โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกเขยหื่นปล้ำแม่ยาย เจอบาทาถีบสลบคาห้องครัว ฟื้นมาบอกไม่รู้หลับไปตอนไหน !?

อีจัน

อัพเดต 04 ก.พ. 2562 เวลา 06.29 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2562 เวลา 06.12 น. • อีจัน
เมื่อวานนี้ (3 ก.พ. 62) ร.ต.อ.ณัฐวัตร ไชยวรรณ…

เมื่อวานนี้ (3 ก.พ. 62) ร.ต.อ.ณัฐวัตร ไชยวรรณ์ รองสารวัตร สอบสวน สภ.เมืองระนอง รับแจ้งเหตุลูกเขยบุกปลุกปล้ำหมายจะข่มขืนแม่ยายที่บ้านหลังหนึ่งใน จ.ระนอง แต่ถูกแม่ยายต่อสู้ถีบจนล้มคว่ำสลบคาห้องครัว จึงรุดเข้าตรวจสอบเหตุทันที เมื่อไปถึงพบแม่ยายวัย 58 ปี นุ่งผ้าห่มสีขาวกระโจมอก และบุตรเขยวัย 27 ปี นั่งรอพบตำรวจอยู่ที่บ้านของลูกสาวซึ่งอยู่ใกล้ๆกับที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ทั้งสองและเพื่อนบ้าน รวม 4 คน ได้ตั้งวงดื่มเหล้ากัน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับเข้าบ้าน ส่วนบ้านผู้เสียหายเป็นบ้านกระท่อมไม้และสังกะสีอาศัยอยู่เพียงลำพัง
แม่ยายเล่าว่า หลังเลิกดื่มเหล้า ก็ให้ลูกเขยมานั่งซ่อมทีวีที่ในบ้าน ส่วนตนเข้านอนในห้องโดยไม่ได้สวมเสื้อผ้า ช่วงที่กำลังสะลึมสะลือใกล้จะหลับ ลูกเขยดึงตนมาที่ห้องครัว บังคับให้ตนนอนลงบนพื้น มือข้างหนึ่งบีบคอ ส่วนอีกมือพยายามลวนลามล้วงเข้าที่ลับ ตนจึงร้องเรียกให้ลูกช่วย แต่ไม่มีใครได้ยิน
ตนจึงถีบจนลูกเขยล้มคว่ำสลบ แล้วรีบคว้าผ้าห่มมานุ่ง ก่อนวิ่งมาขอความช่วยเหลือที่บ้านลูกสาวคนกลาง

ต่อมา ลูกสาวคนเล็กซึ่งเป็นภรรยาของลูกเขยผู้ก่อเหตุ ยืนยันกับตำรวจว่าสามีสลบอยู่ในห้องครัวบ้านของแม่จริง
ด้านลูกเขย ให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าเมื่อช่วงค่ำนั่งกินเหล้าขาวกัน 4 คน ตนเข้าไปในบ้านแม่ยายจริง เพื่อเข้าไปนั่งซ่อมทีวีให้ พบว่าปลอกสายไฟมีไฟเข้า แต่จอไม่ติด จึงแกะน็อตเพื่อดูข้างในเหลืออีกเพียงตัวเดียว มารู้อีกทีไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหน ตื่นมาในครัว ปรากฏว่าเลือดเต็มมือแล้วโดยที่ตัวเองไม่รู้เรื่อง

เมื่อตรวจร่างกายลูกเขยพบว่า ที่มือมีคราบเลือดติดอยู่ ส่วนปลายจมูกมีบาดแผลและเลือดแห้งกรังคล้ายถูกกัด

เบื้องต้น ตำรวจส่งตัวแม่ยายไปให้แพทย์ รพ.ระนอง เพื่อตรวจภายในและหาร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้าย พร้อมควบคุมตัวลูกเขยไปที่ สภ.เมืองระนอง เพื่อให้หน่วยพิสูจน์หลักฐาน จ.ระนอง ตรวจดีเอ็นเอ คราบเลือดที่ฝ่ามือว่าเป็นเลือดใคร เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...