ไผ่ชำถุง ทำง่าย รายได้งาม
ปัจจุบันเกษตรกรให้ความสนใจอาชีพปลูกไผ่เลี้ยงหวานกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นไผ่ที่สามารถบังคับให้ออกหน่อได้ในช่วงที่ต้องการ จึงทำให้ต้นพันธุ์ไผ่เลี้ยงขายดิบขายดี เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาด ด้วยมีความต้องการพันธุ์ไผ่มากคุณบัวผัน กันรา หมอดินอาสาวัย 44 ปี เจ้าของสวนไผ่เลี้ยงหวาน แห่งตำบลโนนสำราญ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จึงได้หันมาทำไผ่ชำถุงขายเป็นการเสริมรายได้นอกเหนือไปจากการปลูกไผ่ ผลคือ ได้รับการตอบรับอย่างดี และ มีรายได้เข้ามาไม่ขายสายจากการขายไผ่ชำถุง ซึ่งคุณบัวผันได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการปลูกไผ่เลี้ยงหวานและการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกกอหรือการชำเหง้า โดยใช้เทคนิคการปลูกไผ่เลี้ยงแบบอินทรีย์ ประหยัดต้นทุน และเพิ่มปริมาณผลผลิตไว้ดังนี้
การเลือกเหง้าไผ่และการขุดแยก :
- คัดเลือกลำต้นไผ่ที่จะนำมาชำ โดยเลือกลำต้นที่อายุประมาณ 1-2 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปี เนื่องจากตาของเหง้าที่มีอายุมากกว่านี้มักอ่อนแอไม่แข็งแรง
- ขุดรอบโคน เหมือนการขุดไม้ขุดล้อม โดยทำการขุดเหง้าออกจากกอแม่เดิมโดยระวังอย่าให้ตาที่เหง้าเสียหายได้ เพราะตานี้จะแตกเป็นหน่อใหม่ต่อไป วิธีนี้ให้หน่อที่แข็งแรงและได้หน่อเร็วกว่าการขยายพันธุ์โดยการใช้กิ่งแขนงหรือลำ ทั้งยังเป็นวิธีการที่ทำให้ได้ต้นตรงตามสายพันธุ์เดิมมากที่สุด
- ตัดตอสูงประมาณ 40 เซนติเมตร (เหนือปล้องที่สองพอประมาณ)
การเตรียมวัสดุเพาะ-การชำเหง้าไผ่ :
- เตรียมแกลบดำ สำหรับเพาะชำ
- เตรียมถุงดำ โดยบรรจุแกลบดำจนเต็มถุง โดยใช้ถุงขนาดใหญ่กว่าเหง้าที่จะนำมาชำ ปกติจะใช้ถุงขนาด 5x11 นิ้ว ขึ้นไป
- นำเหง้าไผ่ที่เตรียมไว้ใส่ลงถุงกลบด้วยแกลบดำให้แน่น ตั้งถุงเรียงไว้กลางแจ้ง รดน้ำให้พอชุ่ม
- การชำไผ่ ต้องกลบดินให้แน่น เพื่อให้โคนไม่โยก
- ฉีดพ่นด้วยน้ำหมักเศษอาหาร เพื่อกระตุ้นการรากให้งอก
++ สูตรนำหมักเศษอาหาร ++
- เศษอาหาร 50 กิโลกรัม
- กากน้ำตาล 20 กิโลกรัม
- สารเร่งพด. 2 จำนวน 1 ซอง
วิธีทำ : หมักไว้ประมาณ 21 วัน ก็สามารถนำไปใช้ได้
การใช้ :อัตรา (ปุ๋ย:น้ำ) 1:300-1:500
- รดน้ำ 1 วันเว้น 3 วัน (ทำให้แห้งแบบสลับกับชุ่ม) เพื่อให้ไผ่แตกรากใหม่และแตกแขนงใหม่
- ประมาณ 15 วัน ไผ่ก็จะเริ่มแตกแขนง ประมาณ 2 เดือน ก็สามารถนำไปปลูกได้
** ช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในการขยายพันธุ์แบบขุดเอาเหง้าของลำต้น คือช่วงหน้าฝน (ก.พ. - พ.ค.)
