โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แบบฉบับอันดีงามของข้าราชการในประวัติศาสตร์ไทย ภารกิจพิเศษของพระยามนตรีสุริยวงศ์

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 ก.ย 2566 เวลา 12.43 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2566 เวลา 17.07 น.
พระยามนตรีสุริยวงศ์ และคณะราชทูตสยามชุดไปอังกฤษแต่ปรากฏตัวในกรุงปารีส พ.ศ. 2400 ปฏิบัติภารกิจพิเศษนอกหน้าที่ช่วยเหลือราชการแผ่นดินโดยที่มิได้รับมอบหมายในฐานะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่อ่านนโยบายของพระเจ้าอยู่หัวออก (ภาพประกอบข่าวจากหนังสือพิมพ์ L’ Illustration กรุงปารีส 20 March 1858)

ภารกิจพิเศษของ “พระยามนตรีสุริยวงศ์” อาจนับได้ว่าเป็นแบบฉบับอันดีงามของ “ข้าราชการ” ในประวัติศาสตร์ไทย

หนังสือชื่อ“นิราศลอนดอน” และจดหมายเหตุของหม่อมราโชทัย (กรมศิลปากร, คลังวิทยา, 2508.) รายงานเรื่องคณะทูตชุดแรกของรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2400) ที่นำโดย พระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม บุนนาค) ไปเข้าเฝ้าถวายพระราชสาส์นของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แก่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว คณะทูตชุดดังกล่าวใช้เส้นทางบกผ่านไปทางประเทศฝรั่งเศส (แทนที่จะนั่งเรือตรงกลับจากอังกฤษตามทะเลเหมือนขามา) ในเชิงอรรถของหนังสือเล่มนี้ชี้แจงว่า

“การที่ราชทูตกลับทางฝรั่งเศสนั้น ปรากฏในจดหมายเหตุของรัฐบาลอังกฤษว่า แต่เดิมรัฐบาลจะจัดให้กลับมาเรือจากเมืองอังกฤษเหมือนเมื่อขาไป ราชทูตว่า เมื่อขาไปถูกคลื่นใหญ่ที่อ่าวบิศเคลำบากเต็มที ขากลับเป็นฤดูหนาว เขาว่าคลื่นใหญ่ยิ่งกว่าขาไป ขอกลับทางประเทศฝรั่งเศส รัฐบาลจึงจัดให้มาทางนั้น”

การเดินทางผ่านทางฝรั่งเศสทำให้ต้องเสียเวลา และล่าช้าออกไปอีก 2 สัปดาห์ ในช่วงนี้กลับมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น กล่าวคือ คณะทูตได้เข้าเฝ้าจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 แห่งฝรั่งเศสเป็นกรณีพิเศษด้วย ทั้งๆ ที่มิได้แจ้งจุดมุ่งหมายมาก่อนอย่างเป็นทางการ

ภารกิจดังกล่าวทำให้เกิดความยอกย้อนทางประวัติศาสตร์ ทั้งนี้เพราะอีก 3 ปีต่อมา คณะทูตชุดที่ 2 นำโดย พระยาศรีพิพัฒน์ (แพ บุนนาค) ต่างหากที่เป็นคณะทูตชุดทางการของรัชกาลที่ 4 ไปฝรั่งเศส (พ.ศ. 2404) เหตุผลที่แท้จริงของการไปฝรั่งเศสอย่างกะทันหันของคณะทูตชุดแรก จึงเป็นที่เคลือบแคลงของสื่อมวลชนในปารีสไม่น้อย ถึงขนาดตีพิมพ์เป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ระดับชาติ

เราไม่สามารถใช้พงศาวดารไทยค้นหาคำตอบในปริศนานี้ได้ทันทีทันใด เนื่องจากมันมิใช่จุดประสงค์หลักของการไปคราวนั้น จึงไม่น่าจะเป็นพระราชบัญชาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยตรง ภารกิจพิเศษนี้จึงล่อแหลมและเสี่ยงต่อคำครหา จนถึงการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด เพราะเป็นการปฏิบัติหน้าที่เกินขอบเขตที่ได้รับมอบหมายไป ในทางปฏิบัติถือเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

