินโดงสิ้นพระชนม์ ตำหนักเหล่านี้ถูกปิดตายไว้อย่างระแวดระวัง ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไป ข้าวของทุกอย่างยังคงจัดวางไว้เหมือนยามที่ยังมีผู้พำนักอยู่

เมื่อองค์หญิงถูกนำตัวเข้าไปในห้อง ทรงกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องและจดจำทุกสิ่งทุกอย่างได้ ‘นั่นไงที่ที่ข้านั่ง นั่นไงที่ที่ข้านอน บนหิ้งนั้นคือชุดผ้าไหมที่ข้าชอบที่สุด ในกล่องนั้นมีเครื่องประดับของข้าอยู่ เป็นแบบนั้นแบบนี้’ องค์หญิงน้อยบอกกล่าวและพบของตามที่บอกจริง ๆ เสียงที่พูดออกมาย่อมเป็นเสียงของพระราชชนนีอย่างไม่ต้องสงสัย

องค์หญิงน้อยจึงได้รับการเทิดพระเกียรติเหนือโอรสธิดาทั้งปวง เจ้าหญิงได้รับการเรียกขานว่า ‘ราชินี’ ขณะที่องค์อื่น ๆ เป็นเพียงเจ้าหญิง และได้ถูกกำหนดให้เป็นมเหสีของพระเจ้าแผ่นดินองค์ต่อไป เล่ากันว่าเจ้าหญิงสลีนมีพระรูปพระโฉมธรรมดา ๆ นัยน์ตาเล็ก นิสัยเงียบ ๆ สงบเสงี่ยม มิใช่สตรีที่ดึงดูดบุรุษ แต่พระราชบิดาทรงรักองค์หญิงมากกว่าลูกทุกคนของพระองค์…“

ในช่วงเวลาที่ พระเจ้ามินดง ประชวรจวนเจียนสวรรคต สิ่งเดียวที่พระองค์ทรงห่วงใยคือ เจ้าหญิงสะลิน ไม่ว่าใครก็ตามจะได้ขึ้นเป็น “กษัตริย์พม่า” เจ้าหญิงสะลินจะต้องได้เป็นพระมเหสีเอก นั่นคือสิ่งเดียวที่พระเจ้ามินดงทรงปรารถนา

หนังสือ ราชินีศุภยาลัต จากนางกษัตริย์สู่สามัญชน ระบุว่า เมื่อพระเจ้ามินดงสวรรคตแล้ว เจ้าหญิงสะลินก็ถูกลืมไปโดยปริยาย ไม่มีใครคอยช่วยเหลือเจ้าหญิง คำมั่นสัญญาต่าง ๆ ก็ถูกเพิกเฉยแทบจะทันทีเมื่อไม่มีเหตุผลสมควรที่จะรักษาเอาไว้ และอธิบายว่าไม่มีผู้ใดกล่าวถึงเจ้าหญิงสะลินอีกเลย อย่างไรก็ตาม ในส่วนถัดมาของหนังสือได้ทิ้งข้อความเป็นประเด็นไว้เพียงว่า“…เจ้าหญิงสลีนถูกผลักให้พ้นทาง…”

พระเจ้าธีบอ พระราชโอรสในพระเจ้ามินดงก้าวขึ้นสู่พระราชบังลังก์ ด้วยการสนับสนุนจาก พระนางอเลนันดอ (ซินผิ่วมะฉิ่น) หนึ่งในพระมเหสีในพระเจ้ามินดง ผู้เป็นพระราชมารดาของ พระนางศุภยาลัต ในหนังสือพม่ารบอังกฤษ ได้บรรยายชะตากรรมของเจ้าหญิงสะลินต่อไปว่า พระเจ้าธีบอทรงมีพระราชประสงค์รับเจ้าหญิงสะลินเป็นพระมเหสีเอก เพราะพระเจ้าธีบอทรงรักใคร่และมั่นหมายในตัวเจ้าหญิงสะลินมาแต่เดิมอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหญิงสะลินมิได้เสน่หาพระเจ้าธีบอ เพราะทรงทราบดีว่า พระนางศุภยาลัตเป็นสตรีคู่พระทัยพระเจ้าธีบออยู่แล้ว แม้จะยังมิได้ราชาภิเษกสมรสก็ตาม และทรงทราบถึงกิตติศัพท์ความโหดเหี้ยมของพระนางอเลนันดอเป็นอย่างดี

