โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครูลงโทษเกินกว่าเหตุ ให้หลาบจำ หรือ ระบายอารมณ์

LINE TODAY

เผยแพร่ 10 พ.ย. 2560 เวลา 11.26 น.

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวครูลงโทษนักเรียนรุนแรงเกินกว่าเหตุออกมาเกือบทุกวัน โดยเด็กที่ถูกลงโทษอายุแค่ 5 ขวบ และ 8 ขวบเท่านั้น ที่สำคัญข้อหาที่โดนลงโทษคืออ่านตัวเลขไม่ได้ และชกต่อยกับเพื่อน ซึ่งเด็กคนหนึ่งโดนครูตีด้วยท่อพีวีซีจนช้ำไปทั้งตัว ส่วนอีกคนด้วยไม้เรียวจนเป็นแผลพกช้ำทั้งที่หัวไหล่ หลัง ก้น และน่อง 

ผู้ปกครองของเด็กทั้งสองคนพร้อมใจกันแจ้งความและโพสต์เรื่องราวไปบนโลกออนไลน์โดยมิได้นัดหมาย ทำให้ชาวเน็ตออกมาแสดงความคิดเห็นโดยพร้อมเพรียงถึงการกระทำเกินกว่าเหตุของครูสมัยนี้ เพราะที่ผ่านมามีข่าวครูที่ลงโทษเด็กนักเรียนเกินกว่าเหตุออกมามากมาย ขัดแย้งกับระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการที่ระบุว่าห้ามตีนักเรียนและให้เปลี่ยนมาว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ หรือให้ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแทน

ทั้งนี้ การกระทำของครูที่ลงโทษเด็กจนร่างกายเขียวช้ำเหล่านี้ ถือว่าฝ่าฝืนระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ มีความผิดทั้งทางวินัย ผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพครู และยังเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญาในข้อหาทำร้ายร่างกายและจิตใจผู้อื่นด้วย ซึ่งพฤติกรรมของครูที่ลงโทษหนักมือขนาดนี้สร้างข้อกังขาให้กับสังคมมากมายว่าครูสมัยนี้หนักไปทางระบายอารมณ์มากกว่าการลงโทษเพื่อสอนสั่งให้นักเรียนเป็นคนดี

อย่างไรก็ตาม จากกรณีของครูที่ลงโทษนักเรียนแบบนี้ มักไม่ได้ถูกลงโทษทางกฎหมายอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่นักเรียนที่ได้รับการลงโทษทั้งเจ็บกายและใจ แต่มีผู้ปกครองไม่กี่คนที่รู้ว่าเมื่อเกิดกรณีแบบนี้ผู้ปกครองนักเรียนมีสิทธิ์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากครูและโรงเรียนที่เป็นนายจ้างของครูได้ ที่สำคัญควรมีกรณีตัวอย่างที่ทำให้รู้ว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...