โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดันโมเดลท่องเที่ยวชีวภาพ ‘กุยบุรี–สามร้อยยอด’ สู่ต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ต.ค. 2568 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2568 เวลา 07.51 น.

สำนักงาน BEDO ผนึกกำลัง UNDP และ GEF ขับเคลื่อนโครงการท่องเที่ยวบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพ ‘BEDO Reach to Love’ ปลุกพลังชุมชน สร้างรายได้จากการอนุรักษ์ธรรมชาติ พร้อมปั้นเยาวชนเป็นผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมรุ่นใหม่

นาย ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO กล่าวถึงความสำเร็จของ “โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวบนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNDP Thailand) และได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF)

โดยชูพื้นที่ปากน้ำปราณบุรี อุทยานแห่งชาติกุยบุรีและอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เป็นต้นแบบของการสร้างเศรษฐกิจชีวภาพที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ผ่านกิจกรรมพิเศษ “BEDO Reach to Love: เที่ยวให้ลึกเพื่อที่จะรักษ์”

นอกจากนี้ BEDO มีเป้าหมายหลักในการผลักดันนโยบายตอบสนองต่อเป้าหมายระดับโลกในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและ Nature Positive เพื่อหยุดยั้งและฟื้นฟูการสูญเสียธรรมชาติภายใน ปี 2030

โดยใช้ปี 2020 เป็นปีฐาน และมุ่งให้เกิดการฟื้นฟูธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2050 BEDO เป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมให้ ‘การอนุรักษ์’ สามารถสร้าง ‘รายได้’ ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับชุมชนท้องถิ่นได้ ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมกระบวนทัศน์ดั้งเดิมที่มักมองว่าการอนุรักษ์เป็นเพียงภาระหรือต้นทุนที่ชุมชนต้องแบกรับ ให้กลายเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุดในสินทรัพย์ทางธรรมชาติที่มีอยู่

การลงทุนนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างผลตอบแทนในรูปของตัวเงิน แต่ยังสร้างคุณค่าที่ประเมินไม่ได้ ทั้งความภาคภูมิใจในท้องถิ่น การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในการเป็นผู้พิทักษ์ทรัพยากรอันล้ำค่าด้วยตนเอง

ดันโมเดลท่องเที่ยวชีวภาพ ‘กุยบุรี–สามร้อยยอด’ สู่ต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน

โดยไม่ได้มองพื้นที่เป้าหมายเหล่านี้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น แต่มุ่งเน้นยกระดับให้เป็น ‘พื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่มีชีวิต’ ซึ่งแตกต่างกับการท่องเที่ยวทั่วๆไป นักท่องเที่ยวไม่ได้เป็นเพียงผู้บริโภค แต่เป็นผู้มีส่วนร่วมในวงจรแห่งความยั่งยืน การใช้จ่ายของของนักท่องเที่ยวจะถูกส่งตรงกลับไปบำรุงรักษาระบบนิเวศที่พวกเขากำลังชื่นชม

และกิจกรรม ‘BEDO Reach to Love’ ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าแนวคิดนี้เกิดขึ้นได้และประสบความสำเร็จแล้วอย่างไร การจัดเส้นทางต้นแบบ “กุยบุรี-สามร้อยยอด” นี้จึงเปรียบเสมือนบทสรุปที่มีชีวิตของโครงการทั้งหมด เป็นการนำเสนอผลงานวิจัยและแผนงานต่างๆ ออกมาจากหน้ากระดาษ มาสู่การสัมผัสจริง

เพื่อแสดงให้เห็นว่าแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้อย่างไร โดยแต่ละสถานที่ที่ไปเยือนนั้น ไม่ได้ถูกเลือกมาอย่างบังเอิญ แต่จะสะท้อนผลลัพธ์ของโครงการในมิติต่างๆ ที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่โมเดลการจัดปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับ สัตว์ป่าที่กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงนวัตกรรมชุมชนที่เปลี่ยนของเหลือใช้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างคุณค่า และการปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับคนรุ่นใหม่ ทั้งหมดนี้คือจิ๊กซอว์ที่ประกอบกันเป็นภาพความสำเร็จของการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

ดันโมเดลท่องเที่ยวชีวภาพ ‘กุยบุรี–สามร้อยยอด’ สู่ต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ด้าน นางสาวนีฟ คอลิเออร์-สมิธ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า บทบาทของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติในการสนับสนุนบทบาทของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่โอบรับผู้คนและธรรมชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals)

