โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

โดนระงับบัญชีทำยังไง ? ถ้าเส้นทางการเงินเอี่ยวบัญชีม้าแบบไม่ตั้งใจ

BT Beartai

อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 11.55 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2568 เวลา 11.23 น.
โดนระงับบัญชีทำยังไง ? ถ้าเส้นทางการเงินเอี่ยวบัญชีม้าแบบไม่ตั้งใจ

บัญชีถูกอายัดทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ! นำมาซึ่งปรากฏการณ์ประชาชนแห่กดเงินสดออกจากธนาคารเพราะกังวลว่าบัญชีจะถูกอายัด หรือถูกระงับการทำธุรกรรม หลังก่อนหน้านี้มีกรณีผู้เสียหายถูกอายัดบัญชีเนื่องจากเกี่ยวพันกับบัญชีม้า

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดจากมาตรการ กวาดล้างบัญชีม้า ที่เป็นเส้นทางฟอกเงินและอาชญากรรมออนไลน์ โดยมีการไล่เส้นทางเงินจากบัญชีม้ารวมไปถึงบัญชีที่รับโอน และขยายวงกว้างจนมีบัญชีปลายทางที่ไม่เกี่ยวข้องแต่เผลอรับเงินเข้ามาถูกโดนอายัดไปด้วย

ระงับการทำธุรกรรม ไม่ใช่การอายัด

แม้จะเกิดข้อสงสัยและคำถามตามมาว่ามาตรการนี้ขาดความรอบคอบ ทำผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหาย และเป็นการผลักภาระให้ประชาชนมากเกินไปหรือไม่ เบื้องต้น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบและขอโทษต่อประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมกันนี้ยังได้หารือกับองค์กรที่เกี่ยวข้องหาทางออกเพื่อให้พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์สามารถกลับมาใช้งานบัญชีของตัวเองได้ตามปกติโดยเร็ว เพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น

แต่สำหรับหลายคนที่กังวลว่าหากมีเงินจากบัญชีม้าโอนเข้ามาแล้วจะทำให้ถูกอายัดบัญชีนั้น ปลัดกระทรวง DE ชี้แจงว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบเส้นทางบัญชีม้าจะมีการระงับวงเงินที่โอนจากบัญชีม้าเท่านั้น เพื่อทำการตรวจสอบ ไม่ใช่การระงับทั้งบัญชี และบัญชีอื่นที่เกี่ยวข้อง และจะระงับได้ไม่เกิน 7 วันเท่านั้น หากพบว่าไม่เกี่ยวข้องจะปลดล็อกวงเงินให้ทันที

กรณีที่ถูกอายัดทั้งบัญชีนั้น เป็นอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของตำรวจในการอายัดบัญชีต้องสงสัย หรือ บัญชีม้า โดยตำรวจจะสอบสวนและตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินการตามกฎหมายต่อไปหากเข้าข่ายการกระทำความผิดจริง

วิธีการปลดระงับบัญชีสำหรับผู้บริสุทธิ์

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่ได้ทำงานร่วมกันผ่าน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอท.) ได้ร่วมกันออกแนวทางในการปลดระงับบัญชี

กระบวนการนี้เป็นไปตาม พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ซึ่งช่วยให้ผู้ที่ถูกอายัดบัญชีโดยเข้าใจผิดว่าเป็นเส้นทางเงินของบัญชีม้าสามารถปลดล็อกบัญชีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้

  • ติดต่อด่วนที่เบอร์ 1441 กด 2 เมื่อรู้ว่าบัญชีถูกระงับ ให้รีบติดต่อ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ที่เบอร์ 1441 กด 2 ทันที ศูนย์ฯ จะเป็นผู้รับเรื่องและประสานงานข้อมูลเบื้องต้นกับธนาคาร
  • ผู้ที่ถูกระงับบัญชีจะต้องให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ เช่น เลขบัตรประชาชน, เลขบัญชีที่ถูกอายัด, และชื่อของธนาคาร เพื่อใช้ในการตรวจสอบและยืนยันตัวตน
  • ธนาคารตรวจสอบข้อมูล (ภายใน 2 ชั่วโมง) หลังจากรับเรื่องแล้ว เจ้าหน้าที่ธนาคารจะตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้กับ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอท.) ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยืนยันว่าบุคคลนั้นเป็นผู้เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมหรือไม่
  • ศปอท. ประมวลผล (ภายใน 2 ชั่วโมง) ศปอท. จะดำเนินการประมวลผลข้อมูลและตรวจสอบประวัติการกระทำความผิด เมื่อพบว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม จะแจ้งผลกลับไปยังธนาคาร
  • หากผลการตรวจสอบยืนยันว่าผู้ใช้เป็นผู้บริสุทธิ์ ธนาคารจะดำเนินการ ปลดระงับบัญชี โดยเร็วที่สุดตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของ ธปท. ที่ต้องการลดผลกระทบต่อประชาชนผู้สุจริต

สิ่งที่ประชาชนควรระวัง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้แม้จะไม่ใช้ความผิดที่เกิดขึ้นจากประชาชนโดยตรง แต่ประชาชนเป็นตัวแปรสำคัญและเหยื่ออันโอชะของมิจฉาชีพ ดังนั้นควรระวังตัวเสมอโดยเฉพาะเมื่อต้องส่งต่อข้อมูลส่วนตัวหรือการทำธุรกรรมการเงินต่าง ๆ

