โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ทานาคา" เคล็ดลับพม่า...ผิวสวยเนียน

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 18 เม.ย. 2561 เวลา 11.46 น.

ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ เมื่อเห็นสาวงามที่เป็นตัวแทนจากประเทศพม่าในชุดบิกินี เข้าประกวดนางงามนานาชาติเวทีหนึ่ง เข้าใจดีว่าเวลานี้พม่าเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่ประเทศเผด็จการอีกต่อไปแล้ว แต่มันเร็วเกินกว่าจะตั้งตัว

พูดอย่างนี้ไม่ใช่ “ปากว่าตาขยิบ” ทำเป็นเสแสร้งแกล้งไม่ชอบชุดบิกินี เพียงแต่ว่าภาพสาวพม่านุ่งผ้าซิ่น ประแป้งตะนะคา (หรือทานาคา) ที่พวงแก้มเป็นเอกลักษณ์ ยังค้างคาอยู่ในห้วงความทรงจำ ยิ่งเมื่อนึกถึงคุณย่าคุณยายในชนบทเมืองพุกาม มัณฑะเลย์ เห็นนังหนูกับบิกินีตัวจิ๋วยืนแอ่นระแน้ให้คนรุมดู มีหวังร้อง…อกอีแป้นแตก…กันระงม !

แต่พูดก็พูดเถอะ ผ้าซิ่้นยังมีนุ่งกันหลายประเทศ ทว่า “ทานาคา” นี่สิ เป็นแป้งสมุนไพรประทินผิว ที่จำแนกสาวมอญกับพม่าให้แตกต่างจากคนทั้งโลกอย่างแท้จริง ขนาดสาวออฟฟิศพม่าที่ว่าทันสมัย ใช้แป้งพัฟยี่ห้อหรูราคาแพงแค่ไหน แต่ก็ยังต้องรองพื้นแรกด้วย “ทานาคา” เพราะช่วยให้ผิวหน้านุ่มเนียน ไม่ทำหน้าพังเหมือนคอสเมติกทั้งหลาย

“…ผู้หญิงพม่ามีชื่อเสียงว่าผิวหน้าเนียน เพราะพวกเธอใช้ทานาคา (Thanakha) แป้งที่ได้มาจากการนำเปลือกของต้นตะนะคามาบดให้ละเอียดใช้ป้องกันผิวจากแสงแดด และมีคุณสมบัติเป็นยา ผงทานาคามีสีเหลืองออกแดง ๆ เวลาใช้พอกหน้าทำให้ดูเหมือนถูกละเลงไปด้วยโคลน แต่ที่จริงเป็นเครื่องประทินผิวสำคัญที่สุดในการรักษาความงามของผู้หญิงพม่า แม้เครื่องสำอางทันสมัยจะแพร่เข้ามา ทานาคาก็ยังได้รับความนิยมอยู่เสมอ…” (อองซาน ซูจี)

“ทานาคา” เป็นยาสมุนไพรแก้สิวแก้ฝ้า เป็นแป้งเย็นแก้ผดผื่น คันในหน้าร้อน เคยเห็นคุณตาชาวพม่าเอานิ้่วแตะผงทานาคาใส่ลงไปในน้ำเปล่า แล้วคนสองสามรอบ ก่อนกระดกแก้วดื่มหน้าตาเฉย บอกว่าเย็นชุ่มคอชื่นใจดี แถมบอกว่าถ้าเป็นแผลมีดบาดไม่ลึกนัก ก็เอาแป้งทานาคานี่แหละโปะลงไปที่แผล ไม่กี่วันก็สมานสนิท

ทานาคายังมีประโยชน์เข้าตำรับยาพื้นบ้าน โดยนำราก ใบ ดอก และผลมาปรุงยารักษาสารพัดโรค เช่น ใบสด ใช้รักษาลมบ้าหมู ต้มอาบขับเหงื่อรักษาโรคผิวหนัง ผลทานาคาใช้แก้พิษ บำรุงกำลัง ป้องกันนิ่ว รากใช้ระบายท้อง ขับเหงื่อ ถ้าเอาไปผสมดอกอ่อนกับน้ำผึ้งแก้พิษงูเปลือกใช้ดมบรรเทาอาการวิงเวียน ฯลฯ

ไม้ทานาคามีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Limonia acidissima Linn. เป็นไม้เนื้อแข็งที่พบในเขตแล้ง (Dry Zone) ตอนกลางของประเทศแถบเมืองพุกาม มัณฑะเลย์ ชเวโบ ส่วนที่ส่งกลิ่นหอมและใช้เป็นสมุนไพรประทินผิวคือส่วนเปลือก วิธีใช้อย่างง่ายที่สุดคือเอาท่อนทานาคามาฝนกับแผ่นหิน แล้วผสมน้ำเล็กน้อยจึงนำมาทาหน้าและตามเนื้อตัว เช่น ที่วงแขนหรือส่วนอับ

ไม่มีหลักฐานว่าชาวพม่าใช้ทานาคาประทินผิวกันตั้งแต่เมื่อไร บ้างสันนิษฐานว่ารับมาจากชาวมอญ ซึ่งมอญก็รับอิทธิพลจากชาวฮินดูในอินเดียมาอีกทอดหนึ่ง เพราะในราชสำนักอินเดียมีธรรมเนียมใช้ไม้จันทน์หอม (Sandal Wood) ทาที่หน้าผากและสันจมูกของราชโอรสราชธิดาที่เพิ่งมีประสูติกาล

กับมีตำนานเล่าขานว่ากษัตริย์องค์หนึ่งเสร็จไปบนดอยที่อุดมด้วยต้นทานาคา แล้วให้บังเอิญที่มเหสีทำผอบเครื่องหอมตกพื้น เป็นเหตุให้ต้นตะนะคาที่งอกใหม่ภายหลังมีกลิ่นหอมตรึงใจ ชาวพม่าจึงนิยมนำมาใช้ประทินผิวตราบจนทุกวันนี้

ชาวพม่าถือว่าแผ่นหินที่ใช้ฝนทานาคาหรือ “เจ้าก์ปยิง” นั้นเป็นของสูง ต้องเก็บรักษาไว้อย่างดี ห้ามใครเดินข้าม เพราะมที “นัต” หรือภูตชั้นสูงคอยดูแลรักษา และต้องทำพิธีเซ่นสรวงบูชาเป็นประจำทุกปีในวันแรม 1 ค่ำหลังออกพรรษา คนที่มีความเชื่้อถือจะขอพรให้มีความงามสมปรารถนา หรือขอให้งามยิ่ง ๆ ขึ้น

ในตลาดพม่าทุกแห่งหนมีท่อนทานาคาและแผ่นหินฝน วางขายในราคาแสนถูก ส่วนสาวสมัยใหม่นิยมใช้แบบที่แปรรูปเป็นก้อนสบู่ เป็นแป้งตลับ เป็นครีม หรือเป็นน้ำหอม ล่าสุดมีแป้งฝุ่นทานาคาในกระปุกสวยหรู ผลิตในเมืองไทย ให้สาวไทยผิวเนียนเหมือนสาวพม่าแล้วนะครับ จุ๊จุ๊ อย่าบอกใคร แฟนผมยังชอบใช้เลยคุณ

จากหนังสือ หรรษาอาเซียน โดย ธีรภาพ โลหิตกุล สำนักพิมพ์มติชน สั่งซื้อหนังสืออนไลน์ส่งตรงถึงบ้านได้ที่www.matichonbook.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...