โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระยาราชมนตรีบริรักษ์(ภู่)ที่ "แซม ยุรนันท์" ชี้ว่าเป็นบรรพบุรุษ กับสัมพันธ์สกุลชุมสาย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 14 ก.ค. 2564 เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2564 เวลา 07.51 น.
(ซ้าย) พระวิหาร วัดคฤหบดี ได้รับการบูรณะเมื่อปี พ.ศ. 2536 ภาพจาก ศิลปวัฒนธรรม, ตุลาคม 2536 (ขวา) แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี ภาพจาก Facebook/Sam Yuranunt Pamornmontri เมื่อ พ.ค. 2564

สายตระกูลอันเก่าแก่ของขุนนางไทยในอดีตหลายสกุลยังคงสืบสายมาจนถึงปัจจุบัน ข้อมูลเกี่ยวกับสายตระกูลนี้อาจไม่ค่อยได้เผยแพร่วงกว้างมากนัก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม บางสกุลก็มีข้อมูลปรากฏให้สืบสาวร้อยเรียงประวัติศาสตร์เป็นภาพเชื่อมกันอย่างต่อเนื่อง กรณีที่น่าสนใจอีกสายคือตระกูล “ภมรมนตรี” ซึ่งในยุคปัจจุบันปรากฏบุคคลผู้มีชื่อเสียงบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับบรรพบุรุษตระกูลนี้

บุคคลผู้มีชื่อเสียงซึ่งออกมาบอกเล่าเกี่ยวกับตระกูล “ภมรมนตรี” ก็คือ แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี อดีตนักแสดงชื่อดังที่เคยผันตัวมาอยู่ในแวดวงการเมือง แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี เพิ่งโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพจ Sam Yuranunt Pamornmontri บอกเล่าเกี่ยวกับที่มาของนามสกุลและบรรพบุรุษต้นตระกูล ข้อความส่วนหนึ่งมีว่า

“…คุณปู่ของผมชื่อว่าแย้มครับ เป็นบุตรของพระยามณเฑียรบาล(บัว)ในรัชกาลที่สี่ เป็นหลานปู่ของพระยาราชมนตรี(ภู่)ในรัชกาลที่สาม เป็นหลานทวดของพระยาสรราช ซึ่งเป็นบุตรของพระยาธิเบศร์บดี เสนาบดีในแผ่นดินพระเจ้าเอกทัต(กรุงศรีอยุธยา) สืบแค่นี้ก่อนละกันนะครับเดี๋ยวอาจจะยาวไปถึงกรุงสุโขทัย…”

“พระยาราชมนตรี(ภู่)” ที่ปรากฏในข้อความข้างต้น เมื่อสืบย้อนกลับไปพบข้อมูลว่า มี “พระยาราชมนตรีบริรักษ์(ภู่)” ในสมัยรัชกาลที่ 3 ท่านหนึ่ง

“พระยาราชมนตรีบริรักษ์(ภู่)” ถวายตัวทำราชการในสมัยรัชกาลที่ 3 ขณะที่ยังทรงพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ในรัชกาลที่ 2 เล่ากันว่า บ้านเดิมของท่านอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ตำบลบางยี่ขันเหนือบ้านปูน ปัจจุบันเป็นบริเวณวัดคฤหบดีทุกวันนี้ (บุหงา, 2536)

“บุหงา” ผู้เขียนบทความ “วัดคฤหบดี สายสัมพันธ์ตระกูล ‘ชุมสาย’-‘ภมรมนตรี'” ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับตุลาคม พ.ศ. 2536 อธิบายว่า พระยาราชมนตรีเป็นที่โปรดปรานในรัชกาลที่ 3 อย่างมาก เมื่อพระองค์ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายภู่ เป็นพระยาราชมนตรี ดังพระราชพงศาวดารตอนทรงตั้งข้าราชการว่า

“ครั้งนั้น ที่มหาเสนาบดีเต็มอยู่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกจางวางภู่ข้าหลวงเดิมมาเป็นพระยาราชมนตรีจางวางมหาดเล็กว่าพระคลังมหาสมบัติด้วย”

เวลาต่อมา พระยาราชมนตรี ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมพระคลังมหาสมบัติ ดูแลด้านภาษีอากร บ่อนเบี้ย โรงหวย สุรา ทั้งราชอาณาจักร

