โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไม ‘มูฮัมหมัด อาลี’ จึงมี ‘ท่ามวย’ ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

The Momentum

อัพเดต 20 ก.พ. 2564 เวลา 06.13 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2564 เวลา 17.44 น. • ธนภาคย์ อิทธิชัยพล

In focus

  • มูฮัมหมัด อาลี นักชกรุ่นเฮฟวีเวตที่ถูกยกย่องว่า เป็นนักมวยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ด้วยสไตล์การชกแบบ Out-boxer (นักชกวงนอก) ที่มีความเร็วในระดับเดียวกับนักชกรุ่นไลต์เวต แต่กลับมีพลังหมัดในระดับรุ่นเฮฟวีเวต ซึ่งไม่มีใครเลียนแบบเขาได้
  • อาลีเป็นนักชกคนเดียวในประวัติศาสตร์ของวงการมวยที่พิชิตแชมป์โลกโดยที่ ‘ไม่จำเป็นต้องตั้งการ์ด’ เนื่องจากฟุตเวิร์กที่รวดเร็ว และการตอบสนองในระดับที่ไม่จำเป็นต้องป้องกัน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘แคสเซียส มาร์เซลลัส เคลย์ จูเนียร์’ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ ‘มูฮัมหมัด อาลี’ เป็นหนึ่งในนักมวยที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล เนื่องด้วยลีลาการชกของเขาถูกแฟนมวยทั่วโลกนิยามว่า ‘โบยบินเหมือนผีเสื้อ แต่ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง’ และด้วยสไตล์การชกที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เขาพิชิตแชมป์ในรุ่นเฮฟวีเวตได้ถึง 3 สถาบัน ทั้ง WBA​, WBC และ NABF อีกทั้งยังสามารถชกป้องกันตำแหน่งได้ถึง 10 ครั้ง

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมอาลีถึงถูกยกย่องว่ายิ่งใหญ่ขนาดนั้น? เพราะหากวัดด้วยความสำเร็จในเชิงสถิติ ยังคงมีนักมวยอีกหลายคนที่ได้รับเข็มขัดแชมป์โลกมาครอบครองเช่นเดียวกับเขาอีกมากมายหลายคน

หากจะอธิบายว่า ทำไมการชกของอาลีจึงเป็นสิ่งเหล่าคอมวยต่างยกย่องและให้การชื่นชม เราจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจกับ ‘สไตล์’ การชกมาตรฐานของนักมวยกันเสียก่อน 

Ali’s Fighting Style: In-fighter or Out-boxer?

ในโลกของนักมวย สิ่งที่สำคัญมากในการชกคือ ‘สไตล์’ หากพี่เลี้ยงหรือโค้ชไม่เข้าใจว่านักมวยที่อยู่ในความดูแลของตนนั้น เหมาะกับสไตล์การชกแบบใด อาจทำให้นักมวยไม่สามารถพัฒนาความสามารถของเขาอย่างเต็มที่ 

จากอดีตจนถึงปัจจุบันได้มีการพัฒนาสไตล์การชกใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอด แต่แนวทางที่เป็นรากเหง้าของแนวทางทั้งหลายที่เกิดขึ้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 แนวทางใหญ่ๆ นั่นคือการชกแบบวงใน ‘In-fighter’ และการชกวงนอก ‘The Out-boxer’

คลุกวงในและซัดไปให้หมอบ ‘The In-fighter’

‘In-fighter’ เป็นสไตล์การชกที่เน้นในพลังการทำลายล้างของการปล่อยหมัดในระยะประชิด เหล่านักชกวงในส่วนใหญ่จะต้องฝึกฝนการโยกหลบพร้อมกับการขยับเข้าใกล้คู่ต่อสู้ เพื่อที่จะเข้าไปอยู่ในระยะที่สามารถปล่อย ‘หมัดไม้ตาย’ น็อกคู่ต่อสู้ภายในไม่กี่หมัด อย่างเช่น หมัดอัปเปอร์คัต และหมัดฮุก

