โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คุยกับ ‘พฤกษา โฮลดิ้ง’ ตลาดอสังหาฯ เปลี่ยน แบรนด์ต้องกระจายความเสี่ยง

TODAY Bizview

อัพเดต 29 ส.ค. 2568 เวลา 14.51 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2568 เวลา 07.19 น. • workpointTODAY

ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้หวือหวาเหมือนเมื่อก่อน เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซา กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง รวมถึงเทรนด์การอยู่อาศัยที่เริ่มเปลี่ยนไป อย่างคนรุ่นใหม่ก็เน้นเช่ามากกว่าซื้อ ขณะที่คนมีกำลังซื้อก็เป็นกลุ่มระดับบน ทำให้แบรนด์อสังหาฯ หลายรายต้องปรับพอร์ตธุรกิจ ทั้งเปิดตลาดอสังหาฯ ในเซกเมนต์ใหม่ๆ ตอบรับเทรนด์ ไปจนถึงลงทุนในอุตสาหกรรมอื่นๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง

อย่างกรณีของ ‘พฤกษา โฮลดิ้ง’ จากที่ช่วงอสังหาริมทรัพย์บูม ก็เคยมีรายได้สูงถึง 50,000 ล้านบาท ก่อนจะลดลงเหลือ 30,000 ล้านบาท โดยที่บริษัทก็เริ่มกลยุทธ์ปรับพอร์ตให้ครอบคลุมธุรกิจอื่นๆ มากขึ้น

TODAY Bizview ได้พูดคุยกับ ‘ปัทมา ปิยะมณีพร’ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถึงแผนการปรับพอร์ตของพฤกษา โฮลดิ้งในวันที่ตลาดอสังหาฯ ซบเซาเป็นอย่างไร?

[ ตลาดอสังหาฯ ช่วงหวือหวา รายได้พฤกษาเคยแตะ 50,000 ล้าน ]

‘ปัทมา’ เล่าให้ฟังว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ณ ขณะนี้ อยู่ในภาวะซบเซาและไม่ได้เติบโตเหมือนในอดีต ปัญหาเศรษฐกิจหนักหน่วง ส่งผลให้กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง รายได้ไม่แน่นอน นำไปสู่ปัญหาการกู้สินเชื่อไม่ผ่าน ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค คนรุ่นใหม่นิยมการเช่ามากขึ้น ไม่ต้องการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ทำให้บริษัทจากที่เคยมีรายได้สูงๆ ถึง 50,000 ล้านบาท ต้องปรับพอร์ตการลงทุนขยายไปส่วนอื่นมากขึ้น

ซึ่ง 2-3 ปีที่ผ่านมาพฤกษาเคยมีการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ค่อนข้างมาก ด้วยมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ด้วยหลักการลงทุนคือต้องเกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เช่น กองทุน Corporate Venture Capital (CVC) และ กองทุนต่างประเทศบางส่วน ที่เน้นด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก อย่าง Health Tech และ Real Estate โดยประเทศที่โฟกัสหลักคือ สิงคโปร์ โดยอาศัยความได้เปรียบจากการมีพาร์ทเนอร์อยู่

[ กลับมาโฟกัสอสังหาริมทรัพย์ ขยายเซกเมนต์เจาะกลุ่มคนชนชั้นกลาง-หรู ]

ปัจจุบันพฤกษาได้ปรับทิศทางการทำธุรกิจอีกครั้ง โดยไม่ได้เพิ่มเม็ดเงินลงทุนใหม่ในพอร์ตลงทุนต่างประเทศ แต่จะคงสัดส่วนเดิมที่มีอยู่ พร้อมทั้งพิจารณาขายการลงทุนในกองทุนบางประเภท หากไม่ขาดทุนและไม่กระทบฐานะการเงินมากนัก

พร้อมหันกลับมาโฟกัสอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นธุรกิจหลักของเครือ โดยพฤกษาจะขยับเซกเมนต์อสังหาริมทรัพย์ จากเดิมที่เน้นสินค้ากลุ่มราคาไม่แพงอยู่ที่ 1-3 ล้านบาท ปัจจุบันได้ขยับสัดส่วนสินค้าไปสู่กลุ่ม Mid-to-Mid-High ราคา 3–5 ล้านบาทมากขึ้น รวมถึงกลุ่ม High-End โดยจุดเด่นของโครงการพฤกษาจะอยู่ที่ศักยภาพของทำเล

สำหรับลูกค้าตลาด High-End เตรียมเปิดโครงการ The Reserve สุขุมวิท 89 ปลายปีนี้ เป็นครั้งแรกที่จะนำแบรนด์ The Reserve กลับมาทำในรูปแบบบ้านวิลล่าหรู ในเมือง บนที่ดินประมาณ 5 ไร่ มีเพียง 20 กว่าหลัง โดยเลือกทำเลที่หายากและมีศักยภาพสูง คาดว่าราคาจะอยู่ประมาณ 50-60 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมเพิ่มช่องทางขายผ่านเอเจนซี่ทั้งในและต่างประเทศ

[ รับเทรนด์คนเช่ามาแรง ทำตึกให้คนเช่าราคาไม่เกิน 5,000 ]