รัชกาลที่ 3 ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบ้านเรือนที่ท่าพระ ทางเหนือท่าพระ (คือท่าช้างวังหลวงในภายหลัง) ให้พระยาราชมนตรี พระยาราชมนตรีจึงยกบ้านเดิมสร้างวัด แล้วน้อมเกล้าฯ ถวายรัชกาลที่ 3 พระองค์ทรงพระราชทานนามว่า “วัดคฤหบดี”

วัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวง อยู่ตรงข้ามท่าเรือเทเวศร์ กินพื้นที่ 14 ไร่ พระอุโบสถเป็นแบบไทยผสมศิลปะจีน ซึ่งเป็นไปตามพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 พระวิหารรูปทรงทางสถาปัตยกรรมแนวทางเดียวกับพระอุโบสถ หอสวดมนต์ที่เป็นเรือนไม้ทรงไทยสันนิษฐานว่าอาจสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 หากพิจารณาจากตราประจำรัชกาลที่ 5 หน้าห้อง

ข้อมูลข้างต้นนี้สอดคล้องกับข้อมูลที่แซม ยุรนันท์ เล่าไว้ในโพสต์ว่า (เน้นคำใหม่โดยกองบรรณาธิการ)

“ครั้นเมื่อล้นเกล้ารัชกาลที่หก ทรงพระราชทานนามสกุลให้แก่คุณปู่ ทรงเห็นว่าพระยาราชมนตรี(ภู่) เป็นผู้ที่ถวายงานให้แก่สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้อย่างซื่อสัตย์ สุจริต จนเป็นที่กล่าวขาน เป็นเสนาบดีพระคลังมหาสมบัติ ที่ทั้งหาเงินและเก็บเงินเข้าพระคลังมากมายมั่งคั่ง..ไม่ตกหล่น!! ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สะสมเงินใส่ถุงแดงอีกจำนวนมากเป็นสมบัติของชาติสืบมา พระยาราชมนตรียังนำทรัพย์สินส่วนตัวคือบ้านและที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี สร้างเป็นวัดถวาย พระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดพระราชทานนามว่า ‘วัดคฤหบดี’

วัดคฤหบดียังมีข้อมูลอีกด้านว่าเกี่ยวข้องกับราชสกุลชุมสาย โดยมีพระเจดีย์บรรจุอัฐิของสมาชิกทั้งสองตระกูล “บุหงา” ผู้เขียนบทความเดียวกันเล่าความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลไว้ว่า

“หม่อมน้อย ธิดาคนหนึ่งของพระยาราชมนตรีได้มาเป็นหม่อมในกรมขุนราชสีหวิกรม พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นต้นสกุลชุมสาย

หม่อมน้อยนี้แต่เดิมเป็นหม่อมในกรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ พระราชโอรสองค์หนึ่งในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อกรมหมื่นมาตยาพิทักษ์สิ้นพระชนม์ลง จึงได้มาเป็นหม่อมในกรมขุนราชสีห์…”

บทความของ “บุหงา” ยกคำบอกเล่าของหม่อมหลวงตุ้ย ชุมสาย ซึ่งได้เล่าเพิ่มเติมไว้ว่า

“…ครั้นต่อมากรมหมื่นมาตยาพิทักษ์สิ้นพระชนม์ลง หม่อมน้อยทั้งสองก็เป็นม่าย หม่อมน้อยคนที่สองเป็นบุตรพระยาราชมนตรี (ภู่) ซึ่งในสมัยนั้นนับเป็นเศรษฐีผู้หนึ่ง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระปัญญาแยบยลในเชิงเศรษฐกิจเป็นอย่างยิ่ง ทรงมีพระราชดำริที่จะไม่ให้ทรัพย์สมบัติของหม่อมน้อยที่สองต้องกระจัดกระจายไป จึงพระราชทานหม่อมน้อยคนที่สองให้เป็นหม่อมในกรมขุนราชสีหวิกรม”

ทั้งนี้ กรมขุนราชสีหวิกรม ทรงมีพระโอรสและพระธิดากับหม่อมน้อยอีก 6 พระองค์ ได้แก่ หม่อมเจ้าระเบียบ หม่อมเจ้าจำเริญ หม่อมเจ้า(หญิง)ประภา หม่อมเจ้าประวิช และหม่อมเจ้าปฤษฎางค์ ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาเป็นพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ในรัชกาลที่ 5

อ้างอิง:

บุหงา. “วัดคฤหบดี สายสัมพันธ์ตระกูล ‘ชุมสาย’-‘ภมรมนตรี'” ใน, ศิลปวัฒนธรรม ตุลาคม 2536.

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 14 กรกฎาคม 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...