หยุดด่วน! 5 พฤติกรรม "เก็บอาหารในตู้เย็น" ที่ไม่ควรทำ เสี่ยงเพิ่มแบคทีเรีย 10 เท่า
หยุดด่วน! เปิดลิสต์ 5 พฤติกรรม "เก็บอาหารในตู้เย็น" ที่ไม่ควรทำ เสี่ยงเพิ่มแบคทีเรียสูง 10 เท่า พบหลายบ้านทำแบบนี้ รีบปรับก่อนสาย
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 รายงานจากสื่อต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้หยุดพฤติกรรมผิด ๆ เหล่านี้ในการเก็บรักษาอาหารในตู้เย็นทันทีเพราะนอกจากจะทำให้อาหารเสียเร็ว ยังเพิ่มความเสี่ยงในการถูกแบคทีเรียปนเปื้อนและก่อโรคได้อีกด้วย
สำหรับ “ตู้เย็น” นั้น การใช้งานและการดูแลรักษาที่ถูกต้องจะช่วยยืดอายุของอาหาร และป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญ ตู้เย็นไม่ได้เป็นพื้นที่ปลอดเชื้ออย่างที่หลายคนเข้าใจ และไม่สามารถยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียได้ทั้งหมด
ภาพประกอบ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและโรคไต ดร.เจียง โซ่วซาน จากไต้หวัน เตือนว่าแบคทีเรียหลายชนิดสามารถมีชีวิตอยู่และเติบโตได้ในช่วงอุณหภูมิระหว่าง 0 - 45 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ชื้นและมีอาหารเน่าเสียง่าย
ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตู้เย็นกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรค ดร.เจียง ได้ชี้ให้เห็นถึง 5 ความผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นในการใช้งานตู้เย็น ซึ่งควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด ได้แก่
1. ใส่ผักที่ยังไม่ล้างหรือยังเปียกลงในตู้เย็น
หลายคนเข้าใจผิดว่าการเก็บผักสดทั้งที่ยังไม่ได้ล้างหรือยังเปียกไว้ในตู้เย็นจะช่วยให้ผักสดนานขึ้น แต่ความจริงแล้ว ความชื้นจากผักจะกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะผักใบเขียว หากผักยังสกปรก แบคทีเรียบนผิวก็สามารถแพร่กระจายไปยังอาหารชนิดอื่นได้ง่าย
ควรล้างผักให้สะอาดแล้วผึ่งให้แห้งก่อนจัดเก็บ และหากใส่ถุงหรือภาชนะ ควรเจาะรูเล็กๆ เพื่อให้อากาศถ่ายเท ลดความชื้นสะสม และไม่ควรปิดถุงแน่นจนเกินไป เพราะจะทำให้ผักขาดอากาศและเน่าเสียเร็ว
ภาพประกอบ
2. วางอาหารสุกและอาหารดิบไว้ใกล้กัน
ดร.เจียง ระบุว่า ตู้เย็นในครัวเรือนเกือบครึ่งหนึ่งมีการปนเปื้อนแบคทีเรียอันตราย ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้แม้ในอุณหภูมิต่ำ และพบได้ในเนื้อดิบ นม หรืออาหารทะเลหากวางอาหารดิบใกล้กับอาหารที่ปรุงสุกแล้ว แบคทีเรียสามารถปนเปื้อนและก่อให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นเยื่อหุ้มสมองอักเสบและเสียชีวิตได้
ควรแยกเก็บอาหารดิบและสุกในช่องต่างกัน หรือหากต้องเก็บในช่องเดียวกัน ควรใช้ภาชนะปิดมิดชิดหรือห่อด้วยพลาสติกเพื่อป้องกันการปนเปื้อน และควรอุ่นอาหารให้ร้อนก่อนรับประทานเสมอ
ภาพประกอบ
3. นำอาหารมาละลายน้ำแข็งและแช่แข็งซ้ำหลายครั้ง
การนำอาหารออกจากช่องแช่แข็งเพื่อละลายน้ำแข็งแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่เป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อยซึ่งส่งผลให้โครงสร้างของเซลล์ในอาหารเสียหาย คุณภาพลดลง และเป็นการเปิดโอกาสให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ แม้จะอยู่ในช่องแช่แข็งก็ตาม
การแช่แข็งซ้ำยังทำให้อาหารเปลี่ยนกลิ่น สี และคุณค่าทางโภชนาการลดลง อีกทั้งช่วงเวลาที่อาหารละลายอยู่ที่อุณหภูมิห้อง ยังเป็นช่วงที่แบคทีเรียเติบโตได้รวดเร็วที่สุด ทางที่ดีควรแบ่งอาหารออกเป็นส่วนย่อยก่อนแช่แข็ง เพื่อให้สามารถละลายเฉพาะส่วนที่ต้องการใช้ และไม่ต้องนำไปแช่ซ้ำ
4. ล้างไข่ก่อนนำเข้าตู้เย็น
การล้างไข่ด้วยน้ำก่อนเก็บในตู้เย็นอาจดูสะอาด แต่กลับเป็นการเร่งให้ไข่เสียเร็วขึ้น เพราะเปลือกไข่มีรูพรุนและเคลือบด้วยเยื่อบาง ๆ ที่ช่วยป้องกันเชื้อโรค หากล้างเยื่อดังกล่าวออกไป แบคทีเรียจะสามารถเล็ดลอดเข้าไปภายในไข่ได้ง่ายขึ้น
หากไข่สกปรก ควรใช้ผ้าแห้งหรือผ้าชุบน้ำหมาดเช็ดเบาๆ แล้วรอให้แห้งก่อนนำไปเก็บในกล่องหรือถุงปิดสนิทในตู้เย็น สำหรับไข่ที่ซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งผ่านการทำความสะอาดแล้ว สามารถนำเข้าตู้เย็นได้โดยไม่ต้องล้างซ้ำ
ภาพประกอบ
5. แช่อาหารที่ยังร้อนจัดในตู้เย็น
หลายคนยังมีพฤติกรรมเก็บอาหารที่ยังร้อนจัดในตู้เย็น ซึ่งส่งผลให้ภายในตู้เย็นมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นการเพิ่มโอกาสในการแพร่กระจายของแบคทีเรีย อีกทั้งยังทำให้อาหารอื่นๆ เสียเร็วขึ้น และสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการเนื่องจากความเย็นไม่เพียงพอ
นอกจากนี้ ตู้เย็นยังต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิ ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น ทางที่ดีควรรอให้อาหารเย็นลงในอุณหภูมิห้องก่อนจึงนำเข้าตู้เย็น
แม้ตู้เย็นจะช่วยถนอมอาหารได้ในระดับหนึ่ง แต่หากใช้ไม่ถูกวิธี ก็อาจกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ดังนั้น ควรใส่ใจในวิธีการจัดเก็บอาหารทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันโรคจากอาหารเป็นพิษ และยืดอายุการใช้งานของตู้เย็นให้ยาวนานยิ่งขึ้น
ขอบคุณที่มาจาก SOHA
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หยุดด่วน! 5 พฤติกรรม "เก็บอาหารในตู้เย็น" ที่ไม่ควรทำ เสี่ยงเพิ่มแบคทีเรีย 10 เท่า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th