โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ทรัมป์” ลงนามคำสั่งบริหาร เปิดทางให้กองทุนเกษียณ 401(k) ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงมากขึ้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 11.21 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 04.21 น.

"ทรัมป์" ลงนามคำสั่งบริหารปลดล็อกข้อจำกัดกองทุนเกษียณ 401(k) ให้สามารถลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอย่างไพรเวตอิควิตี้ อสังหาริมทรัพย์ และคริปโตฯได้ง่ายขึ้น

วันที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 05.59 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ลงนามในคำสั่งบริหารเมื่อวันพฤหัสบดี (8 ส.ค.) เพื่อเปิดทางให้บัญชีเงินออมเพื่อการเกษียณประเภท 401(k) และกองทุนแบบ “defined contribution” อื่น ๆ สามารถลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น กองทุนไพรเวตอิควิตี้ อสังหาริมทรัพย์ สินทรัพย์ดิจิทัล และการลงทุนทางเลือกอื่น ๆ ได้มากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทจัดการสินทรัพย์ทางเลือกเข้าถึงเงินออมเพื่อการเกษียณของชาวอเมริกันซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 12 ล้านล้านดอลลาร์

ทำเนียบขาวระบุว่า กฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไปและความเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง เป็นอุปสรรคที่ทำให้ผู้เกษียณอายุไม่สามารถเข้าถึงผลตอบแทนที่อาจสูงกว่าได้ ขณะที่ฝ่ายวิจารณ์เตือนว่า การลงทุนทางเลือกมีความเสี่ยงสูง ขาดความโปร่งใส และมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าการลงทุนแบบดั้งเดิม

ข้อความในคำสั่งบริหารระบุว่า“รัฐบาลของข้าพเจ้าจะลดภาระกฎระเบียบและความเสี่ยงด้านการฟ้องร้องที่ขัดขวางไม่ให้บัญชีเงินเกษียณของแรงงานอเมริกันสามารถสร้างผลตอบแทนและความหลากหลายของสินทรัพย์ที่จำเป็น เพื่อให้เกษียณอย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี”

คำสั่งดังกล่าวมอบหมายให้กระทรวงแรงงานและคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ออกแนวทางเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการลงทุนทางเลือกในกองทุนเกษียณ แม้จะไม่ได้เรียกร้องให้เพิ่มมาตรการคุ้มครองนักลงทุนโดยตรง แต่ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนหรือปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการถูกดำเนินคดีของผู้ให้บริการกองทุน

ผู้จัดการกองทุนชี้เป็นก้าวสำคัญสู่การปฏิรูประบบเกษียณ

บริษัทจัดการสินทรัพย์หลายแห่งแสดงการสนับสนุนอย่างชัดเจน โดย BlackRock ยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนซึ่งเคยผลักดันนโยบายนี้ในรัฐบาลทรัมป์ เตรียมเปิดตัวกองทุนเกษียณที่ลงทุนใน ไพรเวตอิควิตี้และสินเชื่อส่วนบุคคล (private credit) ภายในปีหน้า

ไจเม มากีรา หัวหน้าฝ่ายเกษียณของ BlackRock กล่าวว่า “การเปิดโอกาสให้เข้าถึงการลงทุนที่ก่อนหน้านี้เอื้อมไม่ถึง จะช่วยให้ชาวอเมริกันจำนวนมากสามารถสร้างพอร์ตลงทุนที่แข็งแกร่งและหลากหลายมากขึ้น”

บริษัทที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากคำสั่งนี้ ได้แก่ Blackstone, KKR และ Apollo Global Management ซึ่งจะสามารถเข้าถึงตลาด defined contribution มูลค่า 12 ล้านล้านดอลลาร์ได้โดยตรง

BlackRock ยังวางแผนเปิดตัวกองทุนเกษียณที่ผสมสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนอายุน้อยยังสามารถรับความผันผวนได้ และค่อย ๆ ปรับพอร์ตให้อนุรักษ์นิยมมากขึ้นเมื่อเข้าใกล้ช่วงเกษียณ

