โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เกาหลีใต้” คาดเศรษฐกิจปี 68 โตเพียง 0.9% ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2563 พิษภาษีสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 13.15 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 06.15 น.

เกาหลีใต้ ประเมินเศรษฐกิจปี 2568 จะขยายตัวเพียง 0.9% ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2563 สะท้อนแรงกดดันจากมาตรการภาษีของสหรัฐที่ฉุดการค้า ขณะเดียวกันยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศ

วันที่ 22 สิงหาคม 2568 เวลา 12.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกจะขยายตัวเพียง 0.9% ในปี 2568 ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เศรษฐกิจหดตัวเพราะโควิด-19 ในปี 2563 ตัวเลขนี้แม้สูงกว่าคาดการณ์ของ ธนาคารกลางเกาหลี (BOK) เล็กน้อยที่ 0.8% แต่ก็สะท้อนถึงแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐที่อาจฉุดการค้าในช่วงต่อไป

ในครึ่งปีแรก การส่งออกของเกาหลียังประคองตัวได้จากการเร่งส่งออกล่วงหน้าก่อนสหรัฐ จะเก็บภาษีสูงขึ้น แต่หลังจากมีข้อตกลงการค้ากับวอชิงตันเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ยอดส่งออกเริ่มชะลอตัว ข้อมูล 20 วันแรกของเดือนสิงหาคมแสดงให้เห็นว่าการส่งออกไปสหรัฐ ลดลง 2.7% เทียบกับเดือนกรกฎาคมที่เพิ่มขึ้น 1.4%

การคาดการณ์นี้ตอกย้ำภาวะเปราะบางของเศรษฐกิจใหญ่อันดับสี่ของเอเชีย ซึ่งยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากวิกฤตการเมืองครั้งรุนแรง หลังความล้มเหลวของอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ในการพยายามประกาศกฎอัยการศึก ทั้งนี้เกาหลีใต้เป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ และเทคโนโลยีขั้นสูง จึงมีนัยสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานโลกและเป็นตัวชี้นำเศรษฐกิจโลก

ทางการเกาหลีใต้ ระบุว่า ยังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมใช้มาตรการกระตุ้นเพิ่มหากจำเป็น นักเศรษฐศาสตร์มีความเห็นต่างกันว่าธนาคารกลางจะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28 ส.ค. หรือไม่ แต่ผู้ว่าการ รี ชางยง เคยระบุว่ากรรมการ 4 คนมีความเห็นเปิดรับการปรับลดอีกในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

ในด้านการคลัง รัฐสภาและคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ งบประมาณเพิ่มเติม 31.8 ล้านล้านวอน หรือราว 2.33 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจจากแรงกดดันด้านการค้า และสัปดาห์นี้รัฐบาลยังประกาศ แพ็คเกจสนับสนุน 45.8 ล้านล้านวอน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน

เกาหลีใต้ยังคงพึ่งพาการส่งออกสูง ทำให้เสี่ยงต่อกระแสกีดกันทางการค้าในต่างประเทศ อีกทั้งยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างภายใน เช่น การก่อสร้างที่ซบเซาและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

ยุน อินแด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า “เป้าหมายหลักของรัฐบาลชุดปัจจุบันคือการยกระดับอัตราการเติบโตที่ศักยภาพ ซึ่งไม่มีทางถอยหลัง”

เศรษฐกิจเกาหลีใต้กลับมาขยายตัวในไตรมาส 2 หลังหดตัวเล็กน้อยในไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ดีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโต 0.9% ทั้งปี ผลผลิตในครึ่งปีหลังต้องขยายตัวเฉลี่ยระดับ 1% กลาง ๆ ซึ่งรัฐบาลเองก็ยอมรับว่ายากจะทำได้

นอกจากนี้รัฐบาลยังเดินหน้าผลักดันให้เกาหลีใต้เข้าร่วมดัชนีตลาดพัฒนาแล้วของ MSCI Inc. ภายในสมัยของประธานาธิบดี อี แจมยอง โดยมีแผนงานปรับปรุงตลาดเงินและตลาดทุนที่จะประกาศสิ้นปีนี้

ในด้านแรงงาน การจ้างงานคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 170,000 ตำแหน่งในปีนี้ โดยภาคบริการยังเติบโตชดเชยการหดตัวของการก่อสร้างและการผลิต อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ใกล้เป้าหมาย 2% ของธนาคารกลาง เนื่องจากราคาพลังงานลดลง แต่รัฐบาลเตือนว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และสภาพอากาศที่แปรปรวนอาจทำให้ราคากลับมาพุ่งได้อีก

บัญชีเดินสะพัดของประเทศคาดว่าจะเกินดุล 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้ สูงกว่าที่คาดการณ์เดิมที่ 8 หมื่นล้านดอลลาร์ จากต้นทุนการนำเข้าที่ลดลงเพราะราคาน้ำมันถูกลง ก่อนจะกลับมาแคบลงเหลือ 8 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2569 ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนคาดว่าจะโต 1.3% โดยได้รับแรงหนุนจากงบประมาณเพิ่มเติมและการลดดอกเบี้ย แต่หนี้ครัวเรือนยังเป็นปัจจัยถ่วง

ในระยะยาว รัฐบาลอี แจมยอง ได้ประกาศแผนการคลัง 210 ล้านล้านวอน สำหรับปี 2569–2573 ครอบคลุมการลงทุนด้านนวัตกรรม การเติบโตทางเศรษฐกิจ สวัสดิการสังคม และนโยบายต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงเทคโนโลยีชีวภาพ สุขภาพ และการป้องกันประเทศ ตั้งเป้ายกระดับอัตราการเติบโตศักยภาพของเกาหลีใต้ให้แตะ 3% ในช่วงเวลาดังกล่าว

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...