เปิดตัวแล้ว !! OPPO Reno 3 และ Reno 3 Pro กล้องสุดโหด สเปกแรง พร้อมรองรับ 5G
เปิดตัวแล้วที่ประเทศจีนแบบสดๆ ร้อนๆ สำหรับ OPPO Reno3 และ Reno3 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจากทาง OPPO พร้อมสเปกจัดเต็ม และตัวเครื่องเบาขึ้น กล้องหลัง 4 เลนส์ รองรับ 5G
ทั้งคู่ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ช่วยให้การตัดต่อและถ่ายวิดีโอทำได้ง่ายขึ้น แถมยังจบในเครื่องเดียว
เริ่มจาก
OPPO Reno3 กันก่อน ที่มาพร้อมหน้าจอแบบ Waterdrop Notch โดยดีไซน์ด้านหน้าจะคล้ายๆ กับ OPPO Reno Ace กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล และกล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียด 64 ล้านพิกเซลตัวเครื่องนี้มาพร้อมกับชิปเซ็ตล่าสุดจาก MediaTek รองรับ 5G แล้ว ระบบปฏิบัติการ ColorOS เวอร์ชั่น 7 บนพื้นฐาน Android 10 ตั้งแต่เปิดกล่อง
สเปกตัวเครื่อง OPPO Reno3
- หน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (1080x2400 พิกเซล) อัตราส่วนจอแบบ 20:9
- หน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 1000L Octa-core ความเร็วยังไม่ระบุ
- RAM 8 GB และ 12 GB
- ROM 128 GB
- ระบบปฏิบัติการ ColorOS 7 บนพื้นฐาน Android 10
- กล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล
- กล้องหน้า 1 เลนส์ ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi, NFC และ Smart 5G.
- แบตเตอรี่ 4,025 mAh พร้อมรองรับ VOOC Flash Charge 4.0 ชาร์จเร็ว 30W
มาถึงรุ่นท็อปสุดที่เปิดตัวในรอบนี้คือ OPPO Reno3 Pro
ดีไซน์จอแบบ Punch Hole หน้าจอแบบขอบโค้งที่ถือว่าเป็นดีไซน์ใหม่จากทาง OPPO ที่เราได้เห็นในรุ่นนี้เป็นรุ่นแรก หน้าจอขนาด 6.5 นิ้วที่มีอัตราส่วนการแสดงผลของจอถึง 92.1 เลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับดีไซน์เบาบาง ตัวเครื่องสีสันสดใส
สเปกตัวเครื่อง OPPO Reno3 Pro
ตัวเครื่องบาง 7.7 มิลลิเมตร
น้ำหนัก : 171 กรัม
หน้าจอแบบ Punch Hole ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (1080x2400 พิกเซล) อัตราส่วนจอแบบ 20:9 อัตรารีเฟรชเรทที่ 90Hz รองรับ HDR10+
หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 765G Octa-core ความเร็ว 2.4 GHz
RAM : 12 GB
ROM : 256 GB
ระบบปฏิบัติการ ColorOS 7 บนพื้นฐาน Android 10
กล้องหลัง 4 เลนส์
เลนส์หลัก Sony IMX586 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล
- เลนส์ Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล
- เลนส์ Ultra-wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- เลนส์ Black&white ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
กล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล
แบตเตอรี่ ความจุไม่ระบุ
สำหรับ OPPO Reno3 Pro ก็จะมีรุ่นพิเศษ Classic Blue ที่ตัวเครื่อง กล่อง รวมถึงอุปกรณ์ทุกอย่าง จะมาพร้อมกับสีขาวและสีน้ำเงินเท่านั้น เป็นรุ่นที่สวยงามมากเลยทีเดียว
ราคา
รุ่น RAM 8 GB+ROM 128 GB ราคา 3,399 หยวน (ประมาณ 14,700 บาท)
- รุ่น RAM 12 GB+ROM 128 GB ราคา 3,699 หยวน (ประมาณ 15,900 บาท)
รุ่น RAM 8 GB+ROM 256 GB ราคา 3,999 หยวน (ประมาณ 17,200 บาท)
- รุ่น RAM 12 GB+ROM 256 GB ราคา 4,499 หยวน (ประมาณ 19,350 บาท)
ถือว่าน่าสนใจมากสำหรับทั้งสองรุ่นนี้ โดยจะเข้าไทยเมื่อไหร่นั้นเราก็ต้องมาลุ้นกัน คาดว่าช่วงต้นปีหน้าเราก็คงจะได้ยลโฉมในไทยกันแล้ว อดใจรอกันอีกนิดนึง