  • อย่ารับโอนเงินแทนใครโดยไม่รู้ที่มา อาจถูกโยงเข้าขบวนการบัญชีม้า
  • อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลแปลกหน้า เช่น สำเนาบัตร ปชช. หรือเบอร์โทรศัพท์
  • หากพบว่า ชื่อของตนถูกนำไปเปิดบัญชีหรือวอลเล็ตโดยไม่รู้ตัว ต้องรีบแจ้งความและติดต่อธนาคารทันที

ระดับของบัญชีม้าแต่ละกลุ่ม

“บัญชีม้า” ถูกแบ่งระดับออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ตามพฤติการณ์และความรุนแรงของการกระทำผิด โดยแต่ละระดับมีการให้นิยามที่แตกต่างกัน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ให้คำจำกัดความไว้ ดังนี้

ม้าดำ คือบัญชีม้าที่ถูกยืนยันแล้ว อย่างเป็นทางการว่ามีการกระทำผิดจริงตามกฎหมาย และชื่อของเจ้าของบัญชีจะถูกส่งไปให้ธนาคารเพื่อดำเนินการระงับบัญชีและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป บัญชีม้ากลุ่มนี้มักเป็นบัญชีที่ถูกใช้ในการกระทำความผิดที่มีความเสียหายสูงและมีการแจ้งความดำเนินคดีจนถึงที่สุดแล้ว

ม้าเทา คือบัญชีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หรือบัญชีที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าเป็นบัญชีม้า แต่ยังไม่ถูกยืนยันสถานะอย่างเป็นทางการแบบ “ม้าดำ”

  • ม้าเทาเข้ม คือบัญชีที่มีผู้เสียหายและได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว แต่ยังไม่ได้ถูกส่งชื่อเข้าระบบ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อย่างเป็นทางการ
  • ม้าเทาอ่อน คือบัญชีที่มีผู้เสียหายแต่ ยังไม่ได้แจ้งความ อย่างเป็นทางการ บัญชีกลุ่มนี้เป็นเพียงแค่การรับรู้ของผู้เสียหายหรือมีการเผยแพร่ในวงกว้างทางโซเชียลมีเดีย แต่ยังไม่มีการดำเนินการทางกฎหมาย

ม้าน้ำตาล คือบัญชีที่ธนาคารใช้การเฝ้าระวังด้วยตนเอง โดยพิจารณาจากพฤติกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ เช่น การโอนเงินเข้า-ออกบ่อยครั้งผิดปกติ การโอนเงินที่มีลักษณะคล้ายการโอนเงินจากหลายบัญชีไปยังบัญชีเดียว หรือพฤติกรรมที่น่าสงสัยอื่น ๆ ที่ระบบของธนาคารตรวจจับได้

  • ม้าน้ำตาลเข้ม มีหลักฐานหรือมั่นใจ ในระดับหนึ่งว่าบัญชีดังกล่าวมีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นบัญชีม้า
  • ม้าน้ำตาลอ่อน บัญชีที่ธนาคารแค่สงสัยว่าอาจเข้าข่ายบัญชีม้า แต่ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ธนาคารจะเพียงแค่ จับตามอง การเคลื่อนไหวของบัญชีอย่างใกล้ชิด

การแบ่งระดับของบัญชีม้าเหล่านี้เป็น กลไกการทำงานร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ (ปปง. และตำรวจ) และธนาคาร เพื่อให้สามารถป้องกันและปราบปรามบัญชีม้า ได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเริ่มจากการเฝ้าระวังของธนาคาร (ม้าน้ำตาล) ไปจนถึงการดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด (ม้าดำ) ซึ่งช่วยลดความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ได้ในที่สุด

ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอาชญากรรมออนไลน์

ข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระบุตัวเลขสถิติความเสียหายสะสม โดยเป็นการเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 15 กันยายน 2568 ไว้ดังนี้

  • คดีออนไลน์ จำนวน 235,446 เรื่อง
  • มูลค่าความเสียหาย 20,811,840,941 บาท
  • เฉลี่ยคดี 907 / วัน
  • อายัดบัญชีได้ทัน 1% (มูลค่า 295,764,203 บาท)

ความคืบหน้าการแจ้งปลดระงับบัญชีเพื่อชี้แจงความบริสุทธิ์

ปลัดกระทรวง DE เปิดเผยว่า สถิติในช่วง 2 วันที่ผ่านมาพบว่า สายที่โทรเข้ามาแจ้งให้ปลดล็อกการระงับบัญชีรวมประมาณ 1,300 สาย ส่วนใหญ่ไม่ยอมบอกรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลของบัญชีต่าง ๆ ซึ่งมีเพียง 300 สายเท่านั้นที่ระบุรายละเอียดที่ชัดเจน แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลแล้วกลับพบว่า มีเพียง 30 สาย หรือ 10% เท่านั้นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเส้นทางบัญชีม้าจริง ๆ

สถานการณ์ครั้งนี้สะท้อนว่าการปราบปรามบัญชีม้าเป็นเรื่องจำเป็น แต่ต้องทำอย่างรอบคอบไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกัน ประชาชนเองก็ควรเพิ่มความระมัดระวัง ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และรู้ช่องทางแก้ไขเมื่อเกิดปัญหา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...