การต่อสู้ของนักชกวงในนั้นเหมือนศิลปะของการวิวาท ที่ต้องการจะล้มอีกฝ่ายด้วยหมัดอันทรงพลัง และโยกหลบหมัดที่พุ่งเข้ามาในระยะเผาขนที่อาจส่งผลต่อชีวิตนักมวยทั้งชีวิตได้ภายในหมัดเดียว เหล่า In-fighter จึงจำเป็นต้องฝึกให้หนักกว่านักชกแบบอื่น เนื่องจากการโยกหลบพร้อมกับการเข้าใกล้คู่ต่อสู้นั้นเต็มไปด้วย ‘ความเสี่ยง’ และความรุนแรงของแรงหมัดที่บวกเข้ากับการขยับตัวเข้าหาคู่ต่อสู้หนักพอๆ กับการที่ ‘รถสิบล้อสองคันวิ่งชนกัน’ เลยทีเดียว สิ่งที่จำเป็นสำหรับการชกแบบนี้จึงต้องพึ่งพาแรงกายที่ทรหด รูปร่างที่แข็งแรง และสภาพร่างกายที่พร้อมสำหรับการฝึกฝนที่แสนจะหนักหน่วง

นักมวยเป็นอาชีพที่มีอายุขัยสั้น แต่สำหรับเหล่า In-fighter จะมีช่วงเวลาที่สั้นกว่านักมวยประเภทอื่นขึ้นไปอีก เพราะเป็นไปไม่ได้เลย ที่ร่างกายของนักมวยคนใดจะรับการฝึกอย่างเข้มข้นไปตลอดได้ และคงไม่มีนักมวยคนไหนที่ไม่เคยถูกต่อยเลย

นักมวยสาย In-fighter ที่โด่งดัง และมักปล่อยหมัดไม้ตายในช่วงเวลาคับขันที่แฟนมวยรู้จักกันดี เช่น ไมก์ ไทสัน (Mike Tyson), แจ็ก เดมป์ซีย์ (Jack Dempsey) และ แมนนี ปาเกียว (Manny Pacquiao)

พิชิตสังเวียนด้วยเทคนิคและความเร็ว ‘The Out-boxer’

หาก In-fighter คือการเข้าคลุกวงในและปล่อยหมัดพิฆาตอีกฝ่าย Out-boxer คือขั้วตรงข้าม ที่รักษาระยะห่าง ใช้ความเร็ว และคว่ำฝ่ายตรงข้ามด้วยเทคนิค 

จุดเด่นของเหล่านักชกวงนอกที่มีคือทักษะในการย่างเท้าเพื่อรักษาระยะ และช่วงแขนที่เรียวยาวสำหรับการปล่อยหมัดแย็บแสนจะว่องไว บ่อยครั้งเราจึงจะเห็นภาพที่นักชก Out-boxer กระหน่ำหมัดใส่คู่ต่อสู้จนอีกฝ่ายไม่สามารถตอบโต้ได้ แต่สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือ ‘พลังหมัด’ ที่เบาลง ชัยชนะของนักชกวงนอกที่เรามักจะเห็นกันคือการชนะคะแนนมากกว่าการชนะน็อก

เหล่า Out-boxer จะไม่เน้นการออกหมัดที่ใช้วงสวิงกว้างอย่างหมัดฮุกหรืออัปเปอร์คัต แต่จะอาศัยหมัดที่เป็นพื้นฐานของนักมวยอย่างหมัด 1-2 หรือหมัดแย็บสลับกับหมัดตรงแทน 

Out-boxer ที่เรารู้จักกันดีคงจะหนีไม่พ้น ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ (Floyd Mayweather Jr.), แลร์รี โฮล์มส์ (Larry Holmes) และ มูฮัมหมัด อาลี (Muhammad Ali) นั่นเอง

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ สถิติการชกของอาลีช่างดูไม่เหมือนนักชก Out-boxer เอาเสียเลย เพราะเขาขึ้นชกทั้งหมด 61 ครั้ง ชนะ 56 และชนะน็อกไปถึง 37 ครั้ง นี่ควรจะเป็นสถิติของนักชก In-fighter ชัดๆ 

แล้วอะไรคืออาวุธของอาลี?

