โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สินเชื่อทะเบียนรถ แบบไหน? ได้มาก...จ่ายน้อย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

อัพเดต 16 ก.ค. 2564 เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2564 เวลา 09.22 น.

​​อยากได้เงินด่วนในอัตราดอกเบี้ยและค่างวดที่ไม่ซ้ำเติมภาวะกระเป๋าแบน เนื่องจากงานน้อยเงินลด สามารถทำได้ถ้ามีรถในครอบครอง แต่เลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับตนเอง ต้องทำความเข้าใจเงื่อนไขสิ​นเชื่อสำหรับคนมีรถกันก่อน
สำหรับผู้ที่มีรถปลอดภาระหรือเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถ สามารถนำเล่มทะเบียนรถมาเป็นหลักประกันการกู้ยืมได้ โดยมีให้เลือกทั้งแบบโอนเล่มทะเบียน และจำนำทะเบียนหรือไม่โอนเล่ม ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ มีข้อเด่น-ข้อด้อยแตกต่างกัน กล่าวคือ​

ผู้ที่เป็นเจ้าของรถถือได้ว่ามีตัวช่วยที่ดีในยามที่ต้องการใช้เงินด่วนและต้องการได้วงเงินกู้ที่สูงพอสมควร แต่จะเลือกกู้แบบไหน ขอให้ประเมินตนเองว่าต้องการใช้สินเชื่อในลักษณะใด ดังนี้ 

 ตั้งใจปิดบัญชีเร็ว: ถ้าคิดว่ากู้ไม่นานและคงมีเงินมาโปะหนี้ได้เรื่อย ๆ อาจพิจารณาเลือกแบบไม่โอนเล่ม จากข้อเด่น >>> ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ไปมา และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้ ซึ่งถ้ายิ่งโปะบ่อยปิดเร็ว ภาระดอกเบี้ยจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

 คงผ่อนไปเรื่อย ๆ ตามสัญญา: กรณีนี้อาจเลือกได้ทั้ง 2 แบบ โดยเปรียบเทียบความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง >>> ข้อเสนอด้านวงเงินและอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจากการโอนเล่มและไม่โอนเล่ม ซึ่งสามารถสอบถามภาระค่าใช้จ่ายรวมตลอดสัญญาจากธนาคารหรือบริษัทที่ให้กู้ยืม 

Tips: โครงสร้างอัตราดอกเบี้ยคงที่ของการกู้แบบโอนเล่ม โดยทั่วไปถูกกำหนดให้ผู้กู้มีภาระรวมไม่สูงกว่าแบบไม่โอนเล่ม (แต่การโอนเล่มมีโอกาสได้วงเงินกู้สูงกว่า) ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงที่ต่ำกว่าจากกรรมสิทธิ์ในเล่มทะเบียนที่เป็นของผู้ให้กู้ โดยอัตราดอกเบี้ยคงที่ซึ่งถูกกำหนดในสัญญาได้คำนึงถึงภาระรวมจาก >> การแปลงเป็นดอกเบี้ยลดต้นลดดอก + ภาษี Vat 7% ของค่างวด + ค่าชดเชยดอกเบี้ยกรณีปิดบัญชีเร็ว ซึ่งเรียกเก็บได้ในอัตรา 50% ของดอกเบี้ยตลอดสัญญาที่ยังไม่เกิดขึ้น  ซึ่งประเมินแล้วต้องไม่สูงกว่าดอกเบี้ยลดต้นลดดอกของการกู้แบบไม่โอนเล่ม  Tips: อัตราดอกเบี้ยสุทธิของการกู้แบบไม่โอนเล่ม โดยทั่วไปสูงกว่าแบบโอนเล่ม ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงที่สูงกว่าจากปัจจัย 2 ประการ คือ (1) กรรมสิทธิ์ยังไม่ตกเป็นของผู้ให้กู้ โดยผู้ให้กู้อาจต้องส่งฟ้องหากผู้กู้ผิดสัญญา และ (2) ความเสี่ยงจากการตรึงอัตราดอกเบี้ยตลอดสัญญา โดยหากผู้กู้ปิดบัญชีเร็วกว่าสัญญายังไม่มีค่าชดเชยให้กับผู้ให้กู้
ใช้รถอย่างคุ้มค่า นอกจากหมั่นดูแลรักษาสภาพรถตามการใช้งานแล้ว การนำเล่มทะเบียนรถที่ผ่อนหมดแล้วมาเป็นหลักประกันการกู้เงิน ยังช่วยผู้ที่ต้องการใช้เงินก้อนในยามจำเป็นแต่เงินที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอ ให้ได้เงินกู้ไวในราคายุติธรรมโดยที่ยังสามารถใช้ประโยชน์จากรถยนต์ได้ตามปกติ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีธนาคารและบริษัทที่ไม่ใช่ธนาคารหลายแห่ง ได้ขยายการให้กู้ยืมด้วยเล่มทะเบียนรถไปยังกลุ่มที่ยังผ่อนไม่หมดด้วย ซึ่งรายละเอียดเงื่อนไขอาจมีความเข้มข้นกว่ารถที่ปลอดภาระ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่ช่วยให้ได้เงินไวในราคาที่ไม่สูงเท่าเงินกู้ไม่มีประกันและเงินกู้นอกระบบอื่น ดังนั้น พึงหาข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อให้ได้รับข้อเสนอที่เป็นประโยชน์สูงสุด 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...