มุมมองที่แตกต่าง: โอกาสทางธุรกิจ VS ความเสี่ยงของผู้ลงทุน

เจสัน เคฟพาร์ต นักวิเคราะห์จาก Morningstar กล่าวว่า “จากมุมมองของผู้จัดการสินทรัพย์ นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ เพราะพวกเขาไม่เคยเข้าถึงตลาดนี้โดยตรงมาก่อน แต่สำหรับนักลงทุนรายย่อย คำถามสำคัญคือ ค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น ความซับซ้อน และการขาดความโปร่งใส จะคุ้มกับผลตอบแทนหรือไม่”

การลงทุนทางเลือกเหล่านี้มักมีข้อกำหนดในการเปิดเผยข้อมูลที่ต่ำกว่า และมีสภาพคล่องน้อยกว่าหุ้นและพันธบัตรที่ซื้อขายทั่วไป อีกทั้งมีค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการสูงกว่า

ในระบบ defined contribution (เช่น 401(k)) พนักงานจะลงทุนเงินเกษียณของตนเอง โดยบางส่วนอาจได้รับการสมทบจากนายจ้าง เงินที่สะสมจะเป็นของพนักงานโดยตรง ต่างจากระบบบำนาญแบบเดิม (defined benefit) ที่มีการรับประกันรายได้หลังเกษียณ

ภาคเอกชนต้องการเงิน–รัฐบาลอยากเร่งลงทุน

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทไพรเวตอิควิตี้จำนวนมากเผชิญแรงกดดันจากดอกเบี้ยที่สูง และกำลังมองหาเงินทุนใหม่จากภาคประชาชน เพื่อฟื้นโมเดลธุรกิจเดิมที่เน้นซื้อ–ขายบริษัทเพื่อทำกำไร

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์เตือนว่าคำสั่งนี้อาจยังไม่ส่งผลในทันที เนื่องจากทนายความจำนวนมากกำลังเตรียมการฟ้องร้องในกรณีที่นักลงทุนรายย่อยไม่เข้าใจความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ เหล่านี้

แลร์รี ฟิงก์ ซีอีโอของ BlackRock กล่าวในการประชุมวิเคราะห์ล่าสุดว่า“แม้เราจะเห็นโอกาส แต่ก็มีความเสี่ยงด้านการฟ้องร้องที่ต้องพิจารณาอย่างจริงจัง และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการวิเคราะห์ข้อมูลจะสำคัญยิ่งกว่าการรวมผลิตภัณฑ์เข้าพอร์ตลงทุน”

มาร์ติน สมอลล์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัท กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาจต้องผลักดันการปฏิรูปกฎหมาย ด้านคดีความก่อนจะขยายตัวได้จริง

คริปโต–อีกหนึ่งสินทรัพย์ทางเลือกที่อาจได้รับแรงส่ง

การเปิดทางให้ คริปโตเคอร์เรนซี (เช่น Bitcoin) เข้ามาอยู่ในแผนเกษียณ ก็ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์ที่เอื้อต่อสินทรัพย์ดิจิทัล

แกรี โอ’เชีย หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดโลกของ Hashdex กล่าวว่า “Bitcoin กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนจากสินทรัพย์เก็งกำไร ไปสู่บทบาทในกลยุทธ์การลงทุนระยะยาวของนักลงทุนจำนวนมาก คำสั่งบริหารนี้จะช่วยเร่งให้แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นจริง”

ขณะเดียวกันนักการเมืองฝั่งเดโมแครต เช่น วุฒิสมาชิกเอลิซาเบธ วอร์เรน แสดงความกังวลต่อความเสี่ยง โดยเขียนจดหมายถึงผู้บริหารของ Empower Retirement ซึ่งดูแลทรัพย์สินกว่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ ถามถึงมาตรการคุ้มครองนักลงทุนในการลงทุนทางเลือกที่ขาดความโปร่งใส มีค่าธรรมเนียมแพง และมีการโฆษณาผลตอบแทนเกินจริง

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...