โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลางส.ค.ฝนชุกทั่วไทย เตือนภาคเหนือพื้นที่เสี่ยงท่วม

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 11.41 น.
ช่วงฤดูฝนนี้มักเกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก พื้นที่ที่เกิดอุทกภัยเป็นประจำและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ คือ พื้นที่ภาคเหนือ

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับ สาเหตุน้ำท่วมหนักภาคเหนือ ที่มักเจอกับน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในหลายพื้นที่อย่างรุนแรง สาเหตุหลักมีทั้งปัจจัยจากมนุษย์และธรรมชาติ

1. ป่าไม้ถูกทำลาย-เขาหัวโล้นขยายตัวต่อเนื่อง

ภาคเหนือเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่ป่ามากที่สุดของประเทศ โดยในปี 2567 มีสัดส่วนพื้นที่ป่าถึง 63.24% หรือประมาณ 37.9 ล้านไร่ อย่างไรก็ตาม กลับเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการทำลายป่าสูงที่สุดเช่นกัน โดยพื้นที่ป่าลดลงกว่า 171,143 ไร่ จากปี 2565 และลดลงอีก เกือบ 30,000 ไร่ ในปี 2566

หนึ่งในปัญหาสำคัญคือการเปลี่ยนพื้นที่ป่าธรรมชาติเป็นเขาหัวโล้นหรือพื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะการปลูก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกมากกว่า 8 ล้านไร่ ทำให้ขาดต้นไม้ขนาดใหญ่ในการดูดซับน้ำฝนและชะลอการไหลบ่าของน้ำฝนจากภูเขา ผลที่ตามมาคือ น้ำปริมาณมากจะไหลลงสู่ที่ราบในเวลาอันรวดเร็ว โดยไม่มีสิ่งใดชะลอหรือตรึงดินไว้ ทำให้เกิดทั้ง น้ำท่วมฉับพลัน และ ดินโคลนถล่ม

จังหวัดน่านถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด โดยมีพื้นที่เขาหัวโล้นมากถึง 1.8 ล้านไร่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเกิดอุทกภัยบ่อยครั้งในช่วงฤดูฝน

2. ฝนตกหนักผิดปกติ จากร่องมรสุมและภาวะโลกร้อน

อีกหนึ่งสาเหตุหลักของน้ำท่วมครั้งนี้คือ ฝนตกหนักต่อเนื่อง มากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ โดยมีปัจจัยร่วมหลายประการ ได้แก่:

•ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน และ สปป.ลาว ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักตลอดแนวร่อง

•ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากอ่าวไทยและทะเลอันดามัน พัดความชื้นจากทะเลเข้าสู่แผ่นดิน เมื่อปะทะกับร่องมรสุม ทำให้เกิดฝนตกหนักซ้ำซาก

•ปรากฏการณ์ โลกร้อน ทำให้ปริมาณไอน้ำในบรรยากาศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เมื่อเกิดฝนตกแต่ละครั้ง ปริมาณฝนเพิ่มขึ้นถึง 5% จากเดิม และมีแนวโน้มตกต่อเนื่องนานหลายชั่วโมงหรือเป็นวัน

ผลกระทบคือระดับน้ำในแม่น้ำและลำคลองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เกินกำลังการระบายน้ำของพื้นที่รองรับ โดยเฉพาะหากฝนตกซ้ำหลายรอบโดยไม่มีช่วงพักฟื้น

3. ภาวะลานีญา

ปรากฏการณ์ช่วงปลายของภาวะลานีญาของปีนี้ ทำให้เกิดฝนตกหนักมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ภาคเหนือมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าปกติ

4. เมืองขยายตัว ระบบระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ไม่ควรมองข้ามคือ การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเขตชุมชนราบลุ่มที่เคยเป็น แหล่งรองรับน้ำตามธรรมชาติ เช่น บึง หนอง หรือพื้นที่ชุ่มน้ำ ถูกถมเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย ถนน และโครงการก่อสร้างต่าง ๆ

ผลที่ตามมาคือ เมื่อฝนตกหนัก น้ำที่ไหลจากภูเขาหรือป่ารอบเมืองจึง ระบายไม่ทัน ไหลเข้าท่วมบ้านเรือน ถนน และสิ่งก่อสร้าง ขณะเดียวกัน ลำน้ำสายหลักและสาขาหลายแห่งก็ ตื้นเขินจากตะกอนและการบุกรุกพื้นที่ลำน้ำ ทำให้ยิ่งระบายน้ำไม่ได้ ลักษณะของน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในภาคเหนือจึงมักเห็นเป็น น้ำแดงขุ่น พัดพาดินโคลนและตะกอนจากเขาลงมาท่วมพื้นที่ราบอย่างรุนแรงและรวดเร็ว

น้ำท่วมหนักในภาคเหนือปีนี้ไม่ใช่แค่ “ฝนตกเยอะ” อย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยทั้งสิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศ และมนุษย์ การแก้ปัญหาในระยะยาวต้อง ฟื้นฟูป่า พัฒนาระบบจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และวางผังเมืองอย่างรอบคอบ เพื่อรับมือกับภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นในยุคโลกร้อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...