โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ซูเปอร์ซีเชฟ" แก้ปมตลาดซบ ขยับทัพลุยอาหารพร้อมทาน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 มิ.ย. 2562 เวลา 08.44 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2562 เวลา 08.44 น.

*“ซูเปอร์ซีเชฟ” ปรับทัพรับมือตลาดปลากระป๋อง 9 พันล้าน ชะลอตัวจากพิษเศรษฐกิจ-แข่งราคาเดือด มุ่งย้ำจุดขายคุณภาพ-ราคาจับต้องได้ พร้อมจับมือคู่ค้าจัดโรดโชว์-กิจกรรมกระตุ้นยอด ก่อนแตกไลน์เมนูพร้อมทานไข่พะโล้-ปูผัดผงกะหรี่ ปั้นรายได้เสริมปลากระป๋อง ด้านต่างประเทศเดินหน้าศึกษาโมเดลไลเซนส์ มั่นใจปีนี้เติบโต 5% พร้อมวางเป้าคว้าเบอร์ 1 ตลาดปลาระป๋องใน 3 ปี *

นายอาชวิน โรจน์ชัยนินทร์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ซีแวลู จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายปลากระป๋องภายใต้แบรนด์ “ซูเปอร์ซีเชฟ” กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันภาพรวม

ตลาดปลากระป๋องประเภทซอส มีมูลค่าประมาณ 8-9 พันล้านบาท อยู่ในช่วงชะลอตัว โดยมีอัตราการเติบโตเพียง 1-2% จากปัจจัยความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ขณะเดียวกัน การแข่งขันยังสูงทั้งด้านราคาและโปรโมชั่น เนื่องจากที่ผ่านมามีโลคอลแบรนด์จำนวนมากกว่า 10 ราย พยายามเข้าทำตลาดเพื่อรับดีมานด์ของกลุ่มรากหญ้า ส่งผลให้แบรนด์เล็กหลายรายต้องยอมแพ้ออกจากตลาดไปจนปัจจุบัน

แนวทางดังกล่าวส่งผลให้ “ซูเปอร์ซีเชฟ” ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ ให้ความสำคัญคุณภาพสินค้า เนื่องจากความท้าทายของตลาดปลากระป๋อง คือ การรักษาคุณภาพ การผสมซอส และวัตถุดิบที่สดใหม่ พร้อมพัฒนารสชาติให้ถูกปากคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยปี 2562 เตรียมลอนช์ผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มอาหารพร้อมทาน แบรนด์ซูเปอร์ซีเชฟ มีให้เลือก 2 รสชาติ เช่น ไข่พะโล้และ

ปูผัดผงกะหรี่ วางราคา 25-40 บาท จำหน่ายผ่านช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ และเตรียมลอนช์เมนูใหม่ ๆ เพิ่มอีก 2-3 เมนู และเมื่อจะออกเมนูใหม่แต่ละครั้งจะต้องทดลองตลาดเพื่อให้รู้รสชาติที่ถูกปากคนรุ่นใหม่ ควบคู่กับทำการตลาดตามจุดขาย และจัดโปรโมชั่นนำสินค้าราคาพิเศษ มาจัดโรดโชว์และทำกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับร้านค้าและตัวแทนจำหน่าย เริ่มตั้งแต่โมเดิร์นเทรด ร้านค้าส่งและยี่ปั๊ว เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเข้าถึงแบรนด์มากขึ้น

ด้านตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทส่งออกไปจำหน่ายในรูปแบบการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ร้านค้าส่งในแถบซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา เวียดนาม ลาว เมียนมา รวมถึงจีน ญี่ปุ่น และขณะนี้มีลูกค้าบางกลุ่มต้องการนำแบรนด์ซูเปอร์ซีเชฟไปทำตลาดเอง ซึ่งหากกลุ่มผู้ประกอบการมีศักยภาพ บริษัทก็จะให้สิทธิ์นำแบรนด์ไปทำตลาดเอง

สำหรับภาพรวมของซูเปอร์ซีเชฟ ปี 2561 ที่ผ่านมา เติบโต 2-3% หรือมีรายได้ประมาณ 1,100 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากผลิตภัณฑ์ปลาซาร์ดีน-แมคเคอเรล 90% และทูน่าและอาหารพร้อมทาน 10% เนื่องจากปลากระป๋องของบริษัทมีราคาเริ่มต้น 18 บาท เป็นระดับราคามาตรฐานของตลาด และมีวางจำหน่ายทุกช่องทาง ตั้งแต่โมเดิร์นเทรด ร้านค้าส่ง ยี่ปั๊วต่าง ๆ ทำให้

ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย และไตรมาสแรกของปีถือว่าเติบโตขึ้น จากความได้เปรียบทางวัตถุดิบ ตรงข้ามกับหลายแบรนด์ที่ประสบปัญหาเรื่องวัตุดิบไม่เพียงพอ เนื่องจากปลาซาร์ดีนแท้หายากขึ้น ผู้ผลิตหลายรายต้องเปลี่ยนไปใช้ปลาแมคเคอเรลแทน จนเกิดช่องว่างในตลาด ทำให้บริษัทสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจากเดิมอันดับ 4 ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ในตลาดปลากระป๋อง

โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าสร้างรายได้โต 5% และหวังคว้าอันดับ 1 ในตลาดปลากระป๋อง ภายในระยะเวลา 3 ปี จากปัจจุบันที่สามารถขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 2 แล้ว ด้วยส่วนแบ่งตลาด 22%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...