โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Zombie-ing ผีแห่งความสัมพันธ์ยุคดิจิทัล เมื่อคนที่หายไปกลับมาอย่างคลุมเครือ พฤติกรรม ‘ไม่รักแต่ขอกั๊ก’ เพราะกลัวถูกลืม

The Momentum

อัพเดต 24 ต.ค. 2568 เวลา 20.44 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2568 เวลา 03.15 น. • THE MOMENTUM

ใกล้ช่วงฮาโลวีนเข้ามาทุกขณะ นี่คือเทศกาลที่ว่าด้วยเรื่องโลกหลังความตาย มีภาพจำของตัวละครมากมายทั้งผี ปีศาจ หรือมอนสเตอร์ ที่ถูกนำไปผูกกับความหลอนของเทศกาลนี้ หนึ่งในนั้นคือ ‘ซอมบี้’ ร่างสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้วฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

แม้ในโลกแห่งจินตนาการและสื่อบันเทิง ซอมบี้ถูกจำในภาพของร่างศพที่ตายแล้วฟื้น เคลื่อนไหวเชื่องช้า เงอะงะ และดุร้าย แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ลักษณะเด่นที่ว่านี้ของซอมบี้ก็ถูกนำไปโยงเข้ากับเรื่องพฤติกรรมของความสัมพันธ์ที่ดู ‘แปลกๆ’ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร

พฤติกรรมที่ว่าคือ Zombie-ing

เราอาจเคยได้ยินพฤติกรรมแบบ Ghosting ที่ฝ่ายหนึ่งหายไปจากความสัมพันธ์แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่มีคำอธิบาย และทำให้อีกฝ่ายเกิดความสับสน ตั้งคำถามถึงคุณค่าของตนเอง และเจ็บปวดในความรู้สึก แต่พฤติกรรมแบบ Zombie-ing อาจน่ากลัวกว่านั้น เพราะมันคือการที่คนที่เคย Ghosting ไปแล้ว อยู่ๆ ก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยไม่มีคำอธิบายใดๆ เสมือนกับผีคืนชีพ

อธิบายให้เข้าใจง่าย คือใครบางคนที่หายไปจากความสัมพันธ์แบบไม่บอกกล่าว แล้วจู่ๆ วันดีคืนดีก็กลับมาหาแบบครึ่งๆ กลางๆ เช่น กดไลก์โพสต์ ดูสตอรี ส่งข้อความ ส่งอีโมจิ ส่งสติกเกอร์ หรือทักมาแบบไม่มีบริบทใดๆ หากแต่ไม่มีการ ‘สื่อสารตรงๆ’ ว่าต้องการอะไร

ที่แน่ๆ มันคือการกลับมาสร้างสัญญาณของการมีอยู่อีกครั้งแบบที่ทำให้อีกฝ่ายงงๆ เพราะไร้ซึ่งการรับผิดชอบต่อการหายไป ไม่มีการพูดถึงอดีต ไม่มีการขอโทษ ปัญหาก็ตกมาอยู่ที่อีกฝ่ายซึ่งเคยถูกทำให้เจ็บปวดมาแล้ว ที่ต้องสับสนว่าเขาหรือเธอจะกลับมาทำไม ต้องการสร้างความหวังให้อีกครั้งหรืออะไร!

คงไม่มีใครอยากตกอยู่ในสถานการณ์ Zombie-ing เพราะมันทั้งสับสน คลุมเครือ และเจ็บปวด กับคนที่เหมือนตายจากไปแล้วแต่โผล่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง นี่ไม่ใช่แค่พฤติกรรมชั่ววูบในโลกออนไลน์ แต่มันสะท้อนกลไกทางจิตใจที่ซับซ้อน มาลองดูว่าเบื้องหลังจิตวิทยาดังกล่าวคืออะไร

เธอยังคงมีผลต่อหัวใจ

นี่อาจเป็นแรงผลักดันของคนที่มีพฤติกรรม Zombie-ing ที่ไม่ได้กลับมาเพราะคิดถึงหรือต้องการโอกาสครั้งใหม่ แต่เพียงต้องการพิสูจน์ว่า ตนเองยัง ‘มีผลต่อหัวใจ’ (ไม่ใช่เพลงของนนท์ ธนนท์) ของอีกฝ่ายหรือไม่ ในเชิงจิตวิทยาเรียกว่า Narcissistic Supply หรือการได้รับความสนใจ คำชื่นชม หรือความรู้สึกว่าตนเองสำคัญจากผู้อื่น เสมือนการกลับมาเพื่อเช็กอีโก้ของตนเอง ซึ่งแม้จะดูเหมือนพฤติกรรมที่มีความมั่นอกมั่นใจ แต่ความจริงแล้วลึกๆ ของคนเหล่านี้กลับ ‘กลัวการถูกลืม’ มากกว่า

