โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลังงานลม (Wind Energy) หนุนความมั่นคงไฟฟ้าไทย

The Bangkok Insight

อัพเดต 26 ก.พ. 2564 เวลา 15.12 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. 2564 เวลา 15.12 น. • The Bangkok Insight

พลังงานลม (Wind Energy) เป็นการนำลมมาใช้ประโยชน์โดยอาศัยเครื่องจักรกลสำคัญ ใช้เทคโนโลยี "กังหันลม" ในการเปลี่ยนพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลมเป็นพลังงานกล และนำไปใช้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

สภาวะโลกร้อนที่ส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เกิดการปรับตัวมาใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีความหลากหลาย นอกจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายแล้ว “ลม” หรือ “พลังงานลม” ยังเป็นพลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศทั่วโลก

"ลม" เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ ความกดดันของบรรยากาศ และแรงจากการหมุนของโลก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเร็วลมและกำลังลม จัดเป็นพลังงานรูปหนึ่งที่มีอยู่ในตัวเอง

พลังงานลม (Wind Energy) เป็นการนำลมมาใช้ประโยชน์โดยอาศัยเครื่องจักรกลสำคัญ คือ “กังหันลม” หรือ เทคโนโลยีในการเปลี่ยนพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลม เป็นพลังงานกลก่อนนำไปใช้ประโยชน์

ปัจจุบันหลายประเทศให้ความสำคัญ และนำพลังงานจากลมมาใช้ประโยชน์มากขึ้น เนื่องจากพลังงานลมมีอยู่โดยทั่วไป ไม่ต้องหาซื้อ อีกทั้งเป็นพลังงานที่สะอาดไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสภาพแวดล้อม และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น

เทคโนโลยีกังหันลมนำ พลังงานลม ไปผลิตกระแสไฟฟ้า

เทคโนโลยีกังหันลม ที่มีการคิดค้นและนำไปใช้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ขึ้นกับสภาพแวดล้อม โดยแบ่งออกตามลักษณะการจัดวางแกนของใบพัด 2 รูปแบบ คือ

พลังงานลม

1. กังหันลมแนวแกนตั้ง (Vertical Axis Wind Turbine: VAWT) เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุนและใบพัดตั้งฉากกับการเคลื่อนที่ของลมในแนวราบ ซึ่งข้อดีสามารถรับลมแนวราบได้ทุกทิศทาง

2. กังหันลมแนวแกนนอน (Horizontal Axis Wind Turbine: HAWT) เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุนขนานกับการเคลื่อนที่ของลมในแนวราบ โดยมีใบพัดเป็นตัวตั้งฉากรับแรงลม

พลังงานลม

ส่วนประกอบของเทคโนโลยีกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า

1. กังหันลมเพื่อสูบน้ำ (Wind Turbine for Pumping) เป็นกังหันลมที่รับพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลม และเปลี่ยนให้เป็นพลังงานกล เพื่อใช้ในการชัก หรือ สูบน้ำจากที่ต่ำขึ้นที่สูงเพื่อใช้ในการเกษตร การทำนาเกลือ การอุปโภคและการบริโภคปัจจุบันมีใช้อยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบระหัดวิดน้ำ และ แบบสูบชักน้ำ

2. กังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า (Wind Turbine for Electric) เป็นกังหันลมที่รับพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลมและเปลี่ยนให้เป็นพลังงานกล จากนั้นนำพลังงานกลมาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ปัจจุบันมีการนำมาใช้งานทั้ง กังหันลมขนาดเล็ก (Small Wind Turbine) และ กังหันลมขนาดใหญ่ (Large Wind Turbine)

พลังงานลม

การผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานลม เมื่อมีลมพัดผ่านใบกังหัน พลังงานจลน์ที่เกิดจากลมจะทำให้ใบพัดของกังหันเกิดการหมุน และได้เป็นพลังงานกลออกมา

พลังงานกลจากแกนหมุนของกังหันลมจะถูกเปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่เชื่อมต่ออยู่กับแกนหมุนของกังหันลม จ่ายกระแสไฟฟ้าผ่านระบบควบคุมไฟฟ้า และจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบต่อไป

ทั้งนี้ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จะขึ้นอยู่กับความเร็วของลม ความยาวของใบพัด และสถานที่ติดตั้งกังหันลม

