โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

It's Okay to Not Be Okay ถ้าไม่ไหวอย่าฝืน ควรปลอบใจตัวเองแบบไหน - เพจพื้นที่ให้เล่า

TOP PICK TODAY

อัพเดต 08 ส.ค. 2563 เวลา 05.27 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2563 เวลา 04.35 น. • เพจพื้นที่ให้เล่า

เชื่อว่าแฟนคลับซีรีส์เกาหลีต้องรู้จักกันทุกคน It's Okay to Not Be Okay คือซีรีส์เกาหลีที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในขณะนี้ และเป็นซีรีส์ที่เล่นโดยคิมซูฮยอน พระเอกเกาหลีที่มีค่าตัวต่อตอนแพงที่สุดในเกาหลีใต้ ณ ขณะนี้!!

มุนคังแท (พระเอก) และ โกมุนยอง (นางเอก) ของซีรีส์เรื่อง It's Okay to Not Be Okay 

ต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นสัดส่วนที่ดีมากๆ ของเรื่องราวชีวิต ความรัก และจิตวิทยา ชื่อเสียงและแฟนคลับของเรื่องนี้จึงไม่ได้มาเพราะการแสดงอันยอดเยี่ยมและหน้าตาอันน่าหลงใหลของพระเอกและนางเอกอย่างเดียว เนื้อหาในเรื่องจะแชร์ประสบการณ์ของตัวละครที่จับหัวใจและประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ชมได้อยู่หมัด เหมือนเพื่อนที่เคยปลอบเราในวันที่เรากำลัง‘ไม่ไหวจะฝืน’ อยู่นั้นแหละ

ลีลาการเล่าแบบหนึ่งที่น่าสนใจที่ซ่อนอยู่ มีเนื้อหาดีๆ ที่ทำให้หัวใจคนดูอบอุ่นและได้รับสิ่งที่ดีต่อไปทุกครั้ง ก็คือนิทานที่โกมุนยอง นางเอกของเรื่องเป็นคนเขียน วันนี้จะพาทุกคนมาดูข้อคิดหรือบทเรียนดีๆ ที่เราเอามาใช้ได้กับตัวเอง เวลาอกหัก โดดเดี่ยว หรือท้อแท้กัน
.
จากเรื่อง The Teenaged Boy Who Grew Up Eating Nightmares นิทานเรื่องนี้สอนให้คนรู้ว่า ถ้าเราทิ้งอดีตที่กัดกินตัวเองไว้ ไม่สู้มันและติดอยู่ในนั้น เราจะก้าวขาออกมาได้อย่างเข้มแข็งและมีความสุข คนที่เดินออกมาได้ โดยที่ยังจำอดีตของตัวเองได้ต่างหากที่เข้มแข็ง

ดังคำกล่าวที่ว่า ‘คนที่เก็บความทรงจำแย่ๆ เอาไว้ และพยายามใช้ชีวิตต่อไป คือคนที่จะได้ความสุขไปครอบครอง’
ชีวิตของมนุษย์ไม่ใช่เรื่องง่าย เราไม่มีทางปฏิเสธความเศร้าที่เข้ามาได้ ในขณะที่เราก็ไม่สามารถเลือกรับเอาแต่ความสุขเอาไว้ได้เช่นกัน สิ่งที่ทำได้ในวันนี้คือการฝึกฝนและดูแลหัวใจตัวเอง ร้องไห้เมื่อเศร้า ยิ้มเมื่อสุข ไม่ไหวต้องพัก มนุษย์ต่างจากเครื่องจักรตรงที่เรามีหัวใจ เราควรภาคภูมิใจกับความอ่อนแอ ความเศร้า ความไม่ไหว เพราะมนุษย์มีอารมณ์ ไม่ใช่มีเพียงความอ่อนแอ

