โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตร.ไซเบอร์ ประสานออกหมายจับสากลเครือญาติ"ก๊กอาน"เจ้าพ่อกาสิโนกัมพูชา

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 06 ต.ค. 2568 เวลา 15.01 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2568 เวลา 15.01 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(6ต.ค.68) ความคืบหน้าในคดีของ นายก๊กอาน คนสนิทของสมเด็จฮุนเซน เจ้าของกาสิโนในกัมพูชา และพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังจากทางตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ และผู้ต้องหาอีก 6 คน ซึ่งประกอบด้วยเครือญาติของนายก๊กอาน 3 คน , ชาวไทย 2 คน และชาวกัมพูชาอีก 1 คน ในข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ , ฟอกเงิน

พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยความคืบหน้าในเรื่องนี้ว่า หลังพนักงานสอบสวนได้ส่งหลักฐาน ให้กับสำนักอัยการสูงสุด เสนอต่อตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพลพิจารณาออกหมายแดง หรือหมายจับสากล ล่าสุดได้รับการยืนยันแล้วว่า นางสาวภูเฌอหลิน และนายกิดติศักดิ์ คล่องกิจกล หรือ MR.PHU SAE TONG ทายาทของนายก๊กอาน ถูกตำรวจสากลพิจารณาแล้ว 2 คน และอยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 3 คน

ส่วนเรื่องของการติดตามทรัพย์สินของผู้ต้องหาได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เร่งขยายผลอายัดติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม จากทรัพย์สินในเครือข่ายนายก๊กอาน ที่อายัดไว้แล้วกว่า 1,100 ล้านบาท

ส่วนนายเบน สมิธ หรือเบญจมิน เมาเออร์เบอเกอร์ ที่ถูกพาดพิงว่าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชานั้น จากฐานข้อมูลของระบบแจ้งความของตำรวจไซเบอร์ ยังไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หรือมีข้อมูลเชื่อมโยงกับผู้ต้องหารายสำคัญ แต่ตำรวจก็พร้อมที่จะสืบสวนหากมีผู้นำข้อมูลมาแจ้งความ หรือมีหลักฐานในการกระทำความผิด

ข่าวเวิร์คพอยท์23

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...