“ทรัมป์” ลงนามคำสั่งบริหาร เปิดทางให้กองทุนเกษียณ 401(k) ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงมากขึ้น
"ทรัมป์" ลงนามคำสั่งบริหารปลดล็อกข้อจำกัดกองทุนเกษียณ 401(k) ให้สามารถลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอย่างไพรเวตอิควิตี้ อสังหาริมทรัพย์ และคริปโตฯได้ง่ายขึ้น
วันที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 05.59 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ลงนามในคำสั่งบริหารเมื่อวันพฤหัสบดี (8 ส.ค.) เพื่อเปิดทางให้บัญชีเงินออมเพื่อการเกษียณประเภท 401(k) และกองทุนแบบ “defined contribution” อื่น ๆ สามารถลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น กองทุนไพรเวตอิควิตี้ อสังหาริมทรัพย์ สินทรัพย์ดิจิทัล และการลงทุนทางเลือกอื่น ๆ ได้มากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทจัดการสินทรัพย์ทางเลือกเข้าถึงเงินออมเพื่อการเกษียณของชาวอเมริกันซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 12 ล้านล้านดอลลาร์
ทำเนียบขาวระบุว่า กฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไปและความเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง เป็นอุปสรรคที่ทำให้ผู้เกษียณอายุไม่สามารถเข้าถึงผลตอบแทนที่อาจสูงกว่าได้ ขณะที่ฝ่ายวิจารณ์เตือนว่า การลงทุนทางเลือกมีความเสี่ยงสูง ขาดความโปร่งใส และมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าการลงทุนแบบดั้งเดิม
ข้อความในคำสั่งบริหารระบุว่า“รัฐบาลของข้าพเจ้าจะลดภาระกฎระเบียบและความเสี่ยงด้านการฟ้องร้องที่ขัดขวางไม่ให้บัญชีเงินเกษียณของแรงงานอเมริกันสามารถสร้างผลตอบแทนและความหลากหลายของสินทรัพย์ที่จำเป็น เพื่อให้เกษียณอย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี”
คำสั่งดังกล่าวมอบหมายให้กระทรวงแรงงานและคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ออกแนวทางเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการลงทุนทางเลือกในกองทุนเกษียณ แม้จะไม่ได้เรียกร้องให้เพิ่มมาตรการคุ้มครองนักลงทุนโดยตรง แต่ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนหรือปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการถูกดำเนินคดีของผู้ให้บริการกองทุน
ผู้จัดการกองทุนชี้เป็นก้าวสำคัญสู่การปฏิรูประบบเกษียณ
บริษัทจัดการสินทรัพย์หลายแห่งแสดงการสนับสนุนอย่างชัดเจน โดย BlackRock ยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนซึ่งเคยผลักดันนโยบายนี้ในรัฐบาลทรัมป์ เตรียมเปิดตัวกองทุนเกษียณที่ลงทุนใน ไพรเวตอิควิตี้และสินเชื่อส่วนบุคคล (private credit) ภายในปีหน้า
ไจเม มากีรา หัวหน้าฝ่ายเกษียณของ BlackRock กล่าวว่า “การเปิดโอกาสให้เข้าถึงการลงทุนที่ก่อนหน้านี้เอื้อมไม่ถึง จะช่วยให้ชาวอเมริกันจำนวนมากสามารถสร้างพอร์ตลงทุนที่แข็งแกร่งและหลากหลายมากขึ้น”
บริษัทที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากคำสั่งนี้ ได้แก่ Blackstone, KKR และ Apollo Global Management ซึ่งจะสามารถเข้าถึงตลาด defined contribution มูลค่า 12 ล้านล้านดอลลาร์ได้โดยตรง
