โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดุจริงๆ! แค่มองหน้า 3 หนุ่มโดนแก๊งโจ๋นับ 10 คน ไล่ฟันยับ วิ่งหนีตายเข้าไปแอบในป่า

Khaosod

เผยแพร่ 11 ส.ค. 2560 เวลา 14.53 น.

วันที่ 11 ส.ค. ร.ต.อ.เจริญ เดชพ่วง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง ได้รับแจ้งพบผู้ได้รับบาดเจ็บถูกทำร้ายร่างกาย ภายในป่ากระถิน ริมถนนสายกรอกยายชา-ตากวน ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านยืนมุงกันอยู่ริมถนน จึงเข้าไปตรวจสอบพบนายพงศ์พัฒน์ จูแสน อายุ 27 ปี นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด มีบาดแผลถูกฟันเข้าที่บริเวณลำคอและหลัง เลือดไหลออกมาตลอดเวลา นอกจากนี้ยังพบสนับมือตกอยู่ข้างตัวนายพงศ์พัฒน์ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ยังทราบว่าเพื่อนของผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน ที่ขี่รถ จยย.ซ้อนมาด้วยกัน ก็ได้รับบาดเจ็บด้วย และวิ่งหนีห่างจากจุดที่พบผู้บาดเจ็บไปประมาณ 2 กิโลเมตร ทราบชื่อคือ นายสันติ กำเงิน อายุ 27 ปี และนายวสันต์ จันทร์สาลี อายุ 21 ปี โดยพบว่าทั้ง 2 คน มีบาดแผลที่ศรีษะและตามร่างกายเป็นแผลฉกรรจ์ พลเมืองดีรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนแล้ว เบื้องต้นทั้ง 3 คน พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังคงต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อไปเพื่อดูอาการ

จากการสอบสวนทราบว่า ทั้ง 3 คน ได้ขี่รถ จยย.ซ้อนท้ายกันมาเที่ยวที่หาดสุชาดา ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร จู่ๆ ก็มีวัยรุ่นขี่รถ จยย.ไล่ตามมาหลายคัน รวมกว่า 10 คน เข้ามาปาดหน้าพร้อมบอกว่ามองหน้าหาเรื่อง พวกตนก็งงและไม่เข้าใจว่าไปมองตอนไหน แต่กลุ่มวัยรุ่นไม่สนใจ เดินถือมีด สนับมือ เข้ามารุมทำร้ายทั้งฟัน ตี ต่อย จนต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปคนละทิศคนละทาง จนสุดท้ายต้องหนีไปแอบในป่าหญ้าข้างทาง จึงรอดมาได้ โดยไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น จึงต้องมาทำร้ายกันขนาดนี้ ถือว่าโหดร้ายมาก จึงต้องการให้ตำรวจจับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพราะถือเป็นภัยสังคม

ด้านพ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาค ผกก.สภ.มาบตาพุด กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตำรวจลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้ายแล้ว เพราะถือเป็นการกระทำที่เกินเหตุ และเย้ยกฎหมาย จึงต้องจับตัวมาดำเนินคดีให้ได้

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...