โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TTCL คว้างานกาตาร์พันล. ขายสองโรงไฟฟ้ารับรู้Q2

ทันหุ้น

อัพเดต 19 ก.ค. 2564 เวลา 04.24 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2564 เวลา 04.24 น.

ทันหุ้น-TTCL คว้างานผลิตไอน้ำในประเทศกาตาร์ มีมูลค่างาน1,000 ล้านบาท หนุนงานในมือเพิ่มขึ้น และยังคาดหวังมีโอกาสได้อีก2-3 โครงการขนาดใหญ่ในช่วงที่เหลือปีนี้ จึงคาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตตามเป้าหมาย8,000 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส2/64 จะมีการรับรู้รายได้จากการขายเงินลงทุนเข้ามาหนุนทั้งโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่ญี่ปุ่น และโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพในไทย

นายบุณยกฤต เสาวรรณ ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ทีทีซีแอล จำกัด(มหาชน) หรือ TTCL เปิดเผยว่า บริษัทฯได้รับ Letter of Award (LOA) สําหรับงานก่อสร้างผลิตไอน้ำในประเทศกาตาร์ ซึ่งเป็นโครงการของQatar Petrochemical Company หรือQAPCO ซึ่งมีมูลค่าโครงการประมาณ1,000 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ2 ปี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างประมาณเดือนสิงหาคมนี้ โดยโครงการดังกล่าวจะทยอยรับรู้รายได้จนถึงปี2566 ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะรับรู้รายได้ประมาณ 250 ล้านบาท ในปี 2565 จะรับรู้รายได้ประมาณ 500 ล้านบาทและที่เหลืออีก 250 ล้านบาทจะรับรู้ภายในปี 2566

นอกจากนี้ยังมีงานที่บริษัทได้ยื่นประมูล ซึ่งมีโครงการขนาดใหญ่ที่คาดหวังว่าจะได้เพิ่ม และจะประกาศภายในช่วงที่เหลือปีนี้อีกประมาณ2-3 โครงการซึ่งเป็นทั้งโครงการในไทย และต่างประเทศ เป็นโครงการด้านโรงไฟฟ้าและปิโตรเคมี ซึ่งบริษัทมีความชำนาญอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยหนุนให้งานในมือหรือBacklog ของบริษัทเพิ่มขึ้น ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาส1/2564 บริษัทมีงานในมืออยู่ที่ราว6,000 ล้านบาท

รับรู้รายได้ขายเงินลงทุน

นายบุณยกฤต กล่าวอีกว่า ในไตรมาส 2/2564 บริษัทจะมีการรับรู้รายได้จากการขายเงินลงทุนเข้ามา ได้แก่การขายโรงไฟฟ้าโซลาร์ในญี่ปุ่น และการขายโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพในไทย แต่จะทำให้มีกำไรอยู่ในระดับใด ยังไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากจะต้องรอให้ผู้ตรวจสอบบัญชีเข้ามาตรวจสอบก่อน แต่ก็เชื่อว่าผลประกอบการทั้งปี2564 บริษัทจะมีรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่8,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ TTCL ได้มีการขายเงินลงทุนใน Global New Energy Tsuno Company Limited หรือGNE Tsuno ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อม ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด10 เมกะวัตต์ ในจังหวัดมิยาซากิ ประเทศญี่ปุ่น โดยจำหน่ายให้แก่ AC16 Godo Kaish ในมูลค่า 104 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ได้จะนำไปใช้เสริมสภาพคล่องให้กับบริษัท

นอกจากนี้ยังได้ขายเงินลงทุนในบริษัท ไบโอ แนเชอรัล เอ็นเนอร์ยี จำกัด หรือBNE ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่70% โดยขายทั้งหมดให้แก่บริษัท พรวิไล อินเตอร์เนชั่นแนล กรุพ เทรดดิ้ง จำกัด หรือPVL เป็นจำนวนเงินประมาณ17.64 ล้านบาท ซึ่งBNE ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ ขนาด1.2 เมกะวัตต์อยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ดีลเมียนมารอเลือกตั้ง

สำหรับความคืบหน้าโครงการ Ahlone LNG to Power Project หรือ Ahlone เฟส 2 ในประเทศเมียนมานั้น ในด้านการประสานงานกับกระทรวงพลังงานของรัฐบาลเมียนมาร์ ยังมีต่อเนื่อง หลังจากที่บริษัทได้ใบอนุญาตซื้อขายก๊าซLNG แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตการขนส่งก๊าซLNG รวมถึงการอนุญาตเช่าที่ดินเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าAhlone เฟส 2

อย่างไรก็ตามยังมีความไม่แน่นอนในส่วนของสถาบันการเงินที่จะปล่อยกู้ เนื่องจากสถาบันการเงินยังต้องการรอดูสถานการณ์ในประเทศเมียนมาว่าจะมีการประกาศโรดแมพ เกี่ยวกับแผนการให้มีการเลือกตั้งได้เมื่อใด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทมากนัก เพราะบริษัทก็ยังไม่ได้มีการลงทุน แต่บริษัทอาจจะรับรู้รายได้จากงานก่อสร้าง และการขายไฟฟ้าได้ล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้เดิม

ทั้งนี้โครงการ Ahlone เฟส 2 มีมูลค่าโครงการ 20,550 ล้านบาท ซึ่งจะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานก๊าซLNG มีกำลังการผลิตไฟฟ้า388 เมกะวัตต์ ซึ่งรัฐบาลเมียนมาร์ได้ให้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า หรือPPA แล้ว ขณะที่การก่อสร้างจะใช้เวลาประมาณ28 เดือน ซึ่งเงินลงทุนส่วนหนึ่งจะมาจากการกู้สถาบันการเงิน ประมาณ14,000 ล้านบาท ซึ่งได้มีการเจรจาแล้ว ในส่วนเงินที่เหลือมาจากส่วนทุน ซึ่งTTCL จะดึงพันธมิตรเข้ามาร่วมถือหุ้นในโครงการ โดยTTCL จะยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในโครงการ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...