“การท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศไทย ซึ่งโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ทำงานร่วมกับประเทศไทยเพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนในภาคการท่องเที่ยวนั้นควบคู่ไปกับธรรมชาติ ที่จะช่วยอนุรักษ์สัตว์ป่าและการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น โดยประสบการณ์จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับจังหวัดอื่น ๆ รวมถึงเมืองท่องเที่ยวทั่วโลกเห็นแนวทางการท่องเที่ยวที่สามารถสร้างประโยชน์ทั้งต่อผู้คนและธรรมชาติไปพร้อมกันได้”

โดยในปี พ.ศ. 2570 ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) UNDP เตรียมร่วมมือกับ BEDO นำ Access and Benefit Sharing (ABS) มาสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถจัดการการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างครอบคลุม และและทำให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรายได้หรือองค์ความรู้ จะถูกแบ่งปันอย่างเป็นธรรม ซึ่งระบบนี้ช่วยปกป้องสิทธิของประเทศและชุมชนท้องถิ่น และส่งเสริมการใช้ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยุติธรรมและยั่งยืน

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี: จากพื้นที่ขัดแย้งสู่โมเดลการอยู่ร่วมกันและซาฟารีเมืองไทย

ในอดีต ปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่าในพื้นที่กุยบุรีเป็นเรื่องใหญ่ แต่ด้วยเป้าหมายในการสร้างสมดุล ทำให้เกิดการพัฒนาจนกลายเป็นต้นแบบการจัดการที่ได้รับการยอมรับ ผลลัพธ์ที่ชัดเจนคือการก่อตั้ง “Kuiburi Ecotourism Club” วิสาหกิจชุมชนที่เปลี่ยนผืนป่าให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับพรีเมียม กิจกรรม “นั่งรถซาฟารีชมช้างป่าและกระทิง” ไม่ได้เป็นเพียงการท่องเที่ยว แต่คือผลผลิตโดยตรงจากการอนุรักษ์ที่ประสบความสำเร็จ เมื่อป่าสมบูรณ์ สัตว์ป่าปลอดภัย ชุมชนก็สามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืนจากการเป็นผู้พิทักษ์และนำเที่ยวได้ด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ที่ ชุมชนบ้านรวมไทย ยังเป็นที่ตั้งของนวัตกรรมจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าทึ่ง “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกระดาษจากใบสับปะรดและขี้ช้างป่ากุยบุรี” โดยเปลี่ยน “มูลช้าง” ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์กระดาษสาที่มีเอกลักษณ์ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขณะที่ “วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงชันโรงและผึ้งโพรงไทย”คือผลลัพธ์ของการแก้ปัญหาด้วยธรรมชาติ โดยใช้ “ผึ้ง” เป็นแนวป้องกันช้างเข้าพื้นที่เกษตร ซึ่งไม่เพียงลดความเสียหาย แต่ยังสร้างอาชีพเสริมจากการขายน้ำผึ้งคุณภาพสูง เป็นการตอกย้ำเป้าหมายของโครงการในการส่งเสริมให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง

ดันโมเดลท่องเที่ยวชีวภาพ ‘กุยบุรี–สามร้อยยอด’ สู่ต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด: เมื่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศคือผลิตภัณฑ์ล้ำค่า

พื้นที่ชุ่มน้ำทุ่งสามร้อยยอด คือหัวใจของความหลากหลายทางชีวภาพ โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาและฟื้นฟูระบบนิเวศแห่งนี้ให้คงอยู่ และมีเป้าหมายในการสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของมัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ “วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยชุมชนบ้านหน้าทุ่งสามร้อยยอด” ซึ่งได้เปลี่ยนความงามของทิวทัศน์และระบบนิเวศให้เป็นกิจกรรม “ล่องเรือถ่อ” ที่สร้างรายได้และชื่อเสียง กิจกรรมนี้คือข้อพิสูจน์ว่า เมื่อชุมชนเห็นคุณค่าและร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรนั้นก็จะมอบประโยชน์คืนกลับมาสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ที่สำคัญ โครงการยังมุ่งเน้นการสร้างคนรุ่นใหม่เพื่อสืบสานการอนุรักษ์ ดังจะเห็นได้จาก “วิสาหกิจชุมชนเด็กรักษ์ทุ่งเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนที่ทำหน้าที่เป็นผู้สื่อสารเรื่องราวของระบบนิเวศบ้านเกิดของตนเอง นี่คือผลลัพธ์ระยะยาวที่สำคัญที่สุด คือการสร้างผู้พิทักษ์รุ่นต่อไปที่เข้าใจและหวงแหนมรดกทางธรรมชาติของตนเอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดันโมเดลท่องเที่ยวชีวภาพ ‘กุยบุรี–สามร้อยยอด’ สู่ต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...