“บริษัทเห็นเทรนด์คนเช่ามาแรง อาจเป็นเพราะเทรนด์ที่ไม่ต้องการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ (Asset-light) และส่วนหนึ่งมาจาก ข้อจำกัดในการกู้ซื้อบ้าน ทางพฤกษาเลยมีโครงการสร้างเพื่อเช่า Build to Rent โครงการนี้จะเน้นไปที่ห้องเช่าในกลุ่มราคาที่ไม่สูงมากนัก ทำเลส่วนใหญ่ก็จะใกล้โรงงาน โดยมีเป้าหมายราคา ไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือน” ปัทมา กล่าว

โดยโครงการนี้จะมีเป้าหมายในระยะยาวที่อยู่ที่ 10,000 ห้อง ตึกแรกคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 4 ที่จะถึงนี้ แต่รายละเอียดที่แน่ชัดจะถูกประกาศในภายหลัง

ซึ่งโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดของแบรนด์ จะเซฟต้นทุนการก่อสร้างผ่านใช้ทีมก่อสร้างในเครือเอง ทำให้ต้นทุนสามารถแข่งขันได้ และปรับราคาให้เหมาะสมกับตลาด

นอกจากนี้ ยังเสริมแกร่งด้วย Pruksa Pass เป็นหนึ่งในโมเดลธุรกิจใหม่ที่บริษัทกำลังดำเนินการ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ Rent-to-Own ครอบคลุมทั้ง ลูกค้าเก่าที่ผ่อนดาวน์อยู่ และต้องการการแก้ไขเคส รวมถึงลูกค้าใหม่ที่ Walk-in เข้ามา แต่ยังไม่พร้อมที่จะกู้ในขณะนั้น แต่แสดงความสนใจที่จะซื้อในอนาคต

โดยพฤกษาจะช่วยแก้เคสสำหรับคนที่กู้ผ่านยาก แบรนด์ให้ผ่อนจ่ายเหมือนเป็นการเช่าปกติ และถ้าสถานะทางการเงินหรือความพร้อมของลูกค้าดีขึ้น การชำระเงินในช่วงแรก ซึ่งค่าเช่าสามารถเปลี่ยนเป็นเงินดาวน์ได้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถไปยื่นกู้กับธนาคารต่อไป

ไม่เพียงเท่านี้ สำหรับธุรกิจรับสร้างบ้านของพฤกษาจะขยายจากงานในเครือสู่ตลาดภายนอกด้วย ทั้ง B2B และ B2C ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 480 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1,000–1,500 ล้านบาทต่อปี มูลค่าสัญญาเฉลี่ย 10–30 ล้านบาทต่อโครงการ โดยผนวกบริการ Pruksa Pass เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงโซลูชันทางการเงินที่ยืดหยุ่นขึ้น

สำหรับธุรกิจก่อสร้างและวัสดุ ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ จากเดิมที่ผลิตเฉพาะผนังได้ขยายสู่ เสา คาน และวัสดุก่อสร้างอื่นๆ อย่างครบวงจรเพื่อใช้ประโยชน์จากศักยภาพการผลิตของโรงงานให้เต็มที่ โดยคาดว่าสัดส่วนผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

[ ต่อยอดโรงพยาบาลวิมุต ลงทุน 1,200 ล้าน เปิดศูนย์กระดูก ]

สำหรับโรงพยาบาลวิมุต เป็นอีกหนึ่งในธุรกิจหลักที่พฤกษาให้ความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการสร้างรายได้ประจำ ในปีนี้มีการเปิดศูนย์เฉพาะทางเพิ่มขึ้น เช่น ศูนย์ปอด ศูนย์หัวใจ และศูนย์กระดูก

โดยเฉพาะศูนย์กระดูกที่แยกออกมาเป็นอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ด้วยงบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท คาดการณ์เปิดให้บริการในปี 2027 จุดแข็งคือมีแพทย์ที่มีชื่อเสียงมาจากโรงพยาบาลชั้นนำและจะช่วยส่งต่อเคสจากโรงพยาบาลอื่นมายังโรงพยาบาลวิมุตได้

พร้อมขยายกลุ่มลูกค้าโดยพยายามเข้าถึงกลุ่มลูกค้าพรีเมียมมากขึ้น ผ่านการใช้เครือข่ายประกัน และ Financial Advisor รวมถึงการจัดสัมมนาตรวจสุขภาพแบบองค์กร และขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศ CLM (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา) ในปีหน้า

นอกจากนี้ โรงพยาบาลวิมุตจะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทผ่านบริการ “Health to Home” ให้กับลูกบ้านของพฤกษา เช่น มีจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพ การตรวจสุขภาพเบื้องต้น (ปอด, เลือด, เบาหวาน) และหากพบปัญหาจะมีการส่งต่อเคสไปยังโรงพยาบาล

คาดการณ์ว่าโรงพยาบาลวิมุตจะมีผลกำไรสุทธิ (NP) เป็นบวกในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้และปีหน้า โดยรายได้จะอยู่ที่ราวๆ 2,400 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้ คือแผนการปรับตัวของ ‘พฤกษา โฮลดิ้ง’ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ การเดินหน้าธุรกิจหลักควบคู่กับการกระจายความเสี่ยงอย่างมีกลยุทธ์ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...