โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

'สลค.' ติงแจกเงินไร่ละพันอุ้มนาปรัง ห่วงพื้นที่ปลูกข้าวพุ่ง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 00.04 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 06.46 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 มีมติเห็นชอบโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังปี 2568 และโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 หรือ เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท วงเงินรวมกว่า 45,204 ล้านบาท แยกเป็น 2 โครงการ คือ

1.โครงการฯ นาปรัง ปี 2568 วงเงิน 7,286 ล้านบาท

2. โครงการฯ นาปี ปีการผลิต 2568/69 วงเงิน 37,917 ล้านบาท

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้พิจารณาข้อเสนอโครงการเงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ โดยมีข้อสังเกตและมีความเห็นว่า ที่ผ่านมาครม.ยังไม่เคยให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังในลักษณะนี้มาก่อน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอาจทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม และขาดแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกข้าวนาปรัง ไปสู่การปลูกพืชหลังนาชนิดอื่น ๆ ที่มีความเหมาะสมมากกว่า

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินนโยบายด้านการเกษตรของภาครัฐเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีความยั่งยืนในระยะยาว จึงเห็นควรให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาจัดทำมาตรการเพื่อส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เพื่อนำไปสู่การปลูกพืชหลังนาที่ใช้น้ำน้อยเพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ ลดปัญหาด้านการขาดแคลนน้ำ และปัญหาดินเสื่อมโทรม ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการต่อไป

ขณะเดียวกันการดำเนินโครงการครั้งนี้ ได้มีการขอยกเว้นการปฏิบัติตามมติครม. เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 เรื่อง การจัดทำมาตรการ/โครงการเพื่อสนับสนุนหรือให้ความช่วยเหลือเกษตรกร และเป็นเรื่องที่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินนอกเหนือจากที่ได้รับอนุมัติไว้แล้ว ตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรืองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม

ประกอบกับกระทรวงเกษตรฯ แจ้งว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังให้ทันภายในปีงบประมาณ พ.ศ.2568

ดังนั้น จึงเห็นควรนำเรื่องนี้เสนอครม.พิจารณา ซึ่ง สลค. ขอให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ทำความเห็นมาเพื่อประกอบการพิจารณาของครม.ในเรื่องนี้ด้วย

พร้อมกันนี้ สลค.ยังขอให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย เสนอความเห็นที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของครม. รวมทั้งขอให้กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ เสนอความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ด้วย

ส่วนกรณีภาระทางการคลังที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งใช้เงินงบประมาณกว่า 45,204 ล้านบาทนั้น ที่ประชุมครม.ขอให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 คืนให้กับ ธ.ก.ส. เต็มจำนวน

พร้อมทั้งให้นำค่าใช้จ่ายที่ถูกปรับลดจากที่ธนาคารเสนอเป็นส่วนหนึ่งในการปรับตัวชี้วัดทางการเงินที่เกี่ยวข้องตามบันทึกข้อตกลงการประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อบวกกลับเป็นรายได้ทางบัญชีสำหรับการคำนวณการจัดสรรกำไรสุทธิ และแยกบัญชีการดำเนินงานตามโครงการนี้ออกจากการดำเนินงานปกติภายใต้ระบบบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...