โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มจ๊ากเข้ารพ. ขอหมอเอาห่วงรัดจู๋ออก! แพทย์เตือนระวัง-ทิ้งไว้นานต้องตัดทิ้ง

Khaosod

อัพเดต 27 พ.ย. 2561 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2561 เวลา 11.00 น.

หนุ่มจ๊ากเข้ารพ. ขอหมอเอาห่วงรัดจู๋ออก! แพทย์เตือนระวัง-ทิ้งไว้นานต้องตัดทิ้ง

จากกรณีที่อาสากู้ภัยได้ช่วยเหลือชายหนุ่มที่มีอาการฉุกเฉินจากแหวนติดอยู่ที่บริเวณ อวัยวะเพศ โดยนำส่งห้องฉุกเฉิน รพ.จุฬาลงกรณ์ โดยต้องให้แพทย์ทำการช่วยเหลือนำแหวนที่ติดคาและบีบรัดอวัยวะเพศออกโดยด่วน ซึ่งล่าสุดชายคนดังกล่าวออกมาได้อย่างปลอดภัย

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์เพศชาย โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า กรณีนี้น่าจะเกิดจากการรัดจนอวัยวะเพศขาดเลือด ซึ่งปัญหาลักษณะนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่พบเห็นอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากอันตรายจากการจำหน่ายห่วงรัดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศยังคงมีอยู่ในสังคมออนไลน์ ซึ่งมีการขายเกลื่อนจำนวนมาก ตรงนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะต้องเข้าใจว่า เพศชายก็เหมือนเพศหญิงตรงที่มีความต้องการ เพื่อเสริมความมั่นใจตัวเอง อย่างอวัยวะเพศชาย ในผู้ชายหลายคนก็จะรู้สึกถึงความไม่มั่นใจในอวัยวะเพศของตัวเอง เข้าใจว่าขนาดเล็ก อยากเพิ่มขนาด แต่ด้วยบริบทของสังคมไทย ทำให้ไม่รู้จะไปปรึกษาแพทย์ด้านไหน หรือปรึกษาที่ไหน มีความอายด้วย

นพ.สืบพงษ์ กล่าวอีกว่า จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย หลายคนกังวลไม่กล้าไปปรึกษาแพทย์ ที่โรงพยาบาล ยิ่งโรงพยาบาลรัฐก็จะกลัวว่า คนจะมองว่ามีปัญหา แต่จริงๆ ไม่ใช่ สิ่งเหล่านี้รักษาได้ อย่างแพทย์ที่ดูแลเรื่องนี้ก็จะเป็นกลุ่มแพทย์ศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ และระบบสืบพันธุ์เพศชาย ซึ่งมีทุกรพ.รัฐ ทั้งประเทศมีอยู่ 500 คน แต่คนไข้อาจไม่ทราบ ซึ่งหากมีปัญหาของแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ดีที่สุด

“การซื้อห่วงรัดอวัยวะเพศมาใช้เอง ย่อมมีความเสี่ยง ยิ่งที่ขายเป็นห่วงสแตนเลสยิ่งอันตราย เพราะหากใส่ห่วงแล้ว มีกินยาเพิ่ม เกิดภาวะแข็งตัวไม่ล้ม ก็จะยิ่งบีดรัดอวัยวะเพศจนรู้สึกเจ็บปวดมาก เอาออกไม่ได้ เพราะบางคนควบคุมการแข็งตัวไม่ได้ ตรงนี้ผิดปกติ ถือเป็นโรคในกลุ่มภาวะฉุกเฉินทางเดินปัสสาวะ หากปล่อยเกิน 24 ชั่วโมง คนไข้มีความเสี่ยงขาดเลือด และในอนาคตจะมีเสื่อมเสริมสมรรถทางเพศได้เลย ซ้ำร้ายบางรายทิ้งไว้นานเกินก็อาจถึงขั้นต้องตัดอวัยวะเพศก็เป็นได้ ดังนั้น ไม่ควรทำเองดีที่สุด อย่าเสี่ยง และอย่าอาย ขอให้ปรึกษาแพทย์ดีกว่า” นพ.สืบพงษ์ กล่าว

นพ.สืบพงษ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วห่วงรัดอวัยวะเพศชาย ถือเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้ควบคู่กับกระบอกสุญญากาศ เพียงแต่ในไทยไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) แต่ในต่างประเทศมีการนำมารักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือนกเขาไม่ขัน โดยจะใช้กระบอกสุญญากาศในการปั๊มช่วยให้องคชาติแข็งตัว และใช้ห่วงรัดเพื่อให้คงการแข็งตัว เป็นการกายภาพแบบหนึ่งเพื่อช่วยเรื่องอวัยวะเพศชายไม่แข็งตัว แต่ที่นำมาขายกันในโซเชียลมีเดียเป็นเพียงห่วงรัดอย่างเดียว ซึ่งถือว่าอันตราย เพราะหากรัดแรงไปก็จะทำให้ห้อเลือดและเกิดแผลที่อวัยวะเพศชายได้

“ในต่างประเทศก็จะมีการปรึกษาและมีวิธีในการรักษาคนไข้ เดิมเคยใช้ห่วงรัดคู่กับกระบอกสุญญากาศ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีก็มีมากขึ้น การรักษาก็แล้วแต่กลุ่มอาการ จึงอยากให้ผู้ชายทั้งหลายที่มีปัญหาอย่ากลัว หรืออย่าอายที่จะพบแพทย์ เพราะการไปซื้อห่วงรัดในโซเชียลฯ เราไม่รู้มาตรฐานและเสี่ยงอันตรายมาก” ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์เพศชาย กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...