ประเทศไทย มีการพัฒนาผลิตไฟฟ้าพลังงานลมมานาน เริ่มตั้งแต่ในปี 2526 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เลือกบริเวณแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดที่มีข้อมูลบ่งชี้ว่า มีความเร็วลมเฉลี่ยตลอดปี ประมาณ 5 เมตรต่อวินาที เป็นสถานที่ตั้งของสถานีทดลองการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมโดยได้ติดตั้งกังหันลมขนาดเล็กเพื่อทดสอบการใช้งานที่สถานีแห่งนี้ จำนวน 6 ชุด พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์บันทึกข้อมูล

สำหรับไฟฟ้าที่ผลิตได้ก็นำมาใช้ให้แสงสว่างในบริเวณสถานีทดลอง โดยใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นสรุปได้ว่า การใช้กังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า ที่บริเวณสถานีพลังงานทดแทนพรหมเทพนี้ มีผลเป็นที่น่าพอใจ

ต่อมาในปี 2531 กฟผ. ได้เชื่อมโยงระบบกังหันลมมาผลิตไฟฟ้า เข้าสู่ระบบจำหน่ายของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในลักษณะของการใช้งานจริง สามารถจ่ายไฟเข้าสู่ระบบได้เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ปี 2533 นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่สามารถนำไฟฟ้าจากพลังงานลม มาใช้งานได้โดยเชื่อมโยงเข้ากับระบบจำหน่ายไฟฟ้า จากนั้น กฟผ. ได้ขยายผลเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าพลังงานลมในเชิงพาณิชย์มากขึ้น

กระทรวงพลังงาน เห็นความสำเร็จดังกล่าวจึงเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมติดตั้งกังหันผลิตไฟฟ้า มีการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลมมากขึ้น โดยมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลมแล้ว 27 ราย โดยบริษัทเอกชนเหล่านี้ ได้ประกอบกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานลมมายาวนาน ทำให้มีความเชี่ยวชาญในระดับสูง

ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยขนาดใหญ่หลายราย ที่มีประสบการณ์ทั้งด้านการผลิต การบริหารจัดการ และความพร้อมของเงินลงทุน ได้ออกไปลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทั้งในอาเซียน เอเชีย ญี่ปุ่น และยุโรป มีกำลังการผลิตหลายพันเมกะวัตต์ จึงทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในภูมิภาคนี้

ขณะเดียวกัน การส่งเสริมติดตั้งกังหันผลิตไฟฟ้าในประเทศช่วงที่ผ่านมา ยังมีอุปสรรค เพราะพื้นที่ที่พอจะมีศักยภาพสำหรับพลังงานลมในประเทศไทย ส่วนใหญ่ 86% อยู่ในภาคอีสาน และมักติดปัญหาในเรื่องที่ดิน เนื่องจากพื้นที่ที่ใช้ติดตั้งกังหันลมส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่สูงอยู่บนภูเขา ซึ่งอาจเป็นที่ดินในเขตสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก.) ที่จัดสรรให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์ หรือ ที่ดินในเขตป่าสงวน ที่ต้องมีขั้นตอนในการขออนุญาตก่อน

การติดตั้งกังหันลม จะต้องจัดทำ รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่ชาวบ้านต้องให้ความยินยอม เพราะจะมีปัญหาด้านเสียงดังจากใบพัดของกังหันลม อีกทั้งความเร็วลมที่ผลิตไฟฟ้าได้ในประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ความเร็วต่ำ

แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยก็ยังมีศักยภาพที่จะติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมได้ เมื่อมีการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ดีขึ้น ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ แม้ในยามกระแสลมอ่อน

พลังงานลม

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงพลังงาน จึงกำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าพลังงานลมไว้ใน แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2561-2580 (AEDP 2018) รวมอยู่ที่ 2,989 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิต 1,504 เมกะวัตต์ คงเหลือที่จะส่งเสริมอีก 1,485 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรวม 28,004 เมกะวัตต์

ในปี 2564 มีแผนจะเปิดรับซื้อไฟฟ้าพลังงานลม จำนวน 270 เมกะวัตต์ หรือเฉลี่ยปีละ 90 เมกะวัตต์ กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบปี 2565-2567

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) กำกับการจัดหาไฟฟ้าจากผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานลม ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 ที่มีพันธะผูกพันแล้ว 1,542 เมกะวัตต์ จากผู้ผลิต 38 ราย เมื่อเปรียบเทียบกับ แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558–2579 (AEDP2015) จำนวน 3,002 เมกะวัตต์ คงเหลือจากแผน 1,460 เมกะวัตต์

หากเป็นไปตามแผน AEDP 2018 การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมก็จะบรรลุเป้าหมาย แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP 2018 Rev.1) ที่กำหนดกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมรวม 2,989 เมกะวัตต์ คิดเป็น 11% ของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน

อ่านข่าวเพิ่มเติม:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...