.
คนอย่างฉัน ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวก็ถูกต้องแล้ว
นี่เป็นคำพูดที่อยู่ในใจของซังแท พี่ชายออทิสติกของพระเอก และเป็นคำที่ถูกพูดบ่อยมากๆ สำหรับนางเอกของซีรีส์เรื่องนี้
ซังแทรู้ว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น และไม่ได้รับการยอมรับ เขาสร้างปัญหาให้คนรอบข้าง และเพราะอย่างนั้นทุกอย่างจึงเป็นความผิดของเขา ที่เขาพยายามรับผิดชอบ หากวันหนึ่งน้องชายและคนจะเดินจากไปจากชีวิตมันเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว 

โกมุนยองเป็น Antisocial Personality Disorder หรือบุคลิกต่อต้านสังคม เธอไม่แสดงอารมณ์เพราะไม่เคยได้รับอนุญาตให้แสดงอารมณ์ กลัวโดยไม่รู้ว่าตัวเองกลัว เหงาโดยไม่รู้ว่าตัวเองโดดเดี่ยว เพียงเพราะเธอเชื่อว่าความต่างเป็นสิ่งที่ทำให้เธอไม่ได้รับการยอมรับ และถ้ามันยากหนัก ฉันอยู่คนเดียวก็ได้!! ใครที่ได้ดูซีรีส์มาหลายตอนแล้ว คงจะเห็นว่าความคิดแบบนี้ทำให้พฤติกรรมโกมุนยองไม่มีเบรก เมื่อเจอเรื่องที่เธอไม่ชอบใจ เธอสามารถเลวร้ายกับคนรอบข้างแบบคูณสิบเลยทีเดียว ทั้งที่จุดเริ่มต้นมันคือการสอนกันอย่างผิดวิธี ปัญหาภายในครอบครัวที่ไม่ได้รับการแก้ไข และเด็กคือคนที่ต้องมารองรับปัญหา 

ถ้าจะแก้ปัญหาความรู้สึกไม่ได้รับการยอมรับจากคนในครอบครัว ความแตกต่างที่เราควบคุมไม่ได้ จนเกิดความรู้สึก 'ไม่ไหว อย่าฝืน' ขึ้นมา มันเป็นสิ่งที่ควรแก้กันตั้งแต่แรก แต่ใช่ว่าเราจะสามารถเลือกเกิดแบบที่ชอบ หรือเลือกครอบครัวเองได้ทุกคน แต่ไม่ว่าจะดีจะร้าย บางครั้งครอบครัวคือความรักที่เราโหยหา ความอบอุ่นที่เราคิดถึง ที่มักมาพร้อมปัญหาน้อยใหญ่ และแน่นอนว่าหลายคนเต็มใจจะแก้ไปตลอดชีวิต โดยเฉพาะในวัฒนธรรมเอเชียที่เราใกล้ชิดกับครอบครัวมากเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงไม่ใช่ว่าเราควรยึดติดกับความรู้สึก toxic จนไม่สามารถรักตัวเองในแบบที่เป็นได้

นิทานของโกมุนยองสอนให้เรายอมรับในความแตกต่างของตัวเอง และเติมความรู้สึกที่ขาดหายให้เต็มมากกว่า การเอามีดแทงแผลของตัวเองไปเรื่อยๆ ถึงคนรอบข้างจะใจร้ายกับเราไปบาง แต่เรายังใจดีกับตัวเองได้ โดยการยอมรับและชื่นชมความต่างของตัวเองและผู้อื่น หัดเปิดประตูให้กว้าง ไม่ปิดกั้นเวลามีคนเดินเข้ามา ปิดประตูให้สนิท พูดให้ชัด เมื่อไม่อยากให้ใครจากไป

ความรัก ความเข้าใจที่เป็นพื้นฐานทางอารมณ์ของมนุษย์ควรถูกสอนให้เติบโตอย่างเข้มแข็งตั้งแต่ช่วงเด็กก็จริง แต่ไม่ใช่ว่าเมื่อโตมาแล้ว เราจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มไม่ได้เลย โดยเฉพาะเรื่องความรักตัวเอง และการส่งต่อความรักให้คนรอบข้างอย่างถูกต้อง
.
อดทนแล้วจะดี ถ้ามันไม่ดี แปลว่าเราอดทนไม่มากพอ