++ การปลูกไผ่ชำถุง ++
พันธุ์ไผ่ :สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงในการปลูกไผ่ให้ประสบความสำเร็จก็คือสายพันธุ์ พันธุ์ไผ่เลี้ยงที่คุณบัวผันปลูก เป็นไผ่เลี้ยงพันธุ์เบา ซึ่งเป็นพันธุ์ที่สามารถให้หน่อไผ่ในช่วงฤดูฝน และสามารถผลิตให้ออกหน่อได้ตลอด เพราะไผ่เลี้ยงมีลักษณะเด่น คือ ถ้าได้น้ำ ได้ปุ๋ยแล้วจะให้หน่อทันที ถ้าเกษตรกรมีการบำรุงรักษาดี ผลผลิตก็ยิ่งจะเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้น จึงขอแนะนำให้ผู้ที่จะปลูกไผ่เลี้ยงขายหน่อ ควรปลูกพันธุ์เบา
พื้นที่ปลูกไผ่ :สภาพพื้นที่ที่เหมาะสำหรับปลูกไผ่เลี้ยง ควรมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย ถ้าเป็นดินเหนียว ดินโคกลูกรัง การเจริญเติบโต และการให้หน่อจะไม่ดี
การเตรียมดิน :
- ไถตากดิน ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อกำจัดวัชพืช
- ไถปรับสภาพดินให้ร่วนซุย และ ปรับปรุงดินให้เหมาะสมต่อการปลูกไผ่ นั้นคือ ต้องทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรวมด้วยในขณะเตรียมดิน ในอัตรา 1-2 ตัน/ไร่
ระยะปลูก : ระยะระหว่างต้น x ระหว่างแถว 1.5 x 3 เมตร
การปลูก :ปลูกด้วยเหง้าชำถุง (ช่วงหน้าฝน : มี.ค.-ก.ค.) โดยขุดหลุ่มขนาด 50x50x50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณ 1 ถัง คลุกเคล้าเข้ากับดินลงในหลุมปลูก ฉีกถุงดำออกอย่าให้ดินแตก นำลงหลุมกลบดินให้แน่น แล้วรดน้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง (ถ้าฝนไม่ตก)
การดูแลรักษา :
- ถ้าไม่มีฝนตกควรรดน้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
- กำจัดวัชพืชทำความสะอาดแปลงอย่าปล่อยให้หญ้าคลุม และใส่ปุ๋ยคอกตามด้วยราดด้วยน้ำหมักชีวภาพ ปีละ 2-3 ครั้ง
- เมื่อไผ่ปลูกได้ 7 เดือน ควรตัดแต่งกิ่งและลำต้นที่เล็กออกให้เหลือไว้แต่ต้นที่สมบูรณ์ พรวนดินรอบกอ ให้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก กอละประมาณ 5-10 กิโลกรัม คลุมโคนด้วยเศษหญ้า ใบไม้แห้ง หรือฟางข้าว เพื่อเก็บรักษาความชื้นในดิน (โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง) และรดน้ำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อเร่งการเจริญเติบโต
- เมื่อไผ่มีอายุได้ 8 เดือนขึ้นไป จะให้หน่อและเพิ่มจำนวนต้นในแต่ละกอ เพื่อจะได้ปริมาณจำนวนต้นไว้ผลิตหน่อในฤดูต่อไป เหลือไว้กอละ 5-6 ต้น
ท่านใดสนใจหรืออยากได้ต้นพันธุ์ไผ่เลี้ยงหวาน ติดต่อสอบถามคุณบัวผันเพิ่มเติมได้ที่ หมู่ที่ 10 ตำบลโนนสำราญ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โทรศัพท์ 08-1876-5103