โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก SSF กองทุนรวมเพื่อการออมน้องใหม่ และ Update เกณฑ์ภาษีใหม่ของ RMF!!

SET ตลาดหลักทรัพย์ฯ

เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2562 เวลา 17.00 น. • SET Education

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 การประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการออมระยะยาว ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ประกอบด้วย การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการซื้อกองทุนรวมเพื่อการออม (Super Savings Fund : SSF) และการปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund :  RMF) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมระยะยาวมากขึ้น ซึ่งการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะมุ่งเน้นให้กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงน้อยและผู้ที่เริ่มต้นวัยทำงานได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการจูงใจให้ประชาชนกุ่มดังกล่าวเริ่มต้นการออมระยะยาวโดยเร็ว 

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมต่อได้ที่ : https://www.mof.go.th/th/detail/1543205599/2019-12-03-15-45-11

กองทุน SSF หรือ Super Saving Fund คือ กองทุนเพื่อการออมที่ให้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีที่ออกมาใหม่ เพื่อทดแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF ที่กำลังจะสิ้นสุดในปี 2562 นี้  โดยกองทุน SSF มีข้อกำหนดและหลักเกณฑ์สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างจากกองทุน LTF ดังนี้

1. กองทุน SSF สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ได้ทุกประเภท

2. กองทุน SSF ให้บุคคลธรรมดาสามารถหักลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับเงินที่จ่ายป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท โดยเมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่นๆ (กองทุน RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ หรือเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญ) แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท ในแต่ละปีภาษี

3. ผู้ซื้อกองทุน SSF สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ก็ต่อเมื่อถือครองมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถซื้อหน่วยลงทุนใน SSF และนำค่าซื้อมาหักลดหย่อนภาษีได้เป็นระยะเวลา 5 ปี (ปี 2563-2567) โดยหลังจากนั้นกระทรวงการคลังจะพิจารณาอีกที

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมต่อได้ที่ : https://www.mof.go.th/th/detail/1543205599/2019-12-03-15-45-11

Update หลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการซื้อกองทุน RMF ดังนี้

 

1. ปรับสัดส่วนการหักลดหย่อนภาษีสำหรับเงินที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน RMF จากเดิมไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน เป็นไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้พึงประเมิน โดยยังคงกำหนดวงเงินหักลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่นๆ (กองทุน SSF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ หรือเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญ) เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนออมได้มากขึ้น

 

2. ยกเลิกการกำหนดจำนวนขั้นต่ำในการซื้อกองทุน RMF จากเดิมกำหนดให้ซื้อไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ของเงินได้พึงประเมิน หรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อปี แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า เพื่อให้ผู้ที่มีรายได้ปานกลางถึงน้อยสามารถซื้อกองทุน RMF ได้ โดยยังคงกำหนดให้ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี และไม่ระงับการซื้อเกิน 1 ปี ติดต่อกันเช่นเดิม

 

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมต่อได้ที่ : https://www.mof.go.th/th/detail/1543205599/2019-12-03-15-45-11

เอาล่ะ… รู้เงื่อนไขทั้ง 3 กองทุนเพื่อการออมและลดหย่อนภาษีกันไปแล้ว
ใครชอบแบบไหน ถูกจริตกับกองทุนแบบใด ก็เลือกซื้อ เลือกใช้สิทธิกันตามอัธยาศัย เพราะไม่ว่าจะลงทุนในกองไหนๆ ก็ดีทั้งนั้น ช่วยให้เรามีเงินออมก้อนโตเก็บไว้ใช้ยามเกษียณ ^^

 

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมต่อได้ที่ : https://www.mof.go.th/th/detail/1543205599/2019-12-03-15-45-11

 

“ลงทุนเรื่องใหญ่ แต่ไม่ใช่เรื่องยาก”

ติดตามความรู้การลงทุนได้ที่ "ห้องเรียนนักลงทุน"www.set.or.th/education

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...