แล้วตอบได้ไหมว่า แค่ไหนถึงจะพอ อดทนแค่ไหนถึงจะดี 

ตอบไม่ได้ มีคำตอบที่ตอบได้คือการอดทนที่มากเกินไป อดทนแบกรับงานหนัก อดทนต่อเรื่องไม่ชอบธรรมต่างๆ อดทนต่อการถูกเข้าใจผิดและทำร้าย บางครั้งไม่ส่งผลดีต่อตัวเราซะเลย เพราะกว่าจะได้ดี คุณอาจกลายเป็นระเบิดเวลาขนาดย่อมที่พร้อมปริแตกฉีกกระชากตัวเองออก ให้ทุกคนเห็นว่าข้างหลังรอยยิ้มในแต่ละวัน มีน้ำตากับแผลซ่อนอยู่แค่ไหน 

อย่าง มุนคังแท ผู้เป็นพระเอก ไม่เคยรู้ตัวว่าตัวเองมีรอยยิ้มแบบ Joker เป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุดในโลก เพราะมันเป็นเพียงหน้ากากที่เอาไว้ปิดความอดทนชั่วชีวิตของตัวเอง เป็นการอดทนมากเกินไปและไม่ยอมทำตามเสียงร้องในหัวใจเลยครั้ง เขาเลยไม่ได้รู้ว่าจะรับมือกับความสุขอย่างไร ความเศร้าอย่างไร และสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ คืออะไร ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว เวลาเราเจอเรื่องเศร้าหรือเรื่องไม่ดี เรามีทางเลือกอื่นนอกจากอดทนให้เลือกอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการพูด การสื่อสารทางกาย การถามเพื่อให้ได้รับคำตอบ และการเคลียร์ความรู้สึกกับตัวเอง 

บางทีการอดทนมันเป็นเหมือนการซ่อนปัญหาเอาไว้ใต้พรมเท่านั้น ไม่ใช่ไม่ดี แต่ปัญหาที่แท้จริง มันก็ไม่ได้รับการแก้ไข พรมบางคนก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น ยิ่งจะเป็นการสร้างปัญหาระยะยาวสะสมมากกว่า

.

ซีรีส์เรื่องนี้เป็นโอกาสอันดีที่ทุกคนจะได้ลอง 'ไม่ไหว อย่าฝืน' กันขึ้นมาดูบ้าง อยากเล่าให้ฟังกล่าวนี้ ต้องเชื่อว่าจะต้องพูดถึงเนื้อหาของซีรีส์ที่ใครๆ หลายคนยังไม่ได้ดู เพราะถึงพีระมิดของมนุษย์จะมีรากฐานอันแข็งแรงคือปัจจัย 4 ที่หล่อเลี้ยงชีวิต (แน่นอนว่ารวมถึงเงินด้วย!) ท่ีทำให้กลไกของชีวิตยังเดินต่อไปได้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ายอดบนสุดของมันคือ การได้รับความรัก การได้รับการยอมรับ และการรู้จักคุณค่าเป้าหมายในชีวิต

หากเราหลงลืมดูแลความรู้สึกและหมกหมุ่นอยู่แต่กับการทำงาน การอดทนทำในสิ่งที่ทำร้ายจิตใจตัวเองก็คงไม่ได้ โดยเฉพาะในปี 2020 ที่กระหน่ำจัดเต็มมาตลอดตั้งแต่เดือนแรกจนถึงปัจจุบัน ได้แต่ขอให้พวกเรารักและปลอบใจตัวเองอย่างเข้มแข็ง หลบไปทำท่าอ้อมกอดผีเสื้อคนเดียวบ้างไม่มีใครว่า 

ก่อนจาก็ขอให้ใจทุกคนเข้มแข็งมากขึ้นในแต่ละวัน และผ่านปี 2020 ที่เหลืออีกกี่ไม่กี่เดือนไปได้ด้วยดี 

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...