แต่ในทางทฤษฎี มันเป็นการสนองพระบรมราชวิเทโศบายในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่ง ม.ล. มานิช ชุมสาย เคยอธิบายว่า “รัชกาลที่ 4 ทรงตระหนักว่า มหาอำนาจทางยุโรปนั้น แข็งกร้าวเกินกว่าที่สยามจะต้านทานไหว พระองค์จึงทรงมีนโยบายผูกสัมพันธไมตรีกับทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสพร้อมๆ กันเพื่อรักษาดุลยภาพ เผื่อว่าฝ่ายหนึ่งปฏิเสธความหวังดีของพระองค์ อีกฝ่ายหนึ่งก็อาจจะเป็นที่พึ่งแทนได้” (History of Anglo-Thai Relations, Chalermnit , 2000.)

1 ปีก่อนหน้านั้น (พ.ศ. 2399) สยามได้ร้องขอที่จะส่งคณะทูตไปฝรั่งเศส แต่ไม่ได้รับคำตอบ ที่จริงเพราะฝรั่งเศสติดพันอยู่ในสงครามไครเมีย การที่คณะทูตชุดแรกบังเอิญอยู่ในยุโรป ย่อมเป็นหนทางที่จะสอบความในใจจากผู้นำรัฐบาลฝรั่งเศสได้ จึงสันนิษฐานว่า พระยามนตรีสุริยวงศ์ตั้งใจแวะกรุงปารีสเพื่อสืบหาความจริงด้วยตนเอง ทั้งๆ ที่มิได้รับมอบหมายให้ทำเช่นนั้นเลย หนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสฉบับหนึ่งชื่อ L’ Illustration ลงวันที่ 20 March 1858 ลงข่าวการมาครั้งนี้บรรยายว่า น่าจะมีนัยยะทางการเมืองแฝงอยู่ด้วย

และด้วยความช่วยเหลือจากนายเฟาล์ (Mr. Edward Fowle-ต่อมาได้บรรดาศักดิ์เป็นหลวงสยามานุเคราะห์) ข้าหลวงอังกฤษผู้ติดตามคณะทูต ได้ใช้อิทธิพลทางกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษในลอนดอนเป็นใบเบิกทาง หรือ “เส้นสาย” ในการติดต่อให้คณะทูตได้เข้าเฝ้าเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งแทบจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อในการเยี่ยมเยือนแบบลำลองเช่นนั้น การหลีกเลี่ยงสภาพอากาศแปรปรวน แต่กลับได้มาซึ่งอภิสิทธิ์พิเศษสำหรับการเข้าเฝ้าจักรพรรดิฝรั่งเศส และบรรลุเป้าหมายทางการเมือง จึงมิใช่ความบังเอิญแต่อย่างใด

ภารกิจพิเศษของพระยามนตรีสุริยวงศ์ เสมือนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างชาญฉลาด และอ่านนโยบายของผู้นำประเทศออก สมศักดิ์ศรีราชทูตที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย ให้เป็นผู้แทนพระองค์ของพระเจ้าแผ่นดิน

การไปฝรั่งเศสโดยมิได้เตรียมการมาก่อนเป็นการประหยัดเวลา งบประมาณ และรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างใหญ่หลวงในระยะยาว โดยปราศจากการเกี่ยงงอนหรือบ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบต่อนโยบายของแผ่นดินในฐานะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่เห็นแก่ชาติบ้านเมืองเป็นหลัก จึงสามารถกระทำการต่างพระเนตรพระกรรณได้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง

และด้วยปฏิภาณ ไหวพริบ อันสุขุมรอบคอบ วีรกรรมเช่นนี้เป็นประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำและมิใช่เรื่องล้าสมัย สมควรที่ข้าราชการสมัยใหม่จะยึดถือเป็นแบบแผนในการปฏิบัติได้ พระยามนตรีสุริยวงศ์-ท่านคิดได้ยังไง?

จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาประชาสัมพันธ์ ยกย่องบุคคลตัวอย่างในหน้าประวัติศาสตร์ไทยต่อสังคมครับ

ขอแสดงความนับถือ

ไกรฤกษ์ นานา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : เนื้อหานี้คัดเนื้อความจากจดหมายที่เผยแพร่ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับมีนาคม 2550 [จัดย่อหน้าใหม่และเน้นคำใหม่โดยกองบรรณาธิการ]

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 มีนาคม 2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...