ในยุคที่อาลียังคงโลดแล่นอยู่บนสังเวียนผ้าใบอยู่นั้น มักจะมีความเชื่อกันว่านักชกเฮฟวีเวตจะต้องเชื่องช้า อุ้ยอ้าย และมีหมัดทำลายล้างที่แสนจะรุนแรง แต่ชายที่ชื่อ มูฮัมหมัด อาลี เป็นผู้ที่ทำลายความเชื่อนี้ออกไป เพราะเขาไม่ใช่นักชกเฮฟวี่เวตตามสูตรสำเร็จ

หากพูดกันในเชิงของความสามารถคงพูดได้ว่าอาลีนั้นมีทักษะที่ ‘ขี้โกง’ มาก เซียนมวยหลายสำนักยกให้อาลีเป็นนักชกเฮฟวี่เวตที่เร็วที่สุดตลอดกาล ในอดีตเคยได้มีการใช้กล้องโอเมกาสโคปเพื่อวัดว่าหมัดแย็บของอาลีนั้นเร็วแค่ไหน ผลปรากฏว่าเขาชกกระดานไม้ที่อยู่ห่างออกไป 16.5 นิ้วได้ภายในเวลาเพียงแค่ 4/100 วินาที หรือเทียบเท่ากับการกะพริบตาหนึ่งครั้ง ซึ่งความเร็วนั้นเร็วกว่านักชกในรุ่นไลต์เวตบางคนเลยด้วยซ้ำ 

ลองจินตนาการภาพนักชกผู้มีพลังหมัดในรุ่นเฮฟวี่เวต แต่มีเร็วในระดับไลต์เวต หากไม่พูดว่าเป็นพรสวรรค์ที่ฟ้าประทานมาให้ก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้คำไหนมาเปรียบเปรยอีก อาลีคือนักชกที่ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงในวงใน เพียงแค่หมัด 1-2 ตามสไตล์ของ Out-boxer ก็เร็วและหนักหน่วงพอแล้วที่จะคว่ำอีกฝ่ายลงได้อย่างง่ายดาย

แต่สิ่งที่มากไปกว่าหมัดอันรวดเร็วและทรงพลังของเขา คือ ‘ท่ามวย’ ของเขาต่างหาก

Unorthrdox Style ท่ามวยผู้เป็นของอาลีแต่เพียงผู้เดียว

สิ่งที่อันตรายที่สุดของการชกมวยคือการ ‘โดนต่อย’ และเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการถูกชกจากอีกฝ่าย จึงมีการคิดค้นท่าการ์ดมวยออกมา ให้สามารถที่จะบาลานซ์ระหว่างการออกหมัด การป้องกัน และการโยกหลบหมัดจากนักชกอีกมุมหนึ่งของสังเวียนได้ ท่าการ์ดมวยที่เห็นได้บ่อยและเป็นท่าพื้นฐานที่สุดคือ Orthodox Style ซึ่งเป็นท่าชกสำหรับนักชกที่ถนัดขวา และ Southpaw ซึ่งเป็นท่าชกของนักชกที่ถนัดซ้าย

หลักของการชกสไตล์พื้นฐาน คือ วางเท้าและตั้งการ์ดโดยใช้แขนข้างที่ไม่ถนัดนำเพื่อที่จะได้ออกหมัดแย็บกะระยะ และปล่อยหมัดตรงหรือหมัดฮุกจากแขนข้างที่ถนัดซึ่งตั้งอยู่ในองศาที่ระเบิดพลังได้รุนแรงกว่า อีกทั้งยังสามารถใช้แขนข้างที่ไม่ถนัดเพื่อปัดหมัดของอีกฝ่ายและต่อยสวนออกไปได้ ท่าชกจึงเป็นหนึ่งในทักษะพื้นฐานที่นักมวยต้องเรียนรู้ เพื่อที่จะสร้างสมดุลระหว่างการจู่โจมและการป้องกันระหว่างการชกให้เหมาะสม