BlackRock ยังวางแผนเปิดตัวกองทุนเกษียณที่ผสมสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนอายุน้อยยังสามารถรับความผันผวนได้ และค่อย ๆ ปรับพอร์ตให้อนุรักษ์นิยมมากขึ้นเมื่อเข้าใกล้ช่วงเกษียณ
มุมมองที่แตกต่าง: โอกาสทางธุรกิจ VS ความเสี่ยงของผู้ลงทุน
เจสัน เคฟพาร์ต นักวิเคราะห์จาก Morningstar กล่าวว่า “จากมุมมองของผู้จัดการสินทรัพย์ นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ เพราะพวกเขาไม่เคยเข้าถึงตลาดนี้โดยตรงมาก่อน แต่สำหรับนักลงทุนรายย่อย คำถามสำคัญคือ ค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น ความซับซ้อน และการขาดความโปร่งใส จะคุ้มกับผลตอบแทนหรือไม่”
การลงทุนทางเลือกเหล่านี้มักมีข้อกำหนดในการเปิดเผยข้อมูลที่ต่ำกว่า และมีสภาพคล่องน้อยกว่าหุ้นและพันธบัตรที่ซื้อขายทั่วไป อีกทั้งมีค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการสูงกว่า
ในระบบ defined contribution (เช่น 401(k)) พนักงานจะลงทุนเงินเกษียณของตนเอง โดยบางส่วนอาจได้รับการสมทบจากนายจ้าง เงินที่สะสมจะเป็นของพนักงานโดยตรง ต่างจากระบบบำนาญแบบเดิม (defined benefit) ที่มีการรับประกันรายได้หลังเกษียณ
ภาคเอกชนต้องการเงิน–รัฐบาลอยากเร่งลงทุน
ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทไพรเวตอิควิตี้จำนวนมากเผชิญแรงกดดันจากดอกเบี้ยที่สูง และกำลังมองหาเงินทุนใหม่จากภาคประชาชน เพื่อฟื้นโมเดลธุรกิจเดิมที่เน้นซื้อ–ขายบริษัทเพื่อทำกำไร
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์เตือนว่าคำสั่งนี้อาจยังไม่ส่งผลในทันที เนื่องจากทนายความจำนวนมากกำลังเตรียมการฟ้องร้องในกรณีที่นักลงทุนรายย่อยไม่เข้าใจความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ เหล่านี้
แลร์รี ฟิงก์ ซีอีโอของ BlackRock กล่าวในการประชุมวิเคราะห์ล่าสุดว่า“แม้เราจะเห็นโอกาส แต่ก็มีความเสี่ยงด้านการฟ้องร้องที่ต้องพิจารณาอย่างจริงจัง และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการวิเคราะห์ข้อมูลจะสำคัญยิ่งกว่าการรวมผลิตภัณฑ์เข้าพอร์ตลงทุน”
มาร์ติน สมอลล์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัท กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาจต้องผลักดันการปฏิรูปกฎหมาย ด้านคดีความก่อนจะขยายตัวได้จริง
คริปโต–อีกหนึ่งสินทรัพย์ทางเลือกที่อาจได้รับแรงส่ง
การเปิดทางให้ คริปโตเคอร์เรนซี (เช่น Bitcoin) เข้ามาอยู่ในแผนเกษียณ ก็ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์ที่เอื้อต่อสินทรัพย์ดิจิทัล
แกรี โอ’เชีย หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดโลกของ Hashdex กล่าวว่า “Bitcoin กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนจากสินทรัพย์เก็งกำไร ไปสู่บทบาทในกลยุทธ์การลงทุนระยะยาวของนักลงทุนจำนวนมาก คำสั่งบริหารนี้จะช่วยเร่งให้แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นจริง”
ขณะเดียวกันนักการเมืองฝั่งเดโมแครต เช่น วุฒิสมาชิกเอลิซาเบธ วอร์เรน แสดงความกังวลต่อความเสี่ยง โดยเขียนจดหมายถึงผู้บริหารของ Empower Retirement ซึ่งดูแลทรัพย์สินกว่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ ถามถึงมาตรการคุ้มครองนักลงทุนในการลงทุนทางเลือกที่ขาดความโปร่งใส มีค่าธรรมเนียมแพง และมีการโฆษณาผลตอบแทนเกินจริง
อ้างอิง : reuters.com