โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมสมเด็จพระเทพฯ รับสั่งถึงกวีของจิตร ภูมิศักดิ์ “ชาวนาจะมีโอกาสไหมที่จะลำเลิกกับใคร”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 เม.ย. 2567 เวลา 10.43 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2567 เวลา 23.06 น.
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเกี่ยวข้าว ณ แปลงสาธิตการเกษตรโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า อ.เมือง จ.นครนายก เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 (ภาพจากห้องสมุดภาพมติชน)

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีผลงานพระราชนิพนธ์แปลจากภาษาจีนจำนวนไม่น้อย ทั้งที่เป็นเรื่องสั้น, บทกวี ฯลฯ หนึ่งในจำนวนนั้นคือพระราชนิพนธ์แปลที่ชื่อ“พูดเรื่องจิตร ภูมิศักดิ์” ที่ทรงอธิบายงานกวีที่ชื่อว่า“เปิบข้าว”ของจิตร ภูมิศักดิ์ ซึ่งคาราวานนำบางส่วนไปใส่ทำนองเป็นบทเพลงโดยใช้ชื่อเดียวกันซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วไป กับทรงแปลร้อยกรองเพื่อชีวิต ที่ชื่อ “สงสารชาวนา” ของหลี่เชิน

ในส่วนผลงานของ จิตร ภูมิศักดิ์ นั้น กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงอธิบายว่า “เมื่อครั้งเป็นนิสิต เคยอ่านทอดพระเนตรผลงานของจิตร ภูมิศักดิ์ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ศึกษาอย่างละเอียดหรือวิเคราะห์อะไร เพียงแต่ ได้ยินคําเล่าลือว่าเขาเป็นคนที่ค้นคว้าวิชาการได้กว้างขวางและลึกซึ้งถี่ถ้วน ในสมัยที่เราเรียนหนังสือกัน ได้มีผู้นําบทกวีของจิตรมาใส่ ทํานองร้องกัน ฟังติดหูมาจนถึงวันนี้

เปิบข้าวทุกคราวคํา จงสูจําเป็นอาจิณ

เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน

ดูจากสรรพนามที่ใช้ว่า กูในบทกวีนี้ แสดงว่าผู้ที่พูดคือ ชาวนา ชวนให้คิดว่าเรื่องจริงๆ นั้นชาวนาจะมีโอกาสไหมที่จะ “ลําเลิก” กับใครๆ ว่าถ้าไม่มีคนที่คอยเหนื่อยยากตรากตรําอย่างพวกเขา คนอื่นๆ จะเอาอะไรกิน อย่าว่าแต่การลําเลิกทางบุญคุณเลย ความช่วยเหลือที่สังคมมีต่อคนกลุ่มนี้ในด้านของปัจจัยในการผลิต การพยุงหรือประกันราคา และการรักษาความยุติธรรมทั้งปวงก็ยังแทบจะเป็นไปไม่ได้

ทําให้ในหลายๆ ประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจ ชาวนาต่างก็ละทิ้งอาชีพเกษตรกรรม ไปอยู่ในภาคอุตสาหกรรม หรือภาคบริการ ซึ่งทําให้ตนมีรายได้สูงกว่าหรือได้ในเร็วกว่า แน่นอนกว่า มีสวัสดิการดีกว่า

……….

แต่ก็ยังมีชาวนาอีกเป็นจํานวนมากที่ไม่มีทางที่จะขยับขยายตัวให้อยู่ในสถานะที่ดีขึ้นได้ อาจแย่ลงเสียด้วยซ้ำ แล้วก็ไม่มี สิทธิที่จะอุทธรณ์ ฎีกา กับใคร ถึงจะมีคนแบบจิตรที่พยายามใช้จินตนาการ สะท้อนความในใจออกมาสะกิดใจคนอื่นบ้าง” [จัดย่อหน้าใหม่ และสั่งเน้นคำ โดยกองบรรณาธิการ]

ส่วนร้อยกรองเพื่อชีวิต ที่ชื่อสงสารชาวนา ของหลี่เชิน กวีสมัยราชวงศ์ถัง เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น อยู่ในชนบท เห็นความเป็นอยู่ของประชาชนที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ที่ตรากตรำทำงานในไร่นา เกิดความสะเทือนใจจึงได้บรรยายความรู้สึกออกเป็นบทกวีกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงแปลเป็นภาษาไทยว่า

“1. หว่านข้าวในฤดูใบไม้ผลิ ข้าวเมล็ดหนึ่ง

จะกลายเป็นหมื่นเมล็ดในฤดูใบไม้ร่วง

รอบข้างไม่มีนาที่ไหนทิ้งว่าง

แต่ชาวนาก็ยังอดตาย

2. ตอนอาทิตย์เที่ยงวัน ชาวนายังดายหญ้าพรวนดิน

เหงื่อหยดบนดินภายใต้ต้นกล้า

ใครจะรู้บ้างว่าในจานใบนั้น

ข้าวแต่ละเม็ดคือความยากแค้นแสนสาหัส”

พระองค์ยังมีพระราชวิจารณ์เปรียบเทียบบทกวีทั้งสองว่า

“เวลานี้สภาพบ้านเมืองก็เปลี่ยนไป ตั้งแต่สมัยหลี่เชินเมื่อพันปีกว่า สมัยจิตร ภูมิศักดิ์ เมื่อ 30กว่าปีที่แล้ว สมัยที่ข้าพเจ้าได้เห็นเอง ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันนัก ฉะนั้น ก่อนที่ทุกคนจะหันไป กินอาหารเม็ดเหมือนนักบินอวกาศ เรื่องของชาวนาก็คงยังจะเป็นแรงสร้างความสะเทือนใจให้แก่กวียุคคอมพิวเตอร์สืบต่อไป [สั่งเน้นคำ โดยผู้เขียน]

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

ข้อมูลจาก :

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. “พูดเรื่องจิตร ภูมิศักดิ์” ใน, เก็จแก้วประกายกวี ที่ระลึกงานเปิดอาคาร มูลนิธิเผยแผ่คุณธรรมเพื่อการสงเคราะห์ จีจินเกาะ 12 มิถุนายน 2538

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 กรกฎาคม 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมสมเด็จพระเทพฯ รับสั่งถึงกวีของจิตร ภูมิศักดิ์ “ชาวนาจะมีโอกาสไหมที่จะลำเลิกกับใคร”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...