คนเร่ร่อนทำร้ายกันเสียชีวิต ก่อนจุดไฟเผานั่งยาง ตร.คุมตัวทันควันพูดจาไม่รู้เรื่อง
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 28 ก.ย 2568 เวลา 09.56 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2568 เวลา 09.56 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(28 ก.ย. 68) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีชายถูกฆ่าพร้อมจุดไฟเผาแล้วหลบหนี เหตุเกิดใต้สะพานรางรถไฟยกระดับ ถ.หลังศูนย์ราชการ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจึงได้เข้าตรวจสอบ พบมีผู้เสียชีวิตยังไม่ทราบชื่อนามสกุล ถูกไฟเผาจริง สภาพศพนอนหงายเสียชีวิตอยู่บนยางรถยนต์ที่ไหม้จนหมดข้างต้นไม้ ใบหน้ามีบาดแผลถูกของแข็งทุบทั่วใบหน้าและศีรษะ
ต่อมามีพลเมืองดีแจ้งอีกว่า พบชายลักษณะต้องสงสัยเดินอยู่ริมถนนมิตรภาพ ก่อนถึงทางลงอุโมงค์แยกสามเหลี่ยม หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ ชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ออกติดตามชายต้องสงสัยและสามารถควบคุมตัวได้ ทราบชื่อภายหลังคือ นายภาณุวัฒน์ อายุ 35 ปี
เบื้องต้นจากการตรวจค้นตัว พบไฟแช็กในกระเป๋าเสื้อ คราบน้ำมันติดตามเสื้อผ้า และมีดปอกผลไม้ในกระเป๋าสะพาย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง มาจุดเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าตัวไม่สามารถให้การได้ พูดจาไม่รู้เรื่องวกวนจับใจความไม่ได้ ก่อนประสานแพทย์นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ทำการชันสูตรพลิกศพ พร้อมชุดพิสูจน์หลักฐาน 4 และพนักงานสอบสวนทำการตรวจสอบเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิต และรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิดร้านค้าฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ เวลา 13.07น. สามารถบันทึกเหตุการณ์ขณะผู้ก่อเหตุสวมใส่เสื้อแขนยาวสีแดง กางเกงขาสั้น สวมหมวกสานสีส้ม ใช้ของแข็งทุบตีชายเร่ร่อนที่พักอาศัยตรงจุดเกิดเหตุซ้ำหลายครั้ง พร้อมกับมีควันไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนที่ชายก่อเหตุจะเดินออกมาบนถนนแล้วชี้นิ้วด่าผู้ตายก่อนจะเดินวนไปมาแล้วเดินขึ้นถนนมิตรภาพกระทั่งตำรวจติดตามควบคุมตัวเอาไว้ได้ทันควัน
จากการสอบถาม นายพชระ อายุ 30 ปี เล่าว่า ตนเองอยู่ในร้านค้าขายตามปกติ เห็นควันไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า จึงได้ออกไปดูเพื่อจะดับไฟ พร้อมกับบอกน้องซึ่งมีร้านค้าอยู่ใกล้ๆให้มาช่วยกัน แต่เมื่อไปถึงพบศพคนเสียชีวิต สภาพศพแข็งไฟไหม้ไปแล้วครึ่งตัว ที่ใบหน้าและศีรษะมีบาดแผลทั่ว ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ พร้อมทั้งเปิดกล้องวงจรปิดดูก็พบเห็นเหตุการณ์ ขณะที่คนก่อเหตุทุบทำร้ายผู้ตาย ก่อนจะเดินออกมาบนถนนแล้วชี้นิ้วด่าก และเดินหลบหนีไป ซึ่งตอนนั้นตกใจอย่างมากเพราะเจอศพคนตาย ซึ่งเชื่อว่าคนก่อเหตุเมายาอย่างแน่นอน เพราะลักษณะท่าทางบ่งบอก โดยผู้ตายนั้นเท่าที่พบเห็นอาศัยอยู่ตรงนี้มานานแล้ว ส่วนคนก่อเหตุนั้นไม่ทราบว่ามาจากไหน
ขณะที่นายพิชิต อายุ 39 ปี ชาวบ้านที่ช่วยเอาน้ำไปดับไฟ เล่าว่า ตนเองไม่ได้เห็นตอนที่ฆ่ากัน แต่เห็นตอนไฟลุกไหม้แล้ว และเห็นคนเสื้อสีแดงวิ่งออกจากกองไฟไปเอาน้ำอยู่หน้าร้านค้ามารดตัวเอง ก่อนที่จะวิ่งหนีออกไปทางถนนมิตรภาพ แต่ไม่รู้ว่ามีการฆ่ากันและเผาไฟ กระทั่งมีคนวิ่งมาบอกว่ามีการเผาคนจึงวิ่งมาดูและเห็นศพนอนแข็งอยู่ ผู้เสียชีวิตเป็นคนจรจัดพักอาศัยอยู่แถวนี้มานานแล้ว นิสัยเป็นคนดีไม่ไปหาเรื่องใคร ทำงานช่วยชุมชนหลายครั้ง บ้างตัดหญ้าเก็บขยะ แต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงมีเหตุการณ์แบบนี้ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นทะเลาะกับใครและผู้เสียชีวิตก็มานอนพักอาศัยอยู่ตรงนี้เป็นประจำ
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เบื้องต้นเท่าที่สอบถามชาวบ้านให้ข้อมูลว่าผู้ตายพักอาศัยอยู่บริเวณนี้มานานแล้ว ส่วนคนก่อเหตุนั้นอยู่อีกชมชุนอีกฝั่ง เพิ่งจะมาฝั่งนี้ได้ไม่นาน กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น
ด้านพ.ต.อ. ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยภายหลังตรวจที่เกิดเหตุว่า พยานยืนยันว่า ชายใส่เสื้อสีแดงรายที่ถูกควบคุมตัวเอาไว้นั้น เดินออกมาตากจุดที่มีคนถูกทำร้ายและเผาจริง ซึ่งในขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถสอบสวนชายเสื้อแดงได้ สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นผู้ป่วยจิตเวช ที่หลบหนีออกจากบ้านแล้วมาเร่ร่อน มาเจอกับคนตาย อาจจะเขม่นกัน จนเกิดฆ่ากันตาย
ขณะนี้จึงยังไม่สามารถแจ้งข้อหาใดๆกับชายเสื้อแดงได้ เพราะต้องส่งให้แพทย์จิตเวชตรวจและสรุปผลว่า มีสภาพจิตอย่างไรก่อน รวมทั้งจะต้องส่งเสื้อและกางเกงที่เปื้อนคราบน้ำมันไปตรวจให้ทราบผลว่า น้ำมันชนิดเดียวกันกับที่ใช้ราดแล้วเผาคนที่ตายหรือไม่ และต้องรอผลตรวจพิสูจน์จากแพทย์นิติเวชอีกว่า ก่อนที่จะถูกราดน้ำมันเผานั้น คนที่ตาย สิ้นใจตายหรือยัง หรือแค่บาดเจ็บแต่ยังไม่ตาย แต่สิ้นใจหลังถูกเผา และยังต้องพิสูจน์อีกว่า ชื่อ ที่อยู่ที่ตำรวจได้มานั้น เป็นชื่อ นามสกุล ที่อยู่ของชายเสื้อแดงจริงหรือไม่ เพราะคนป่วยจิตเวช มักจะพูดไปเรื่อย หลังจากการตรวจพิสูจน์ทุกอย่างมีความชัดเจน จึงจะมีการแจ้งข้อกล่าวหากับชายเสื้อแดงรายนี้