แต่อย่างที่กล่าวไป อาลีไม่ใช่นักมวยธรรมดาตามสูตรสำเร็จ สิ่งที่เราเห็นคือการชกแบบ ‘ไม่ตั้งการ์ด’ ซึ่งเป็นวิธีชกที่อันตรายมาก และไม่มีครูมวยคนไหนที่จะสอนให้นักมวยของตัวเองใช้วิธีนี้ในการชกจริงอย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่กับอาลี ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับพรสวรรค์จากพระเจ้า เขาไม่จำเป็นต้องเป็นนักมวยตามตำรา ซึ่งเราเรียกนักมวยประเภทนี้ว่า ‘Unorthodox  Style’ หรือนักมวยนอกรีต

สาเหตุที่อาลีไม่ตั้งการ์ดไม่ใช่เพราะเขาต้องการที่จะโชว์เหนือว่าตนนั้นเก่งหรือเจ๋ง แต่เป็นเพราะว่ามันไม่จำเป็นสำหรับเขาต่างหาก เพราะด้วยฟุตเวิร์กที่ยอดเยี่ยม ประสาทสัมผัสที่เฉียบคม ความเร็วหมัดในระดับไลต์เวต และความคล่องตัว เมื่อทั้ง 4 อย่างนี้มารวมกัน เขายังจำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่าการ์ดอีกหรือ?

‘โบยบินเหมือนผีเสื้อ แต่ต่อยเจ็บเหมือนกับผึ้ง’

เบื้องหลังของสไตล์ที่แสนจะแปลกประหลาดของอาลี ไม่ได้มาจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เพราะวินัยในการซ้อมอย่างหนักหน่วงและสม่ำเสมอจากการกระโดดเชือกไม่ต่ำกว่า 1 แสนครั้ง จึงกลั่นออกมาเป็น Ali’s Shuffle ฟุตเวิร์กที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ ด้วยกล้ามเนื้อสปริงขาที่โบยบินในสังเวียนได้ราวกับผีเสื้อ และพลังหมัดที่หนักหน่วงเหมือนกับเหล็กในของผึ้ง

จากความยอดเยี่ยมดังกล่าว จึงทำให้อาลีเป็นนักมวยเพียงคนเดียวที่ได้รับฉายาว่า ‘The Greatest’ ที่แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 60 ปี ก็ยังไม่มีนักมวยคนใดที่จะยิ่งใหญ่เกินหน้าเขาไปได้แม้แต่คนเดียว

อ้างอิง: 

https://shortboxing.com/the-best-boxing-stance-and-guard/ 

https://evolve-mma.com/blog/breaking-down-muhammad-alis-style-of-boxing/ 

https://boxing.fandom.com/wiki/Boxing_styles_and_technique 

ภาพ: Forbe 

Fact Box

  • มูฮัมหมัด ‘The Greatest’ อาลี หรือ ‘แคสเซียส มาร์เซลลัส เคลย์ จูเนียร์’ เป็นผู้ที่พิชิตแชมป์ในรุ่นเฮฟวี่เวตได้ถึง 3 สถาบัน ทั้ง WBA​, WBC และ NABF และป้องกันตำแหน่งมากถึง 10 ครั้ง
  • สาเหตุที่เขาเปลี่ยนชื่อ เนื่องจากเขาเปลี่ยนจากการนับถือศาสนาคริสต์ไปเป็นศาสนาอิสลาม และ มูฮัมหมัด อาลี มีความหมายว่า ‘ผู้ควรค่าแก่การสรรเสริญ’
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...