เจ้าหญิงสะลิน ทรงพยายามอิดเอื้อนปฏิเสธไม่ยอมเป็นพระมเหสีเด็ดขาด และทรงทราบดีว่าหากปล่อยให้การณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป ก็จะเป็นการขัดพระราชกระแสรับสั่งพระเจ้าแผ่นดิน มิหนำซ้ำยังเป็นการขัดแย้งกับพระนางอเลนันดอและพระนางศุภยาลัต ซึ่งอาจนำภัยถึงแก่ชีวิตมาสู่พระองค์ได้ เจ้าหญิงสะลินจึงทรงตัดสินพระทัยเสด็จออกบวชชีเสีย หวังเอาร่มพระธรรมเป็นเครื่องป้องกันภัย

พระเจ้าธีบอเมื่อทราบว่าเจ้าหญิงสะลินเสด็จออกบวชชีจึงบันดาลพระโทสะ รับสั่งให้จับนางกำนัลของเจ้าหญิงสองคนมาขังไว้ ต้องพระราชอาญาว่ายุยงเสี้ยมสอนให้เจ้าหญิงสะลินเสด็จออกบวชชี นางกำนัลทั้งสองไม่ยอมรับเป็นสัตย์จึงถูกลงพระราชอาญาตัดข้อมือ

ความรู้ถึงเจ้าหญิงสะลินก็ทรงเสียพระทัย แต่พระเจ้าธีบอทรงไม่ลดละความพยายามจะให้เจ้าหญิงมาเป็นพระมเหสีให้ได้ แต่เจ้าหญิงสะลินก็ทรงปฏิเสธเช่นเดิม ความทราบถึงพระนางศุภยาลัต ด้วยความหึงหวงและไม่พอพระทัย

จึงรับสั่งให้ขุนนางกุข่าวว่า เมื่อครั้งที่เจ้าหญิงสะลินอยู่ในพระราชวัง เคยออกอุบายจะวางยาพิษพระเจ้าแผ่นดินจึงหลบหนีมาบวชชี เจ้าหญิงสะลินจึงถูกจับสึกและต้องพระราชอาญาถึงประหารชีวิต ทั้งที่มิได้ทรงกระทำความผิดตามข้อกล่าวหานั้นแม้แต่น้อย

เมื่อมีการแต่งตั้งพระมเหสี พระนางศุภยาลัตก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอย่างที่ไม่มีผู้ใดฉุดรั้งพระองค์ได้ ไม่ว่าจะเป็นธรรมเนียมโบราณ ขุนนาง พระเชษฐภคินี หรือแม้แต่พระมารดาของพระองค์เองก็ตาม พระนางศุภยาลัตจึงได้เป็นพระมเหสีเอกเคียงคู่พระเจ้าธีบอบนราชบัลลังก์พม่าจวบจนกาลอวสาน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ฟีลดิ้ง-ฮอลล์, แฮโรลด์. (2558). ราชินีศุภยาลัต จากนางกษัตริย์สู่สามัญชน. แปลโดย สุภัตรา ภูมิประภาส และสุภิดา แก้วสุขสมบัติ. กรุงเทพฯ : มติชน.

สถาปัตย์ สหเทวกาล. (2558). พม่ารบอังกฤษ. กรุงเทพฯ : รุ่งแสงการพิมพ์.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 พฤษภาคม 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เจ้าหญิงสะลิน’ อดีตว่าที่ราชินีคู่บัลลังก์กษัตริย์พม่า ที่ถูกพระนาง ‘ศุภยาลัต’ ขัดขวาง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...