หนีเพราะกลัวความผูกพัน

ในเชิงจิตวิทยาความสัมพันธ์ คนที่มีพฤติกรรม Zombie-ing อาจมีแนวโน้มแบบ Avoidant Attachment คือกลัวความใกล้ชิดทางอารมณ์ รู้สึกอึดอัดเมื่ออีกฝ่ายเริ่มคาดหวังจริงจัง จึงเลือกที่จะหายไปเมื่อรู้สึกถูกผูกพันมากเกินไป แม้ความสัมพันธ์นั้นจะดีก็ตาม เหมือนต้องการพื้นที่ส่วนตัวและคิดถึงความสบายใจที่เคยมี เมื่อกลับมาอีกครั้งเพราะเหงา หากแต่ก็ยังกลัวที่จะใกล้ชิด จึงกลับมาแบบครึ่งๆ กลางๆ ด้วยการกดไลก์ ดูสตอรี แต่ก็เลี่ยงที่จะคุยตรงๆ

ไม่อยากเป็นคนผิด

ธรรมชาติของมนุษย์มักไม่ชอบรู้สึกว่าตัวเองผิดหรือใจร้าย คนที่มีพฤติกรรม Zombie-ing ที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จึงพยายามสร้างเหตุผลอธิบายตนเอง เช่น ‘ที่หายไปแค่ยุ่งอยู่’ หรือ ‘ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย’ เพื่อลดความขัดแย้งภายในใจ และเลือกจะไม่พูดถึงอดีต เพราะหากต้องพูดถึง จะทำให้ต้องเผชิญหน้ากับความผิดของตนเอง

(อาจ) ไม่รักแต่กั๊กก่อน

พฤติกรรมแบบ Zombie-ing เชื่อมโยงกับ FOMO หรือ Fear of Missing Out ทางอารมณ์ คือกลัวจะพลาดความรู้สึกดีๆ ที่เคยมี โดยเฉพาะในยุคโซเชียลฯ ที่เราเห็นชีวิตของคนอื่นตลอดเวลา เมื่อเขาหรือเธอเห็นเรามีความสุข มีคนคุยใหม่ หรือดูดีขึ้น ก็กระตุ้นให้สมองคนเหล่านั้นรู้สึกเหมือน ‘สูญเสีย’ สถานะบางอย่างที่เคยมี จึงเลือกกลับมาปรากฏตัวในชีวิตเราอีกครั้ง แต่ไม่ใช่เพราะอยากกลับมาคบเราหรอก แค่ไม่อยากให้เรามีความสุขโดยไม่มีเขาหรือเธอต่างหาก

แค่แวะมาเติมน้ำมัน

เมื่อคนเราอยู่ในความสัมพันธ์ที่มีความสุข สมองจะหลั่งสารโดปามีน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความพึงพอใจ และแม้เวลาจะผ่านไปนาน สมองอาจเกิดการเรียกคืนความทรงจำทางความสุขและพยายามกลับไปหา ‘สารตั้งต้น’ เหล่านั้น ซึ่งก็คือคนที่เขาหรือเธอเคยคุยด้วยก่อนจะเลือกหายไป ซึ่งพฤติกรรม ‘ตายแล้วฟื้นกลับมาใหม่’ นี้ มักเกิดในช่วงที่อีกฝ่ายรู้สึกเครียด เหงา จนผลักให้ต้องกลับไปหาคนที่เคยเติมพลังทางอารมณ์ให้ และเมื่อ ‘น้ำมันเต็มถัง’ แล้ว หมายถึงอีกฝ่ายคุยดีด้วย เขาหรือเธอก็จะกลับไปสู่แพทเทิร์นเดิมคือหายไปอีกครั้ง

ไม่มีใครอยากอยู่ในความสัมพันธ์ที่คลุมเครือหรือไม่ปกติ หากวันนี้เราสงสัยว่ากำลังโดน Zombie-ing หรือไม่ อย่าเพิ่งรีบโต้ตอบ แต่ให้เวลาดูว่าอีกฝ่ายโผล่เข้ามาอีกครั้งเพราะเหตุผลใด อย่าปล่อยให้การกลับมาของใครบางคนควบคุมอารมณ์ของเรา

ช่วงเวลาที่ใครบางคนหายไปโดยไม่บอกกล่าว นั่นควรเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราเติบโตขึ้น ได้เรียนรู้ และพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า มากกว่าย้อนกลับมาช่วยฟื้นอีโก้ของใครบางคนซ้ำๆ

บางครั้งโดนผีหลอกอาจจะดีกว่าโดนคนหลอกก็ได้

ที่มา:

- https://www.cosmopolitan.com/uk/love-sex/relationships/a44837535/zombieing-explained/

- https://www.psychologytoday.com/us/blog/a-funny-bone-to-pick/202309/the-zombieing-dating-trend-that-can-follow-ghosting

- https://www.unilad.com/news/sex-and-relationships/toxic-dating-trend-zombied-meaning-138664-20241113

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...