โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทัพบก จัดพิธีสดุดี 16 ทหารกล้า สละชีพ เหตุปะทะไทย-กัมพูชา เตรียมจารึกชื่อบนกำแพงอนุสรณ์

อีจัน

อัพเดต 27 ก.ย 2568 เวลา 09.34 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2568 เวลา 08.24 น. • อีจัน

กองทัพบก เตรียมจารึก 16 ชื่อทหารกล้าในสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา ไว้บนกำแพงอนุสรณ์ ทบ. เพื่อเชิดชูเกียรติและสดุดี

วันนี้ (26 ก.ย. 68) ที่กองบัญชาการกองทัพบก มีการจัดพิธีสดุดีกำลังพลที่เสียชีวิตจากกรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีพลเอกพน แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการกองทัพบก เป็นประธาน พร้อมด้วย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2, พลโท ไพบูลย์ พุ่มพิเชฏฐ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก, พลโท ณรงฤทธิ์ คำภีระ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ, พลตรี สิทธิพร จุลปานะ รองแม่ทัพน้อยที่ 1 ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 1, ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงกองทัพบก, ผู้บังคับบัญชาและทายาทของผู้เสียชีวิต, ผู้แทนองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, ทหารผ่านศึก และกำลังพลกองทัพบกเข้าร่วมพิธี

พิธีฯ จัดขึ้น ณ บริเวณหน้ากำแพงอนุสรณ์กองทัพบก ซึ่งเป็นสถานที่สถิตนามวีรชนกองทัพบกที่สละชีพเพื่อชาติปกป้องแผ่นดินไทยในสมรภูมิสู้รบต่าง ๆ เริ่มต้นด้วยพิธีทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้แด่ทหารผู้ล่วงลับ จากนั้นมีการจัดกองทหารเกียรติยศแสดงความเคารพ ก่อนที่ผู้เข้าร่วมพิธีจะกล่าวคำสดุดีฯ และผู้บัญชาการทหารบกประดับแผ่นป้ายจารึกรายนามทหารกล้าที่สละชีพเพื่อชาติจากสมรภูมิชายแดนไทย – กัมพูชา ลงบนแท่นประทับ โดยมีพลแตรเดี่ยวเป่าเพลงเคารพพร้อมกับการยิงสลุตเพื่อเป็นเกียรติแก่กำลังพลที่เสียชีวิตฯ และการวางพวงมาลาเพื่อแสดงความอาลัยแด่ดวงวิญญาณบรรพบุรุษนักรบไทย

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวสดุดีและเชิดชูเกียรติกำลังพลที่เสียชีวิตฯ ความว่า “เหล่าทหารหาญได้อุทิศกำลังกาย กำลังใจ ยืนหยัดต่อสู้ และยอมสละชีพ เพื่อปกป้องเอกราช อธิปไตยของชาติ ด้วยความองอาจ สมเกียรติและศักดิ์ศรีของการเป็นชายชาติทหาร แม้ในสมรภูมิจะเต็มไปด้วยอันตรายและสถานการณ์ความตึงเครียดที่ไม่อาจประเมินได้ แต่ทหารกล้าทั้งหลาย มิได้ย่อท้อต่อภารกิจ พร้อมเป็นแนวหน้าปฏิบัติหน้าที่ต่อต้านผู้รุกราน เพื่อรักษาไว้ซึ่งบูรณภาพแห่งดินแดนให้ชนในชาติได้มีแผ่นดินอยู่อาศัยด้วยความสงบสุขร่มเย็น ในนามของกองทัพบก ขอสดุดี และเชิดชูวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของเหล่าวีรชนทหารกล้าที่ได้ทำหน้าที่ทหารของชาติอย่างสมบูรณ์ โดยกองทัพบกจะดูแลครอบครัวของเหล่าทหารกล้าให้ดีที่สุดเพื่อเชิดชูเกียรติและตอบแทนความเสียสละของท่านเหล่านี้ คุณงามความดี และความกล้าหาญเสียสละของทุกท่านจะไม่มีวันสูญเปล่า และจะเป็นเกียรติภูมิที่สถิตอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดไป”

ขอบคุณภาพจาก : กองทัพบก

ทั้งนี้ พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวหลังจบพิธรสดุดีนี้ ว่า เหล่าทหารในสมรภูมิรบไทย-กัมพูชานี้ พวกเขาได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว “ผมต้องขอชื่นชม และสดุดีวีรกรรมของทั้ง 16 ท่าน เขาเกิดมาเพื่อปกป้องแผ่นดินโดยแท้จริง ชีวิตเขาที่เสียไปนั้นคุ้มค่ากับการเกิดมาในผืนแผ่นดินไทย สถานการณ์ชายแดนตอนนั้น เป็นสถานการณ์ที่ต้องการพวกเขาแบบนี้ ลูกน้องทุกคนกล้าหาญ ผมเป็นผู้บัญชาการ เห็นเหตุการณ์มาโดยตลอด”

ทั้งนี้ยังกล่าวอีกว่า แนวเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชานี้ยังไม่ยุติ ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต แต่น้องๆ ทหารรุ่นหลังๆ ก็จะยึดมั่นในอธิปไตยเหมือนเดิม พวกเราจะร่วมกันรักษาแนวเส้นเขตนี้อย่างเข้มแข็ง ในฐานะแม่ทัพภูมิใจที่สุด จากลูกน้องที่ทำหน้าที่ในสมรภูมิ บางคนขาขาด แขนขาด ตาบอด แต่สิ่งที่เหล่าทหารทุ่มเทไปนั้น คนไทยทั้งประเทศรับรู้แล้ว ว่าเหล้าทหาร ถ้าถึงวันหนึ่งที่ต้องปกป้องประเทศ แม้ต้องเสียชีวิตเขาก็ยอม

ในฐานะแม่ทัพภาคที่ 2 ภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนไทยเกิดกระแสรักชาติ รักทหาร ตอนนี้เวลาไปที่ไหนก็มีแต่คนรักแม่ทัพ ขอถ่ายรูปและส่งกำลังใจ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความทุ่มเท ความกล้าหาญของเหล่าทหารที่ปกป้องประเทศ แม่ทัพภาคที่ 2 ที่เป็นที่รักของใครหลายคน ยังกล่าวอีกว่า มีคนมาติดตามมากมายจนถึงขั้นอยากให้ลงเล่นการเมือง มีคนมาขอให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถึงขั้นจะตั้งพรรคให้ ดดยไม่เสียเงินสักบาท แต่ พลโทบุญสิน ยังยืนยัน ไม่ลงเล่นการเมือง หลังเกษียณก็จะขอทำหน้าที่ทหารกองหนุน อยู่ข้างพี่น้องประชาชนเหมือนเดิม

อีจัน ขอแสดงความอาลัยและสดุดีเหล่าทหารกล้า

จารึกตลอดกาล สดุดี 16 ทหารกล้า สู้สมรภูมิ ไทย – กัมพูชา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...