โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เคล็ดลับแก้ปวดหลัง

Health Daily

อัพเดต 30 พ.ค. 2565 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 11.00 น. • สุขภาพดีดี

เคล็ดลับแก้ปวดหลัง

เชื่อว่าใครหลายๆคน คงเคยมีประสบการณ์ปวดหลังเนื่องจากนั่งท่าเดิมนานๆเวลาเรียนออนไลน์หรือนั่งทำงานออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการปวดหลังส่วนล่าง ปวดหลังช่วงเอว ปวดหลังเรื้อรัง แม้กระทั่งการจุกกลางอกปวดหลัง หรือ กล้ามเนื้อหลังอักเสบก็ตาม

อาการปวดหลังเป็นอาการที่สามารถเกิดได้ในทุกเพศทุกวัย ซึ่งแต่ละคนอาจมีรูปแบบการปวดหลังที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งบางรายอาจมีอาการปวดหลังรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้

เช่นนั้น สุขภาพดีดี.com จะมาบอกเล่าทุกเรื่องที่คนปวดหลังควรรู้ ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดหลังเกิดจากอะไร? มีวิธีแก้ปวดหลังที่สามารถทำด้วยตนเองไหม? สุขภาพดีดี.com ยังได้รวบรวม เคล็ดลับแก้ปวดหลัง มาให้ทุกคนได้อ่านกันด้วยค่ะ ^^

อาการปวดหลังเกิดจากอะไร?

  • อาการปวดหลังส่วนบน อาการปวดหลังส่วนบน เป็นอาการที่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการสะพายหรือแบกของหนักๆ หรือแม้แต่การก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เป็นระยะเวลานาน ก็สามารถมีอาการเช่นนี้ได้

  • ปวดหลังส่วนล่าง การปวดหลังส่วนล่าง อาจมาจากสาเหตุของการนั่งหรือยืนนานๆ รวมไปจนถึงการที่บุคคลนั้นมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป หรืออยู่ในภาวะน้ำหนักตัวเกิน จึงทำให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างขึ้น

  • ปวดหลังด้านซ้าย หากคุณมีอาการปวดหลังด้านซ้ายบน อาจมีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บบริเวณนั้น เส้นประสาท กล้ามเนื้อ หรือการไม่สบาย มีไข้ ไอ ก็อาจทำให้เกิดการปวดหลังด้านซ้ายได้เช่นกัน

ส่วนปวดหลังด้านซ้ายล่าง มักจะมาจากการมีท่านั่ง ท่ายืนที่ไม่เหมาะสม ในบางรายอาจปวดหลังเนื่องจากความเสื่อมที่เกิดขึ้นตามอายุ แม้แต่บุคคลที่กำลังอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หรือเป็นโรคอ้วน ก็สามารถปวดหลังส่วนนี้ได้เช่นกัน

  • ปวดหลังข้างขวา คนที่มีอาการปวดหลังด้านขวาบน มีสาเหตุมาจากการนั่งทำงานเป็นระยะเวลานาน การเกิดความเจ็บป่วยขึ้นที่อวัยวะต่างๆ เช่น โรคตับ ซีสต์ในรังไข่ นิ่วในไต ฯลฯ หรือปอดมีความผิดปกติก็เป็นไปได้

  • ปวดหลังยกของหนัก เป็นไปได้ว่า อาการปวดหลังนั้นอาจเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบ ดังนั้นจึงไม่ควรยกของหนักจนเกินไป และหากมีอาการกล้ามเนื้ออักเสบเกิดขึ้น ควรหยุดพักการใช้งานบริเวณนั้นซ้ำและรอให้หายดีเสียก่อนถึงจะกลับไปยกได้ หรือทางที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการยกของหนัก

วิธีการแก้ปวดหลังด้วยตัวเอง ทำอย่างไร?

  • เมื่อมีอาการปวด ให้ทาครีมบรรเทาอาการปวด หรือ การรับประทานยาแก้ปวดหลัง ยาแก้อักเสบ

  • ใช้แผ่นแปะบรรเทาปวดทั้งแบบเย็นและแบบร้อน เป็นตัวช่วยบรรเทาอาการปวด

  • ใช้การประคบเย็น ช่วยในการลดความอักเสบ หรือการบวม

  • ใช้การประคบร้อน หรือการลงไปแช่ในน้ำอุ่น ช่วยในการบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ

  • สำคัญที่สุดคือการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ไม่นั่งทำงานนานจนเกินไปออกไป เปลี่ยนท่านั่งบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง หลังงอ งดการแบกของหนักเกินกำลัง เป็นต้น

  • ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้มีความเหมาะสม เช่น การใช้เก้าอี้ที่ซัพพอร์ตสรีระ ระดับความสูงของโต๊ะและเก้าอี้ที่ใช้ทำงานมีความสัมพันธ์กัน เป็นต้น

  • หันมาออกกำลังกายเสริมสร้างความแข็งแรงส่วนหลัง

  • วิธีการแก้ปวดหลังด้านซ้าย หรือด้านขวาแบบง่ายๆ อาจเป็นการทำท่าบริหารหลังเป็นประจำโดยการยืดเส้นให้หลังได้ผ่อนคลาย

แก้ด้วยตัวเองไม่หาย ทำอย่างไรดี?

  • การฉีดยา นบางรายอาจได้รับการพิจารณาให้ฉีดยาสเตียรอยด์ บริเวณที่มีการอักเสบเรื้อรัง หรือเส้นประสาทที่มีการกดทับเกิดขึ้น เพื่อลดอาการปวดบวม การอักเสบที่เกิดขึ้น

  • การทำกายภาพบำบัด การทำ กายภาพบำบัดปวดหลัง เป็นวิธีการรักษาที่ไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด โดยนักกายภาพบำบัดจะทำการดูแลรักษา รวมไปจนถึงการให้คำแนะนำเพิ่มเติม เพื่อที่คุณจะได้สามารถนำวิธีต่างๆที่ฝึกสอน กลับไปดูแลตนเองได้ ซึ่งวิธีการรักษาของแต่ละบุคคลอาจมีความแตกต่างกันออกไป

  • การผ่าตัด การผ่าตัดเป็นวิธีที่แพทย์จะใช้ต่อเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น โดยผู้ที่ถูกพิจารณาเข้ารับการผ่าตัด จะเป็นบุคคลที่รักษาด้วยวิธีการฉีดยา หรือวิธีอื่นๆแล้วไม่ดีขึ้น อีกทั้งยังมีอาการปวดมากขึ้น เช่น มีอาการปวดร้าวตามเส้นประสาท เริ่มมีอาการชา หรืออ่อนแรง เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...