เปิด 3 ขั้นตอน "ร้านค้า" ต้องรู้ ! สมัครโครงการคนละครึ่งพลัส เช็กเลย
เปิดรายละเอียด 3 ขั้นตอนร้านค้าต้องรู้ ! สมัครลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ร้านค้าเก่า-ใหม่ ต้องทำอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดแรกของรัฐบาลนายอนุทิน สามารถสมัครลงทะเบียนเข้าร่วมได้ผ่านแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (15 ต.ค. 68) จนถึง 19 ธ.ค. 68 โดยเฟซบุ๊ก Krungthai Care โพสต์รายละเอียดสำหรับ “ร้านค้า” ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ร้านค้าเก่า และร้านค้าใหม่ ต้องทำอย่างไร มีขั้นตอนดังนี้
ร้านค้าเดิม
สำหรับร้านค้าถุงเงินที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) และผ่านการอนุมัติเข้าร่วมโครงการ
- อัพเดตแอปถุงเงินให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด และตรวจสอบบัญชีรับเงิน
- กดแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงของโครงการคนละครึ่งพลัส
หากไม่พบแบนเนอร์ให้ลงทะเบียนร่วมโครงการเป็นร้านค้าใหม่
ร้านค้าใหม่
- เตรียมบัตรประชาชน และรูปถ่ายที่มีรูปเจ้าของขณะประกอบกิจการ
- ร้านค้าบุคคลธรรมดา-วิสาหกิจชุมชน นำแบบฟอร์มติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อยืนยันประกอบกิจการจริง ร้านค้านิติบุคคลรายย่อย-ธุรกิจเฉพาะ นำแบบฟอร์มติดต่อเจ้าหน้าที่กรุงไทย เพื่อส่งตรวจข้อมูลหน่วยงานรัฐ
- นำเอกสารยื่นที่จุดตั้งบูทกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
ทั้งนี้ร้านค้าใหม่หากผ่านพิจารณา จะเห็นแบนเนอร์คนละครึ่ง พลัส ปรากฏบนแอปถุงเงิน
ขั้นตอนดาวน์โหลดแอปถุงเงิน
- เปิดแอป App Store หรือ Google Play
- รองรับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ Android 10+ และรองรับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ iOS 15+ ขึ้นไป
- พิมพ์ค้นหา “ถุงเงิน”
- กดเลือกติดตั้ง
การใช้งานแอป “ถุงเงิน” ด้วยแอป “เป๋าตัง”
- เลือกเจ้าของร้าน
- เลือก “เข้าใช้งานด้วยเป๋าตัง”
- เลือก “ดำเนินการต่อ” เพื่อไปแอปเป๋าตัง
- ใส่ PIN เป๋าตัง
- กด “ยืนยัน”
- กด “ยอมรับ” ข้อตกลงและเงื่อนไข
- กด “ตกลง” เพื่อระบุตำแหน่งร้านค้า
- เข้าสู่หน้าหลักแอปถุงเงิน
คุณสมบัติร้านค้าร่วม “คนละครึ่งพลัส”
1.เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการร้านค้า) ดังนี้
- ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ
- ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านค้าธงฟ้าฯ) ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ
- ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 (พ.ร.บ.กองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ
- ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ)
ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ และต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้
2.เป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการบริการ) ดังนี้
- ผู้ประกอบการบริการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือผู้ประกอบการบริการของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมือง ตาม พ.ร.บ.กองทุนหมู่บ้านฯ หรือ
- ผู้ประกอบการบริการของวิสาหกิจชุมชนตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ
ทั้งนี้ ต้องมีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้ และกรณีเป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา จะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
3.เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ) ดังนี้
- ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI-METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น
4.เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ)
5 เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567
ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการนวด สปา หรือผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
6.ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง, (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5
7.ประเภทสินค้าและบริการ อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และบริการขนส่งสาธารณะ โดยไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า
ทั้งนี้ การกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการของโครงการ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนด
สำหรับประชาชนจะเปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม ถึงวันที่ 26 ต.ค. 68 (เวลา 06.00-22.00 น.) สามารถใช้สิทธิโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 68 (เวลา 06.00-23.00 น.) โดยสามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิด 3 ขั้นตอน “ร้านค้า” ต้องรู้ ! สมัครโครงการคนละครึ่งพลัส เช็กเลย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net