โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สิ้นสุดมหากาพย์หนี้ 3.6 หมื่นล้าน: BTSC นัดแถลงขอบคุณ กทม. ชำระค่าเดินรถสายสีเขียวครบถ้วน

ทันหุ้น

อัพเดต 30 ต.ค. 2568 เวลา 03.58 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2568 เวลา 03.57 น.

สิ้นสุดมหากาพย์หนี้ 3.6 หมื่นล้าน: BTSC นัดแถลงขอบคุณ กทม. ชำระค่าเดินรถสายสีเขียวครบถ้วน ส่งผลบวกต่อกระแสเงินสดครั้งใหญ่

#ทันหุ้น #SET #BTS ดีลประวัติศาสตร์: กทม. ปิดฉากหนี้ BTS 3.6 หมื่นล้านบาทก่อนเส้นตายตุลาคม ยุติข้อพิพาทยาวนานด้วยคำสั่งศาล

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมชำระหนี้ค่าบริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ค้างชำระเป็นจำนวนรวมกว่า 36,000 ล้านบาทให้แก่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (BTSC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ครบถ้วน โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งศาลปกครอง และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ (ช่วงบ่ายวันนี้) ซึ่งจะเป็นการปิดฉากข้อพิพาทด้านหนี้สินที่ยืดเยื้อมานานหลายปี

ในวันนี้ช่วงบ่าย นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ BTS พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการ BTS จะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเพื่อขอบคุณ กทม. และยืนยันการรับชำระหนี้ทั้งหมด โดยการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่นี้ถือเป็นชัยชนะทางกฎหมายและการเงินครั้งสำคัญของกลุ่ม BTS

กทม. ใช้ “เงินสะสมจ่ายขาด” ไม่กระทบแผนลงทุน

การชำระหนี้มูลค่ามหาศาลครั้งนี้สอดคล้องกับการยืนยันของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ได้เปิดเผยไว้เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า กทม. จะนำ “เงินสะสมจ่ายขาด” (Unencumbered Accumulated Funds) ซึ่งเป็นเงินที่ไม่มีภาระผูกพันในการดำเนินงาน มาใช้ในการชำระหนี้ตามคำสั่งศาลปกครอง โดยย้ำว่าการใช้เงินสะสมจ่ายขาดก้อนนี้จะ ไม่ส่งผลกระทบ ต่อการดำเนินงานในโครงการต่าง ๆ ของ กทม. ที่ต้องใช้เงินงบประมาณประจำปี

ในเชิงการบริหารการเงินภาครัฐ การตัดสินใจใช้เงินสะสมดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพยายามของ กทม. ในการสร้างวินัยทางการคลังและยุติภาระดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้นจากการค้างชำระ ซึ่งหากปล่อยให้หนี้สินนี้ดำเนินต่อไปก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของ กทม. ในระยะยาว

ผลกระทบต่อ BTS: กำไรพิเศษ (Non-Recurring Revenue) และสภาพคล่องพุ่งทะยาน

การรับชำระหนี้ 36,000 ล้านบาทในครั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่องบการเงินของ BTSC และกลุ่ม BTS โดยตรง เนื่องจากหนี้ก้อนนี้คือรายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงที่บริษัทได้ดำเนินการไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับชำระ

ตัวเลขสำคัญที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนคือ “กำไรสุทธิ” (Net Profit): การรับชำระหนี้จะทำให้ BTS สามารถรับรู้รายได้และกลับรายการสำรองหนี้สงสัยจะสูญ (Reversal of Provisions) เข้ามาในงบกำไรขาดทุนได้ทันที ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ กำไรสุทธิในไตรมาสที่จะมีการรับรู้รายการนี้พุ่งขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยเป็นกำไรพิเศษ (Non-Recurring Gain) สาเหตุหลักคือการรับรู้รายได้ที่ถูกพักไว้มารวมในงวดเดียว ซึ่งจะช่วยชดเชยต้นทุนและดอกเบี้ยจ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ผลกระทบเชิงบวกที่สำคัญที่สุดคือ “กระแสเงินสด” (Cash Flow): การได้รับเงินสดมูลค่า 36,000 ล้านบาทเข้าสู่บริษัทโดยตรงจะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินของกลุ่ม BTS อย่างก้าวกระโดด ทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นในการบริหารหนี้สินและพร้อมสำหรับการลงทุนในอนาคต

ความท้าทายระยะยาว: การเปลี่ยนผ่านสู่สัญญารับจ้างเดินรถ

แม้จะมีความสำเร็จในการเคลียร์หนี้สินครั้งใหญ่ แต่ BTS ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเส้นทางหลักของกรุงเทพมากว่า 20 ปี ยังคงเผชิญกับโจทย์ระยะยาว โดยสัมปทานเดิมกำลังจะหมดอายุลงในเดือนธันวาคม ปี 2572 หลังจากนั้นจะเปลี่ยนผ่านไปเป็น สัญญารับจ้างเดินรถ (Service Contract) ตั้งแต่ปี 2573 ถึงปี 2585 กับ กทม. ผ่านบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ กทม. การเปลี่ยนผ่านนี้หมายถึงการที่ BTSC จะเปลี่ยนสถานะจากผู้รับสัมปทานที่มีความเสี่ยงด้านรายได้และผลกำไรโดยตรง ไปเป็น ผู้รับจ้างให้บริการ ซึ่งจะมีรายได้ที่มั่นคงกว่า แต่มีศักยภาพในการทำกำไรและอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ลดลงตามข้อกำหนดของสัญญาใหม่

สรุปประเด็นหลัก (Key Takeaways):

  • หนี้สายสีเขียวคลี่คลาย: กทม. เตรียมชำระหนี้ค่าเดินรถสายสีเขียวส่วนต่อขยายมูลค่า 36,000 ล้านบาท ให้กับ BTSC ครบถ้วนตามคำสั่งศาลปกครอง ภายในวันนี้ (บ่ายวันนี้) ซึ่งถือเป็นการปลดล็อกภาระทางการเงินครั้งสำคัญ
  • แหล่งที่มาของเงินทุน: กทม. ใช้วิธีนำ “เงินสะสมจ่ายขาด” ที่ไม่มีภาระผูกพันมาชำระหนี้ ซึ่งผู้ว่าฯ ชัชชาติยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อโครงการดำเนินงานอื่นๆ ของ กทม.
  • กำไรและกระแสเงินสดพุ่ง: การรับชำระหนี้ 36,000 ล้านบาท จะส่งผลให้ กระแสเงินสดรับเพิ่มขึ้นทันที และทำให้เกิดการรับรู้ “กำไรสุทธิพิเศษ” ครั้งใหญ่ในงบการเงินของ BTS สำหรับงวดบัญชีที่จะถึงนี้ ซึ่งคาดว่าจะสูงกว่าปีก่อนหน้า (YoY) อย่างมหาศาล เนื่องจากเป็นการรับรู้รายได้ที่ค้างจ่ายมานานหลายปี
  • โจทย์ระยะยาว: ตลาดจะจับตาการเปลี่ยนผ่านสัญญาของ BTS จากสัญปทานเดิมที่หมดอายุในปี 2572 ไปเป็นสัญญารับจ้างเดินรถกับ กทม. ผ่าน KT ในช่วงปี 2573-2585 ซึ่งมีผลต่อโครงสร้างรายได้และอัตรากำไรในอนาคต
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...